
Matichon Weekly - มติชนสุดสัปดาห์
15 hours ago
·
❝ มีเพียงประเทศไทยเท่านั้น
ที่มีวันอาสาฬหบูชา
จอมพลสฤษดิ์ ได้ประกาศให้เป็นวันหยุดราชการ
เท่ากับได้รับการยอมรับโดยรัฐอย่างสมบูรณ์ ❞
.
ไทยเรานั้นมีวันสำคัญทางพุทธศาสนาในวันเดียวกับของอินเดียเขา คือวันอาสาฬหบูชา หรือการบูชาในเดือนอาสาฬหะ นับถือเป็นวันที่พระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนาโปรดปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 จนท่านอัญญาโกญธัญญะได้ดวงตาเห็นธรรมเป็นคนแรก
.
พูดง่ายๆ ว่า เป็นวันแสดงธรรมครั้งแรกของพุทธองค์ บางท่านจึงถือว่าเป็น “วันพระธรรม”
.
วันนี้ศาสนิกชนจะพากันถืออุโบสถศีล ไปเวียนเทียนที่วัดไม่ต่างจากวันสำคัญอื่นๆ เช่น วิสาขบูชาหรือมาฆบูชา
.
แต่ที่น่าสนใจคือ มีเพียงประเทศไทยเท่านั้นที่มีวันอาสาฬหบูชา ประเทศอื่นๆ แม้แต่ในฝ่ายเถรวาทด้วยกันก็ไม่มีวันนี้ มิไยต้องกล่าวถึงประเทศที่นับถือฝ่ายมหายาน
.
ก็เพราะวันอาสาฬหบูชาเป็นวันที่คณะสงฆ์ไทยเราตั้งขึ้นมาเองไงครับ
.
◤ ในปี พ.ศ.2501 พระธรรมโกศาจารย์ (ชอบ อนุจารี) สมณศักดิ์ในขณะนั้น ดำรงตำแหน่ง “สังฆมนตรีช่วยว่าการองค์การศึกษา” (ในสมัยนั้นระบบการปกครองสงฆ์ไม่ได้มีมหาเถรสมาคม แต่ใช้ระบบเลียนแบบการปกครองทางโลก) เสนอสังฆมนตรีสภาให้มีการกำหนดวันสำคัญทางพุทธศาสนาเพิ่มเติมคือวันอาสาฬหบูชาหรือวันธรรมจักร
.
ต่อมาได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นประกาศสำนักสังฆนายก เรื่อง กำหนดพิธีอาสาฬหบูชา เล่ม 75 วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2501
.
ในประกาศนั้นกล่าวถึงพุทธประวัติ เนื่องด้วยวันเพ็ญอาสาฬหะ อย่างที่เรารับทราบกันในแบบเรียน และกล่าวว่า “ด้วยเป็นวันแรกที่พระบรมศาสดาทรงพระกรุณาประกาศพระพุทธศาสนา”
.
ข้อความถัดไปเป็นเรื่องการให้พระภิกษุสามเณรดำเนินการอย่างไร ซึ่งไม่ต่างจากวันสำคัญอื่นๆ แต่เน้นให้ประดับธง “ธรรมจักร” ให้มากเป็นพิเศษเท่าที่จะกระทำได้
.
ผมเข้าใจว่าท่านคงอยากเน้นความสำคัญของวันนี้ผ่านสัญลักษณ์ธรรมจักรเพื่อแสดงถึงการแสดงธรรมจักกัปปวัตนสูตรของพระพุทธะ ธงธรรมจักรนี้ภายหลังได้กลายมาเป็นธงสัญลักษณ์ของพุทธศาสนาที่บ้านเรายอมรับไปโดยกลายๆ ทั้งที่ในทางสากลก็มีธงพุทธศาสนาสากลอยู่แล้วคือธง “ฉัพพรรณรังสี”
.
ราวปี พ.ศ.2505 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศให้วันอาสาฬหบูชาเป็นวันหยุดราชการ เท่ากับได้ทำให้วันอาสาฬหบูชาได้รับการยอมรับโดยรัฐอย่างสมบูรณ์
.
◤ ข้อสังเกตเล็กๆ ของผมบางประการคือ วันอาสาฬหบูชาเป็นวันสำคัญทางศาสนาที่ตั้งขึ้นใหม่ โดยน่าจะมีนัยทางความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา ภายใต้บรรยากาศที่มีความระแวงคริสต์ศาสนาในเวลานั้น
.
ผมเข้าใจว่า โดยระยะเวลาในปี 2501 ยังเป็นช่วงที่องค์กรพุทธศาสนิกชนมีความไม่ไว้วางใจคริสต์ศาสนิกชน ซึ่งกินเวลายาวนานตั้งแต่สงครามอินโดจีนเป็นต้นมา
.
พระธรรมโกศาจารย์ผู้ริเริ่มเสนอวันอาสาฬหบูชานี้ เป็นสังฆมนตรีรุ่นเดียวกับท่านพระพิมลธรรม (อาจ อาจสภะ) ซึ่งได้รับความนับถือว่าเป็นพระที่มีความก้าวหน้ามากในด้านการเสนอนโยบายใหม่ๆ ของคณะสงฆ์ เช่น การส่งพระไปเรียนต่างประเทศ หรือการเน้นงานด้านธรรมทูตเป็นพิเศษ
.
◤ผมเข้าใจว่า แนวทางของพระสังฆมนตรีรุ่นนั้นคือการสร้างพุทธศาสนาในประเทศไทยให้มีความก้าวหน้าไม่ด้อยไปกว่าคริสต์ศาสนา ซึ่งมีการจัดองค์กรที่ดีและมีการเผยแผ่ศาสนาอย่างเป็นระบบ
.
การกำหนดวันอาสาฬหบูชาจึงเป็นหนึ่งในความพยายามเช่นนั้นคือ มีวันที่มีนัยถึง “การประกาศพระศาสนา” หรือการ “เผยแผ่ศาสนา ซึ่งเป็นเช่นเดียวกับที่คริสตชนมักเน้นถึง “การประกาศข่าวดี”
.
◤ และยังเน้นการแสดง “สัญลักษณ์ทางศาสนา” คือธงธรรมจักรเป็นพิเศษ เช่นเดียวกับชาวคริสต์มีสัญลักษณ์ทางศาสนา (และการเผยแผ่ศาสนาด้วย) คือกางเขน
.
ถ้ามองจากประวัติศาสตร์ศาสนา พระพุทธะไม่ได้ประกาศ “ศาสนา” อย่างในความหมายที่เข้าใจกันในปัจจุบัน หรืออย่างในถ้อยคำของการกำหนดวันอาสาฬหบูชาในราชกิจจาฯ
.
ศาสนาในความหมายโบราณ โดยเฉพาะแนวคิดแบบอินเดียคือ “คำสอน” ไม่ใช่ตัวความเชื่อหรือองค์ประกอบอื่นๆ แยกขาดจากอีก “ศาสนา” หนึ่ง
.
ดังนั้น ศาสนาแบบที่เขียนในประกาศคือ แนวคิดศาสนาแบบตะวันตกที่มีแนวคิดแบบคริสต์ศาสนาเป็นฐาน
.
พระพุทธะจึงไม่ได้ประกาศศาสนาในแนวคิดแบบนั้นนะครับ ท่านประกาศคำสอนและวิถีชีวิตชุมชนของตนเองเท่านั้น โต้แย้งความคิดของศาสนาที่มีก่อนแต่ก็ไม่ทั้งหมด และรับเอาประเพณีเดิมมาอนุโลมใช้ด้วย
.
◤นอกจากนี้ ในปีเดียวกัน คือปี 2501 พระพิมลธรรม สังฆมนตรีปกครองได้จัดให้มีการตั้ง “โรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์” ขึ้นมาด้วยนะครับ โดยมีเป้าหมายให้การศึกษาแก่นักเรียนในวันอาทิตย์
.
แม้ฝ่ายพระท่านว่า พระพิมลธรรมได้แบบอย่างมาจากการศึกษาทางศาสนาในพม่าซึ่งเอาจริงเอาจังมาก แต่การกำหนดให้เรียนใน “วันอาทิตย์” และเน้นกลุ่มเยาวชนนั้น ผมเห็นว่านี่คือการต่อสู้กับการเผยแผ่คริสต์ศาสนา โดยใช้เทคนิคและวิธีการที่คล้ายกันนั่นเอง
.
แน่นอนครับว่า วันอาสาฬหบูชาจะเก่าใหม่แค่ไหนไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เท่ากับว่าวันสำคัญทางศาสนานี้น่าจะมีนัยเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ทางศาสนาในสังคมไทยซึ่งเราควรจะได้เรียนรู้ด้วย ส่วนการบำเพ็ญกุศลกิจอันนี้ก็ตามแต่ศรัทธาครับ
⸻
พินิจพิเคราะห์ เรื่องวัน “อาสาฬหบูชา” โดยเสฐียรพงษ์ วรรณปก
https://www.matichon.co.th/weekly/featured/article_124493