วันอังคาร, กรกฎาคม 07, 2569

เกิดเหตุปะทะกัน เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง กับ ตำรวจ บาดเจ็บ 2 ราย ขณะร้อง "สี จิ้นผิง" แก้ปัญหาทุนจีนทำเหมืองในเมียนมาปล่อยสารพิษลงแม่น้ำ เครือข่ายฯ ได้นำข้อเรียกร้อง และ เตรียมสิ่งของเชิงสัญลักษณ์เพื่อสะท้อนความเดือดร้อนขั้นวิกฤตมาให้

https://www.facebook.com/nationweekend/posts/1490601633097302

เนชั่นสุดสัปดาห์ NationWeekend 
10 hours ago
·
เดือด! เกิดเหตุปะทะกัน เครือข่ายประชาชนฯกับตำรวจ บาดเจ็บ 2 ราย ขณะร้อง "สี จิ้นผิง" แก้ปัญหาทุนจีนทำเหมืองในเมียนมาปล่อยสารพิษลงแม่น้ำ
.
วันนี้ (6 กรกฎาคม) ที่บริเวณหน้าสถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ อ.เมือง จะ.เชียงใหม่ เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง จำนวน 30 คน ถือป้ายผ้า ป้ายข้อความ และนำหนังสือเปิดผนึกถึงประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน เพื่อเรียกร้องให้ยุติปัญหาการปนเปื้อนของสารโลหะหนักจากเหมืองแร่ของกลุ่มทุนจีนในประเทศเมียนมา แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังพร้อมแผงเหล็กมากั้น ทางกลุ่มจงต้องตั้งจุดเดินจากสวนบวกหาด อ้อมมาคูเมืองด้านในแทน โดยระหว่างขบวนเดินเข้ามา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สกัดกั้นไว้และพยายามผลักดันออก จึงเกิดปะทะกัน จนเป็นเหตุให้กลุ่มผู้ชุมนุม บาดเจ็บ 2 ราย 1 ในนั้นไล่หลุด จึงต้องเรียรถกู้ภัยมาผู้ป่วยไปรักษาพยาบาล ต่อจากน้นทางกลุ่มได้ทำ ลาบปลา จากแม่น้ำกกเพื่อแสดงสัญลักษณ์ และพร้อมแลงการณ์ และยื่นหนังสือก่อนแยกย้าย
.
แกนนำผุ้ชุมนุม เผยว่า ปัญหาการปนเปื้อนของสารโลหะหนักจากเหมืองแร่ของกลุ่มทุนจีนในประเทศเมียนมา สารพิษดังกล่าวได้ไหลลงสู่แม่น้ำกก สาย รวก และโขง ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชนไทยนับล้านคน พื้นที่เกษตรกรรมกว่า 110,000 ไร่ได้รับความเสียหาย สัตว์น้ำปนเปื้อนสารตะกั่ว แคดเมียม และปรอท จนกระทรวงสาธารณสุขต้องออกคำเตือนให้งดบริโภค นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่ออาชีพประมงพื้นบ้าน การท่องเที่ยว และทำให้ชาวเชียงรายกว่า 120,000 คนต้องเสี่ยงกับการใช้น้ำประปาที่ปนเปื้อน ทางเครือข่ายฯ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลจีนแสดงความจริงใจในการแก้ปัญหาด้วยการตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมายกับนักลงทุนจีนที่ก่อให้เกิดมลพิษข้ามพรมแดน พร้อมทั้งตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของแร่ที่นำเข้าจากเมียนมาไปยังจีน นอกจากนี้ยังขอให้ทางการจีนร่วมลงพื้นที่กับตัวแทนประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบเหมืองแร่ต่างๆ ในเมียนมาให้เป็นไปตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสากล และประกาศแผนการที่ชัดเจนผ่านกลไกความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง เพื่อยุติการทำลายสิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูแหล่งน้ำ และเยียวยาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน โดยหวังว่าทางการจีนจะพิสูจน์ความมุ่งมั่นนี้ด้วยการกระทำอย่างแท้จริง

ภาพ ธิติ วรรณมณฑา (Thiti Wannamontha)
.....

สิ่งที่เครือข่ายฯ นำมาสะท้อนปัญหา

นอกเหนือจากเอกสารแถลงการณ์แล้ว กลุ่มผู้ชุมนุมยังได้เตรียมสิ่งของเชิงสัญลักษณ์เพื่อสะท้อนความเดือดร้อนขั้นวิกฤต ได้แก่:

ตัวอย่างน้ำปนเปื้อน จากแม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำรวก

"ลาบปลาน้ำกก" เพื่อสื่อสารว่าสารพิษปนเปื้อนโลหะหนัก (โดยเฉพาะสารหนูจากเหมืองแร่และแรร์เอิร์ธในเขตรัฐฉาน เมียนมา) ได้ทำลายความมั่นคงทางอาหาร อาชีพ และสุขภาวะของประชาชนคนไทยทางภาคเหนือนับแสนคนที่ต้องใช้น้ำประปา

ข้อเรียกร้อง 4 ประการถึง "สี จิ้นผิง"

ทางกลุ่มผู้ชุมนุมระบุว่า แม้ทางการจีนจะเคยระบุว่าให้บริษัทจีนปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ แต่ในทางปฏิบัติ พื้นที่เหมืองในเมียนมาอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังชาติพันธุ์ ทำให้กฎหมายปกติบังคับใช้ไม่ได้ จึงต้องการให้รัฐบาลจีนใช้มาตรการเชิงรุก ดังนี้:
  1. กำกับดูแลเข้มงวด: ตรวจสอบและลงโทษนักลงทุนหรือวิสาหกิจจีนที่สร้างผลกระทบสิ่งแวดล้อมในต่างแดนอย่างจริงจัง
  2. ตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability): ตรวจสอบที่มาของแร่ที่นำเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของจีน ว่ามาจากเหมืองเถื่อนที่ปล่อยสารพิษลงแม่น้ำสายหลักเหล่านี้หรือไม่
  3. ลงพื้นที่ร่วมฟื้นฟู: ให้ส่งตัวแทนรัฐบาลจีนลงพื้นที่พบปะประชาชนไทยที่ได้รับผลกระทบ เพื่อวางแผนฟื้นฟูลำน้ำร่วมกัน
  4. ตั้งคณะกรรมการร่วม: เปิดให้มีการเข้าไปตรวจสอบพื้นที่เหมืองแร่ในเมียนมาโดยคณะทำงานจากหลายฝ่าย และเปิดเผยผลสู่สาธารณะ
ขณะเดียวกัน ในวันเดียวกันนี้มีรายงานว่าทางสถานกงสุลจีนเชียงใหม่ได้ปิดทำการชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ในขณะที่ฟากการเมืองไทยเริ่มมีการขยับ โดยคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา (สว.) ได้ออกแถลงการณ์จดหมายเปิดผนึกจี้ให้รัฐบาลไทยเร่งเจรจาทางการทูตและชนกับกลุ่มทุนจีนในกรณีมลพิษข้ามพรมแดนนี้อย่างตรงไปตรงมาแล้วครับ

(Gemini ช่วยรวบรวม)