วันจันทร์, กันยายน 28, 2569

สังคมไทยต้องกล้าฝัน ถึง อนาคต ที่ดีกว่านี้อีกมากๆๆๆ


https://www.facebook.com/surachet.satitniramai.3/posts/3111996245669404

Surachet Satitniramai
11 hours ago ·

คนอายุ 70 อย่างผมตามทฤษฎีเค้าว่าจำเหตุการณ์เมื่อเช้าไม่ได้ แต่ดันจำความหลังได้ดีเพราะเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองส่วนความจำในอดีตเส้นใหญ่กว่าเส้นเลือดที่เลี้ยงสมองเหตุการณ์เมื่อเช้านี้

ณปลายปี 2554 เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ทั้งประเทศผมเป็นผู้ตรวจราชการเขต 4 รับผิดชอบตั้งแต่สิงห์บุรีลพบุรีอยุธยาอ่างทอง สระบุรี ปทุมธานี และ นนทบุรี มีน้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์จนบัญญัติศัพท์ว่า # เอาอยู่ # และแล้วเหตุการณ์ก็ซ้ำรอยหลัง 15 ปีผ่านไป จากน้ำทางเหนือที่ไหลผ่านสถานีวัดนครสวรรค์ที่มากกว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ในกรุงเทพสามเท่า แล้วทำไมกรุงเทพเราถึงท่วม ก็เพราะฝนตกมากมายและระบายไม่ทัน # น้ำ รอการระบาย # ผมถูกรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ขณะนั้นที่เป็นบ้านใหญ่จังหวัดอยุธยาหลังหนึ่ง ท่านส่งผมไปเป็นผู้แทนรกระทรวง ประชุมวอรูมกับนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ทุกวันตั้งแต่วอร์รูม ที่สนามบินดอนเมืองอาคาร Domestic เก่า จนน้ำท่วมดอนเมืองเลยย้ายมาที่อาคารกระทรวงพลังงานริมถนนวิภาวดีรังสิต ท่านรัฐมนตรี สธ ชอบออกพื้นที่มากกว่านั่งประชุมใน war room เพราะท่านไม่ใช่นักวิชาการแต่เป็นนักปฏิบัติการที่เติบโตมาจากนักเรียนอาชีวะจนเป็นผู้รับเหมาสร้างทางกรม ชลประทาน ในจังหวัดภาคกลาง

ณวันนั้นหลังจากประชุมตอนเช้า บ่ายบ่ายจะประชุมฝ่ายประจำทีละเรื่องทีละเรื่อง อยู่ช่วงเวลาหนึ่งจำลองว่าน้ำท่วมถึงเขตรอบรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่มีโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของประเทศไทยตั้งอยู่โดยรอบจำนวนมาก จะทำอย่างไรมีโอกาสที่จะท่วมจะมีมากน้อยแค่ไหนส่วนวอร์ รูม สธ ก็ประชุมที่กระทรวง ทุกวันเช่นกัน หน่วยราชการเช่น DISTDA. (สำนักพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ) เอาแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศที่มีวันละสองเวลาที่ดาวเทียมหมุนผ่านประเทศไทยในเวลากลางวันวัดปริมาณน้ำเปรียบเทียบว่าขังอยู่ที่จังหวัดใดมากน้อยแค่ไหนคำนวณได้พื้นที่กี่ตารางกิโลเมตรและคำนวณกัเป็น ปริมาณ น้ำในทุ่งมากน้อยเพียงใด ผมได้เห็นพื้นที่กรุงเทพว่าแต่ละพื้นที่จนกระทั่งถึงว่าสูงมากน้อยแค่ไหนจากระดับน้ำทะเลแถบรามคำแหงสุวรรณภูมิ ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ส่วนบ้านผมที่ซอยไทรม้าถนนรัตนาธิเบศร์ นนทบุรี สูงกว่าบริเวณอื่นเปรียบเสมือนยอดไข่ดาวขณะที่บางบัวทองต่ำกว่ามากๆบ้านผมเลยไม่ท่วมเลย ณเวลานั้นเราใช้ตั้งเฮลิคอปเตอร์ มาจากหลายภาคส่วนราชการ รถพยาบาลจำนวนมากที่ระดมมาจากภาคอีสานและจังหวัดที่น้ำไม่ท่วมช่วยขนไข้หนักหนักจากโรงพยาบาลในเขตกรุงเทพไปอยู่จังหวัดรอบข้างเช่นชลบุรีราชบุรีนครปฐมสระบุรีจนกระทั่งถึงนครราชสีมาและงดรับผู้ป่วยไม่ฉุกเฉิน
 
โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าที่วันนั้นทำเขื่อนหลังโรงพยาบาลติดแม่น้ำเจ้าพระยาสูงเกือบ 2 เมตรมีอาสาสมัครมาเฝ้า 24 ชั่วโมงกรอกกระสอบทรายทำฐานให้กว้างกว่าความสูงยาวสองเท่าแต่ได้รับคำเตือนจากวิศวกรกรมชลประทานว่า ยิ่งสูงหากเอาไม่อยู่และมันแตกออกมามันจะมีมีอำนาจในการทำลายล้างรุนแรงมากเหมือนเกาะเมืองอยุธยาที่เอาไม่อยู่และทำลายสร้างความเสียหายห้ามสร้างสูงเกินกว่านั้น เราย้ายคนไข้จากโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าและบุคลากรรวมทั้งเครื่องมือที่สำคัญมาทำที่โรงพยาบาลบำราศนราดูร กว่าครึ่งโรงพยาบาลของพระนั่งเกล้า

ใน war room ระดับชาติ ผมได้พบได้เห็นได้เรียนรู้ได้จดจำสิ่งที่เป็นสาระเป็นความรู้เป็นภูมิปัญญา ที่ดีๆๆๆ ตลอดจนเห็นความ ไม่เอาไหน ที่น่าอัปยศอดสู่ ที่ได้พบได้เห็นการพยายามทำมาหากินของ นักการเมืองบางราย บางคน อย่างชนิดน่ารังเกียจ โอกาสดีดีจะทยอยเล่า ต่อไป
 
วันนี้ ตอนที่ 1 ภัยภิบัติ นำ้ท่วม กรุงเทพมหานคร 24-28 กันยายน 2569
วันนี้เรามีข้อมูลเทคโนโลยีจำนวนมากที่อยู่ในส่วนราชการต่างๆๆ กัน
 
1/ อุตุนิยมวิทยาที่สามารถพยากรณ์อากาศได้แม่นยำกว่าสมัยโบราณมากเพราะลงทุนซุปเปอร์คอมพิวเตอร์อันโด่งดังณ อดีตที่ผ่านมาเกินกว่า 1000 ล้านบาทและเสริมเติมด้วยเครื่องไม้เครื่องมืออีกจำนวนมาก ประกอบกับเทคโนโลยีทางดิจิทัลที่สามารถเห็นเรียวไทม์และโปรเจคไปข้างหน้าเป็นชั่วโมงเป็นช่วงเวลาไปข้างหน้าอีกหกวันเจ็ดวันค่อนข้างแม่นยำกว่าในอดีตแต่การแปลเป็นภาษาชาวบ้านได้เพียงปริมาณฝนทิศทางลมยังไม่ได้ประกอบกับปริมาณน้ำท่า ในลุ่มนำ้ต่าง
 
2/ กรมชลประทาน ที่มีเซ็นเซอร์ตรวจวัดน้ำทุกสถานีทุกลุ่มน้ำที่สามารถเปิดดูได้แบบ real ไทม์และบางสถานีตรวจวัดสามารถเห็นภาพถ่ายที่มีกล้องวงจรปิดมาทางเน็ตให้ผู้คนต่างดูได้เสมอเช่นกล้องจับที่อยู่หลังสำนักงานสาสุขจังหวัดอยุธยาข้างบ้านพักนายแพทย์ สาสุขจังหวัด และวัดระดับ น้ำสะพานพุทธ ตลอดจนรับรู้ว่าเวลาหนึ่งน้ำผ่านมาจากทางเหนือกี่คิวต่อวินาทีอย่างแม่นยำกว่าสมัยก่อนมากแบบ real time.
การระบายน้ำทั้งฝั่งตะวันออกตะวันตกของกรุงเทพมหานครต่อเชื่อมเป็นเน็ตเวิร์คจนหมดและเกือบทั้งหมดมีประตูน้ำเพื่อเปิดปิดและสูบออกเพื่อลดระดับนำ้รอ นำ้ฝน หากคาดการณ์ว่าจะมีฝนปริมาณมาก
ยกเว้นของบางกอกน้อยฝั่งธนบุรีหลังอาคารศิริราชปิยะการุณที่ไม่มีประตูน้ำแต่มีคันกั้นนำ้ แล้วจำนวนมาก 2ฝั่งคลอง
 
3/ กรุงเทพมหานครสร้าง กันน้ำในลำคลองที่สำคัญทั้งฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนครวันนี้ทำหลังจากปี 54 ไปจำนวนมากและสามารถกั้นน้ำได้สูงมากกว่าปี2554 มาก ทางนนทบุรีก็ทำจนกระทั่งเลยปากเกร็ดขึ้นไปแล้ว
คลองต่างๆๆ ก็เสริมคัน และบำรุงรักษาจนวันนี้หลายลำคลอง จัดการได้ สะอาดกว่าสมัยก่อนมาก
อุโมงค์ผันนำ้ ใต้ดินขนาดใหญ่ขนาดกลางก็สร้างเสร็จและใช้การได้แล้วเจ็ดอุโมงค์และที่กำลังก่อสร้างอีก 6อุโมงค์ ( ข้อมูลจาก spring news 2567) ที่จะช่วยระบายน้ำจากส่วนกลางและพื้นที่ชั้นในออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาหรือออกสู่คลองด้านทิศทิศตะวันออกไปสู่คลองด่านไปที่สถานีสูบนำ้ ข้ามถนนสุขุมวิทและอื่นๆทางฉะเชิงเทราเช่นของประเวศบุรีรมย์ เป็นเน็ตเวิร์คอย่างดี

War room มกรุงเทพมหานครที่อยู่ที่เสาชิงช้า มีระบบสารสนเทศที่มองเห็น real ไทม์ทั้งการจราจรสำนักระบายน้ำพร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน

4/ กรมอุทกศาสตร์มีเวลาน้ำขึ้นน้ำลงและระดับน้ำในบริเวณต่างๆเช่นเดียวกัน

5/ศูนย์ เตือนไผ่ที่เพิ่งเสร็จสิ้นสามารถ ส่งสัญญาณเตือนภัยทาง broadcast ที่อยู่ในการดูแล ของ กรม ป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยกระทรวงมหาดไทย หลังจากล้มเหลวมาหลายปีจากการทำงานของกสทช ที่ควรเสร็จแล้วหลายปีก่อน ครั้ง นี้ผมก็ได้รับเช่นกัน

6 ความสูงของแผ่นดินในกรุงเทพมหานครในเขตแขวงต่างๆที่มีค่อนข้างละเอียดจากกรม แผนที่ทหาร Gistda. กรมชลประทาน เขต ฯลฯ
 
แต่ทั้งหมดขาดการร้อยเรียงให้บูรณาการจนเห็นพื้นที่และการเตือนภัยที่สมความเป็นจริงมากกว่าปัจจุบันนี้ แม้ ไม่สมบูรณ์ไม่ร้อย % ก็ตาม การ ไม่บูรณาการ ของข้อมูลต่างหน่วยงาน และแปลง เป็นภาษา ชาวบ้านได้ ทันเวลา
เราจึงมีวันนี้ที่คำว่า # เอาอยู่ & เอาไม่อยู่#
# นำ้รอการระบาย # # ฝนพันปี # #
 
เจ็บและจำ เรียนแล้วไม่รู้ เพราะทั้งหาดใหญ่ ก็เคยมีสมุดติฐานซ้อมในกระดาษก่อนเกิดเหตุน้ำท่วมปลายปีที่แล้วว่าจะทำอะไรบ้างถ้าน้ำมามากๆ

กรุงเทพก็เช่นเดียวกันกทม. เคยจำลองฝนตกถึง 300 มิลลิเมตรและคาดการณ์ว่าลำคลองท่อระบายน้ำอุโมงค์น้ำจะสามารถระบายน้ำ 60 ถึง 100 มิลลิเมตรต่อ 24 ชั่วโมง และหาก เกินกว่านี้ จะทำยังไง เมื่อไม่นานนี้เช่นเดียวกัน
 
สังคมไทยต้องกล้าฝัน ถึง อนาคต ที่ดีกว่านี้ แบบ precisions warning
เชื่อว่าเราควร ทำได้ ดีกว่านี้อีกมากๆๆๆ