วันพุธ, กรกฎาคม 22, 2569

เรื่องเล่าต่อจากเรื่อง หอประชุมกองทัพบก แห่งใหม่ ที่ ผบ.ทบ. พลเอกพนาฯ ออกมายอมรับว่า ส่วนมากจะปิดการใช้งาน มากกว่าเปิดการใช้งาน ทำไม? หอประชุมกองทัพบกแห่งใหม่ จึงต้องมาอยู่ตรงนี้ ห่างไกลจากสถานที่ตั้ง เหล่ากรม/กอง ของกองทัพ ในย่านพระราม5 พระราม6 เกียกกาย และสวนรื่นฯ

https://x.com/WassanaNanuam/status/2078901628472836375
.....

Suvipan Pornawalai
11 hours ago
·
เมื่อวานแชร์ จากเพจวาสนา นาน่วม เรื่อง ผบ.ทบ. พลเอกพนาฯ ออกมายอมรับว่า หอประชุมกองทัพบก แห่งใหม่ ที่ ถนนประดิษฐ์มนูธรรม หรือเลียบด่วน
ที่ตั้งอยู่ระหว่างช่วงเลียบด่วน ตัดลาดพร้าว และตัดพระราม 9 อยู่ช่วง เส้น inbound เข้าเมือง ทางไปเอกมัยและอยู่เยี้องกับ ศูนย์แพทย์พัฒนาฯ
 
หอประชุมกองทัพบก มูลค่า 3,400 ล้าน แห่งใหม่นี้ ที่สร้างนานหลายปี โครงการฯ นี้อยู่ในสมัยอำนาจ ของคสช.
และสร้างนานหลายปี จนเสร็จมาได้ 2-3ปีแล้ว

ส่วนมากจะปิดการใช้งาน มากกว่าเปิดการใช้งาน
และ ผบ.ทบ. ออกมายอมรับว่า กองทัพบก ใช้งานไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่สร้าง
และการเปิดใช้งานแต่ละครั้ง มีค่าใช้จ่ายสูงมาก เพราะมีขนาดใหญ่ และจุได้หลายพันคน

และกองทัพบก ไม่ได้มีภารกิจการจัดประชุม ที่มีขนาดใหญ่แบบนี้!
และเทคโนโลยีการประชุมของโลก ก็ล้ำหน้าไปมากแล้ว ตั้งแต่ยุค3G
มากกว่าการสร้างอะไรใหญ่ๆแบบนี้ ของตนเอง
ขณะเดียวกัน ช่วงที่ปิดการใช้งาน
ก็ยังมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษามหาศาลเช่นกัน!
ผบ.ทบ. ถึงขนาดเอ่ยทำนองว่า องค์กร หรือ ส่วนราชการ มาใช้งานได้
เพราะการไม่ใช้งาน ก็ทำให้ความสึกหรอ และความเสื่อมจากอายุใช้งาน เกิดขึ้นได้

แต่สิ่งที่แกพูด ก็ไม่ได้บอกถึงเรื่อง ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการเข้าใช้อย่างไร?
กองทัพบก คงตั้งหน่วยงาน ประสานการจัดการเรื่องนี้ เพื่อให้หอประชุมฯ มีรายได้หล่อเลี้ยง ค่าใช้จ่ายตัวเองได้!

กลายเป็น ภารกิจของกองทัพบก
คล้าย Impact Challengers Halls เมืองทอง และ BITEC บางนา ไปแล้ว!

และเราทราบว่า หอประชุมกองทัพบกนี้เคยเปิดใช้งาน 2 ครั้ง ในงานจัดประชุมในโครงการ ธรรมะนาวาวัง ของเจ้าคุณพระสินีนาถฯ
การประชุมของกองทัพบก แบบบิ๊กๆ ในหอประชุมฯ แห่งใหม่นี้ เหมือนยังไม่เคยเกิดขึ้น
และในหลวงฯ ยังไม่ได้เสด็จมาทำพิธีเปิดหอประชุมแห่งใหม่นี้

เพราะกองทัพบก มีหอประชุมเดิม อยู่แล้ว ที่สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีฯ

สถานที่ ที่เคยใช้ประชุมฯ คู่ขัดแย้ง 5 ฝ่าย ในปี2557 และในวันประชุมวันสุดท้าย

กองทัพบก โดย คสช.ก็ยึดอำนาจ และจับคนในห้องประชุมทั้งหมด ขึ้นรถตู้ กระจายไปคุมขังไว้ในกรม/กองต่างๆ หลายจังหวัด
อ.ชัชชาติ รมว.ในพรรคเพื่อไทย เล่าว่า ผมก็โดนคลุมหัว ด้วยถุงผ้าสีดำครอบหัว จับยัดในรถตู้ และพันธนาการด้วย จนมองอะไร ไม่เห็นระหว่างทาง

เมื่อวานในช่องเมนท์ ที่เราแชร์ ก็มีคนทราบข้อมูลว่า
ทำไม? หอประชุมกองทัพบกแห่งใหม่ จึงต้องมาอยู่ตรงนี้ ห่างไกลจากสถานที่ตั้ง เหล่ากรม/กอง ของกองทัพ ในย่านพระราม5 พระราม6 เกียกกาย และสวนรื่นฯ

ดีเลย! มีคนเปิดมาเราก็จะต่อให้ก็มาฟังเรื่องนี้กัน

สมัยจอมพลสฤษดิ์ ผบ.ทบ. มีอำนาจ จากการยึดอำนาจ จากจอมพลป. และพล.ต.อ. เผ่าฯ
แกสั่งสร้างบ้านพักให้ตนเอง ขนาดใหญ่ขึ้นมา บนที่ดินของกองทัพบก
ตรงที่นั้นเดิม ใกล้เสาคอนกรีตยักษ์ จำนวน4เสา ที่แขวนหม้อแปลงไฟฟ้า ที่ไว้ใช้ส่งกำลังไฟไปที่รถรางไฟฟ้าเส้น เกียกกาย-ท่าเตียน

และตรงนั้นใกล้วังเทเวศน์ ของกรมพระจันทบุรีฯ หรือวังปากคลองผดุงฯ ข้างวัดเทวราชฯ
ชาวบ้านตรงนั้นเลยเรียก บ้านจอมพลสฤษดิ์ ว่า บ้านสี่เสาเทเวศร์

จอมพลสฤษดิ์ ครองอำนาจ 2500-2506 หลังจากแกจากไป บ้านสี่เสาฯ ก็ไม่ได้ใช้งาน

ช่วงที่จอมพลสฤษดิ์ ใช้ผู้หญิง เปลืองมากแบบเปิดเผย ในช่วงครองอำนาจ
ก็ไม่มีใครกล้าเขียนว่า แกใช้สถานที่แห่งไหน? กับเหล่าสตรีฯ เหล่านั้น ซึ่งมีทั้งยินยอมและ หวาดกลัวในอำนาจ
ช่วงนั้น สี่อไทย ทรงพลัง มีสื่อด้านเดียว คือหนังสือพิมพ์ ก็โดนไล่ปิดสำนักพิมพ์ ถ้าสื่อวางตัวเองอยู่ฝั่งตรงข้าม
และล็อกกุญแจแท่นพิมพ์ เอาทหารถือปืน ยืนเฝ้าแท่นพิมพ์

จนสิบกว่าปีถัดมา พลเอกเปรมฯ ขึ้นนั่งใน ผบ.ทบ.ยุคพศ.2521
แกก็มาใช้บ้านหลังนี้ เป็นที่พำนักเรื่อยมา จนแกจากไปในกลางปี พศ.2562

และตอนตั้งโกศ ของป๋า ก็ตั้งที่วัดเบญจฯ ตลอดพิธี
ส่วนวันพระราชทานเพลิงศพ ปลายปี2562 ก็ไปทำพิธีที่ วัดเทพศิรินทร์

พลเอกสุรยุทธ์ เป็นประธานในงานตลอดงาน รวมถึงวันเก็บอัฐิด้วย

อัฐิป๋า ไปเก็บไว้ที่วัดราชบพิธฯ ซึ่งเป็นวัดประจำรัชกาล ของรัชกาลที่5

วัดราชบพิธ ส่วนริมรั้วข้างคลองหลอด จึงกลายเป็น ที่รวมการเก็บอัฐิของราชสกุล สายจุฬาลงกรณ์สันตติวงศ์ ทั้งหมด

เราชอบไปเดินศึกษา ตรงสุสานนั้นบ่อยๆ หลายราชสกุล แต่ละราชสกุล ก็ดูแลที่เก็บอัฐิได้ในระดับแตกต่างกัน

บางราชสกุล ก็ดูแลได้เท่าที่มีเวลา อาจจะมีภารกิจงานเยอะ

บางราชสกุล ก็อัพเดทปรับปรุงใหม่สร้างครอบเพิ่มอย่างใหญ่โต ทาสีสวย ยกตัวอย่าง ราชสกุล อาภากร ของกรม
หลวงชุมพรฯ ซึ่งทางกองทัพเรือ อาจจะเข้ามามีส่วนร่วมด้วยมั๊ง?

ส่วนที่เป็นข่าวทุกปี ในข่าวพระราชสำนัก2ทุ่ม ก็ในพื้นที่การเก็บอัฐิของเจ้าจอมมารดาอ่วม เจ้าจอมฯ ในรัชกาลที่5
ซึ่งเป็นพระมารดาของ กรมพระจันทบุรี ต้นราชสกุล #กิติยากร ซึ่งเป็นสายของ สมเด็จพระพันปี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ซึ่งจะมีการทำพิธีตรงนั้น ทุกปี

ลองไปเยี่ยมชมกันนะครับ และแวะไปชมงาน พระอุโบสถ วัดราชบพิธ ที่งดงามมาก จนมีช่วงนึง มีเวดดิ้งสตูดิโอ บ่าวสาวเดินพลุกพล่านมากๆ

หลังงานพิธี พระราชทานเพลิงศพของป๋า ปี2562 เสร็จสิ้น
บ้านสี่เสาเทเวศร์ ของป๋า ถูกทุบทิ้งทันที

และไปๆมาๆ ผ่านไป3ปี ในปี2565
อัฐิป๋า ที่อยู่ในวัดราชบพิธ ก็ถูกเคลื่อนย้ายจากวัดราชบพิธ ไปบรรจุอัฐิในอนุสาวรีย์ของป๋า ที่สวนสาธารณะ จ.สงขลา

ที่ดินของบ้านสี่เสาฯ เป็นของกองทัพบก หลังจากทุบทิ้ง ที่ดินได้ถูกเปลี่ยนมือไปเป็นของ สำนักงานทรัพย์สินฯ และไม่ได้เป็นการซื้อขาย แต่เป็นการแลกเปลี่ยนกัน

จึงเกิดที่ดิน บนหอประชุมกองทัพบก แห่งใหม่ ที่คุณวาสนาเล่าเรื่อง

เพราะผู้มาเมนท์ บอกว่า เป็นการทดแทนที่ดินกัน ของที่ดิน บ้านสี่เสาเทเวศร์ ที่ทุบทิ้ง สลับกับ แปลงที่ดินตรงนี้ ซึ่งข้อมูลก็ตรงกับข่าวในช่วงนั้น

บนที่ดินแปลงนี้ ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้าม ศูนย์แพทย์พัฒนา บริเวณถนนประดิษฐ์มนูธรรม หรือ ถนนเลียบด่วน
ที่ดินศูนย์แพทย์พัฒนา ก็เป็นของสำนักงานทรัพย์สินฯ

ย้อนหลังไป ในวันที่ในหลวงรัชกาลที่9 เสด็จไปทำพิธีเปิดศูนย์แพทย์พัฒนาฯ

พระองค์ท่าน จึงเห็นสุนัขทองแดง วิ่งอยู่ตรงนั้นแหละ!
เพราะเจ้าหน้าที่ที่ดูแลสถานที่วันพิธีเปิด คงกันพื้นที่ตรงนั้นได้ไม่ครบ จนมีสุนัขเจ้าถิ่น วิ่งและเดินออกมา และในหลวงทรงเห็นสุนัขทองแดง และทรงรับเลี้ยงไว้

สุตเขตด้านขวามือของศูนย์แพทย์พัฒนา ที่ดินติดกัน ก็เป็น ร้านโกลเด้นเพลส ในพระบรมราชูปถัมภ์ ก็เป็นที่ดินของสำนักทรัพย์สิน

บริเวณถนนประดิษฐ์มนูธรรม ที่ดินสำนักงานทรัพย์สินฯ จะมีหลายจุด และแต่ละแปลงใหญ่มากๆ
อย่างที่ดินแปลงใหญ่ ด้านหลัง ของ
หอประชุมกองทัพบก ที่เล่าด้านบน และพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า ด้านข้างหอประชุมฯ ที่กำลังสร้างอยู่ และใหญ่โตไม่แพ้กัน

ก็เป็นที่ดินของสนง.ทรัพย์สิน อีกแปลงหนึ่งใหญ่มากอยู่ด้านหลัง
คือ เดิมเป็นที่ตั้งของบริษัท SAMCO แซมโก้
Siam Admin Management Company

แรกทีเดียว samco เป็นของ SCB เป็นส่วนงาน เซฟเฮาส์ธนาคาร คือ เป็นศูนย์เก็บเงินสดขนาดใหญ่ และเก็บข้อมูลสำคัญ
และเป็นศูนย์กลางแอดมิน การบริหารด้านธุรการ ของสาขาทั้งหมดใน กทม.

เราเคยเข้าไปนานมากแล้ว ตรงนั้น จะมีรถหุ้มเกราะขนเงินสด วิ่งเข้าออก ตลอดเวลา ทั้งนำส่งสาขา และนำใส่ตู้เอทีเอ็ม

ในยุคทศวรรษ ปี2540 มักมีข่าวไม่ดี ออกสื่อ เกี่ยวกับรถขนเงินสด ทั้งโกง ทั้งปล้น ทั้งยักยอก ขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์ บ่อยมากๆ

ธ.กรุงเทพ และ อีกหลายธนาคาร 
ใช้บริษัทต่างชาติของสหรัฐ ขนเงินสด ชื่อ Brink’s รถหุ้มเกราะสีน้ำเงินเข้ม ดาร์คบลู

ธ.กสิกร ใช้บริษัทเครือข่ายธนาคารเองชื่อบริษัท กันภัย รถสีขาว คาดเขียว

ธ.ไทยพาณิชย์ ใช้บริษัทเครือข่ายของธนาคารเอง ชื่อบริษัท samco รถสีเงินตะกั่ว

และเวลาเกิดเหตุในเงินสด ของรถขนเงินสด จนเป็นข่าวหน้าหนึ่ง มักจะเป็นอยู่บริษัทเดียวคือ samco

จนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผบ.ชน. ตอนนั้น อารมณ์ตนเองหลุด! ออกสื่อ! ตอนที่ต้องทำคดีแบบนี้ซ้ำๆ จนเบื่อ และ แซะว่า

“ก็ธนาคารคุณ รับแต่คนร้าย เข้ามาทำงาน ไม่รู้คุณคัดกรองกันอย่างไร? เพราะธนาคารอื่นแทบไม่มีเหตุเลย”

สมัยนี้ ตำรวจไม่กล้าพูดแบบนี้กับธนาคารใหญ่ หรอก!

แปลว่า มาตรฐานตำรวจใหญ่ ในยุคนั้น
ยังพอไว้ใจได้ ตรงไป ตรงมา
เพราะความเทา ทุกภาคส่วน ยังไม่ครอบคลุมแบบยุคนี้

ปัจจุบัน samco เลิกแล้ว มีกลุ่มเอกชน มาซื้อกิจการ 100% เอาไปบริหารแทน ตั้งชื่อว่า บ.เมทเทียร์ คอยดูแลงานด้านรักษาความปลอดภัย งานดูแลอาคารสถานที่ และรถขนเงิน ที่มีความเชี่ยวชาญในระบบด้าน ict
แต่ยังตั้งสำนักงาน อยู่ที่เดิมของ samco

ที่ดินของสำนักทรัพย์สิน ใกล้แซมโก้
ยังกระจายออกไปในวงกว้างที่ใกล้กัน เช่น

ชุมชนทรัพย์สินเก่า ซอยรามคำแหง39 ซึ่งมีชุมชนอาศัย ทั้ง2ฝั่ง บนที่ดินของ สนง.ทรัพย์สินฯ
เพราะมีชุมชนขนาดเล็กกระจายหลายแห่ง อยู่ทั้งสองฝั่ง
ตรงบริเวณสี่แยก ธนาคารไทยพาณิชย์สาขาศรีวรา ทาวน์อินทาว์น

สนง.ทรัพย์สิน ก็บอกเลิกสัญญาเช่า กับบ้านเล็ก บ้านน้อย บ้านแบบเพิงๆ ในชุมชน เมื่อหลายปีที่แล้ว
และสร้างอาคารคล้ายทาวน์เฮาส์2ชั้น ขึ้นมาใหม่ โดยสยามสินธร ที่ดูแลทรัพย์สินส่วนฯ ให้จับจองเช่าอาศัยกัน ในจำนวนจำกัด

แต่เว้นช่วงที่ดินตรงกลาง เป็นที่ดินเปล่าขนาดหลาย 10 ไร่
สนง.ทรัพย์สิน เพิ่งปิดประกาศให้เอกชน ใครจะเช่า และสนใจ ก็มาพัฒนากัน

และจะขอเล่าถึงที่ดินแปลงสุดท้าย
อยู่หัวถนนเลียบด่วน ประดิษฐ์มนูธรรม

ประมาณยุคพ.ศ.2540 จะมี พระหนุ่มๆ กลุ่มที่การศึกษาสูง และโปรไฟล์สูง ที่ศึกษาพระธรรม ถูกเชิญให้ออกจากวัดฯ แห่งหนึ่ง
ด้วยวิธีที่เราไม่กล้าเล่าตรงๆ บนนี้

เอาเป็นว่าไปหาฟังเรื่องนี้ได้จากอาจารย์ ส.ศิวรักษ์ แล้วกัน เพราะแกมีความกล้าหาญ ที่จะเล่าเรื่องนี้ ของแม่ชี ออกอากาศ เพราะไม่มีใครกล้าเล่ากัน
แต่ผู้คนรอบๆวัดฯแห่งนั้น ในปีนั้น ในยุคนั้นจะทราบกันหมด

กลุ่มสำนักแม่ชี ก่อตั้งขึ้นใน พื้นที่ส่วนหนึ่งของวัดฯนี้ มาตั้งแต่ในยุค2510
จนเป็นศูนย์กลางของสำนักแม่ชี ในกรุงเทพ

และที่กลุ่มพระหนุ่มหัวก้าวหน้า โดนเชิญออก
อาจารย์ ส.ศิวรักษ์ ใช้คำว่า
ถูกโยนของใช้ส่วนตัวของพระ ข้ามกำแพงวัด ออกมาเลยกลางดึก
เป็นเรื่องการบริหารภายใน ที่เห็นไม่ตรงกัน

แล้วทำไมแม่ชี ทำแบบนั้นได้ ก็ไปค้นหาและศึกษากันเองบ้างนะครับ เล่าให้แค่นี้พอ

และเรื่องราว ที่เห็นไม่ตรงกัน ก็ไม่ได้เป็นเรื่องอื้อฉาว หรือ ผิดสมณะฯทางสงฆ์นะครับ

พระหนุ่มๆ เหล่านั้น จึงย้ายไปพำนักอยู่ที่ วัดดัง ที่บางละมุง
และพอแปลงที่ดินหัวมุม ถนนประดิษฐ์มนูธรรม เลียบด่วน ได้สร้างวัดพระราม9กาญจนาภิเษก ขึ้นมาใหม่ ที่ไม่ไกลจากศูนย์แพทย์พัฒนา และอยู่ฝั่งเดียวกัน

พระหนุ่มๆ เหล่านั้น จึงย้ายกลับมาอยู่ที่วัดนี้
อาจารย์ ส.ศิวรักษ์ เล่าแบบนี้

เรื่องนี้ เราก็พอทราบมาก่อนบ้าง พออาจารย์มาเล่า เราก็เอาเป็นชุดอ้างอิงได้
และมีโรงเรียนพระราม9กาญจนาภิเษก
ที่วัดอุปการะ ตั้งอยู่ด้านหลัง
และตอนโรงเรียนเปิดตัว มีหลักสูตรการสอนพิเศษ ที่โด่งดังมาก
จนผู้คนแห่ เอาลูกหลานเข้าไปเรียนกันเยอะ
ต้องจับฉลากกัน

ผมว่าเรื่องเหล่านี้ เราควรเล่าได้
และเล่าในตอนที่อาจารย์ ส.ศิวรักษ์ ยังอยู่นี่แหละ!
ต้องรีบๆเล่า เพราะแกก็ 90 กว่าแล้ว!555

สำหรับเรา แกเป็นปราชญ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในใจเรา ในยุคนี้
ถึงแม้แกก็เคยโดน112 มาก่อน

วันไหนอาจารย์ ไม่อยู่แล้ว
ก็อย่าไปเล่าเลย เพราะไม่มีพยานบุคคลต้นทางข้อมูลให้อ้างอิง555

และพวกคุณก็ไม่ต้องมายุผม ให้สืบทอดจากแก เพราะลูกเพจหลายคน ชอบพูดคำนี้ออกมา จนรู้สึกว่าเราโดน gaslighting 555

จบแค่นี้พอนะครับ
ใครว่างๆ ก็ไปศึกษาธรรมะกัน วัด
พระราม9นะครับ คนเยอะมากๆ
#สาธุครับผม

https://www.facebook.com/suvipan.pornawalai.7/posts/2117129335820081