วันศุกร์, กันยายน 04, 2569

แฉขบวนการ “ขยะพิษผสมขี้ไก่” ทิ้งพื้นที่ต้นน้ำปราจีนบุรี หวั่นสารพิษไหลลงแหล่งน้ำ

https://www.facebook.com/watch/?v=1528075652681487
.....



รู้ทันจีน Epic Fury
5 hours ago
·
แฉขบวนการ “ขยะพิษผสมขี้ไก่” ทิ้งพื้นที่ต้นน้ำปราจีนบุรี หวั่นสารพิษไหลลงแหล่งน้ำ

รายการ ชัดเจน เปลี่ยน By สากลภาพ ทาง NEWS1 เผยแพร่เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 เปิดประเด็นปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมในจังหวัดปราจีนบุรี โดยมีข้อกล่าวหาว่าเกิดขบวนการนำกากของเสียและวัสดุต้องสงสัยมาบด ก่อนผสมกับมูลไก่ เพื่ออำพรางให้มีลักษณะคล้ายปุ๋ยอินทรีย์ แล้วนำไปกองหรือทิ้งในพื้นที่ใกล้แหล่งน้ำและบริเวณต้นน้ำ

จากภาพและข้อมูลที่นำเสนอในรายการ พบกองวัสดุสีน้ำตาลดำขนาดใหญ่ รวมถึงถังพลาสติก ภาชนะบรรจุน้ำมันและสารเคมีอยู่ในพื้นที่ซึ่งมีน้ำสีดำและคราบคล้ายน้ำมัน ขณะที่ชาวบ้านและกลุ่มภาคประชาชนในพื้นที่แสดงความกังวลว่า หากวัสดุเหล่านี้มีสารอันตรายจริง เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน น้ำอาจชะล้างสารปนเปื้อนลงสู่คลอง แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร และระบบนิเวศโดยรอบ

ประเด็นที่น่ากังวลเป็นพิเศษคือวิธีการนำของเสียไปผสมกับมูลไก่ เพราะอาจทำให้วัสดุดังกล่าวถูกเข้าใจว่าเป็นปุ๋ยหรือวัสดุปรับปรุงดิน หากถูกนำไปใช้ในพื้นที่เกษตรโดยไม่มีการตรวจสอบ ก็อาจทำให้สารปนเปื้อนเข้าสู่ดิน แหล่งน้ำ พืชผล และห่วงโซ่อาหารได้

ปัญหากากอุตสาหกรรมในปราจีนบุรีไม่ใช่เรื่องใหม่ พื้นที่หลายอำเภอเคยมีข่าวเกี่ยวกับการลักลอบนำของเสีย เศษยาง วัสดุรีไซเคิล และกากจากโรงงานเข้ามากองเก็บหรือกำจัดอย่างไม่เหมาะสมมาก่อน ทำให้ภาคประชาชนตั้งคำถามถึงระบบติดตามต้นทางและปลายทางของกากอุตสาหกรรม ตลอดจนประสิทธิภาพในการกำกับดูแลผู้ประกอบการกำจัดของเสีย

แรงจูงใจสำคัญของการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมมักเกี่ยวข้องกับต้นทุน เนื่องจากการขนส่งและกำจัดของเสียอันตรายตามระบบมีค่าใช้จ่ายสูง หากมีผู้ประกอบการหรือคนกลางเลือกนำของเสียไปทิ้งในพื้นที่ห่างไกลแทน ก็สามารถลดต้นทุนได้อย่างมาก แต่ภาระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพกลับถูกผลักไปให้ประชาชนในพื้นที่รับแทน

กลุ่มชาวบ้านจึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งอุตสาหกรรมจังหวัดและกรมโรงงานอุตสาหกรรม เข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด พร้อมเก็บตัวอย่างกองวัสดุ ดิน และน้ำไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ เพื่อพิสูจน์ให้ชัดเจนว่ามีโลหะหนัก สารเคมีอันตราย หรือน้ำมันปนเปื้อนหรือไม่ และต้องติดตามย้อนกลับไปถึงต้นทางว่า ของเสียเหล่านี้มาจากโรงงานหรือผู้ประกอบการรายใด

นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระดับประเทศเข้ามาตรวจสอบ หากพบว่ามีการดำเนินการเป็นเครือข่าย มีการขนย้ายกากอุตสาหกรรมข้ามพื้นที่ หรือมีการปลอมแปลงประเภทของเสียเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย

กรณีนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงปัญหา “ขยะถูกทิ้งผิดที่” แต่เป็นคำถามใหญ่เกี่ยวกับระบบจัดการกากอุตสาหกรรมของประเทศ เพราะหากมีการนำของเสียอันตรายมาปลอมปนเป็นปุ๋ยหรือวัสดุปรับปรุงดินจริง ผลกระทบอาจไม่จบอยู่ที่พื้นที่ทิ้ง แต่สามารถแพร่กระจายผ่านน้ำ ดิน พืชผล และเข้าสู่ชีวิตประจำวันของประชาชนได้

สิ่งที่จำเป็นที่สุดในขณะนี้คือการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์และเปิดเผยเส้นทางของกากเหล่านี้อย่างโปร่งใส เพื่อให้ทราบว่า สิ่งที่ถูกนำมากองไว้ในพื้นที่ต้นน้ำของปราจีนบุรีนั้นเป็นเพียงมูลไก่และวัสดุทั่วไป หรือกำลังมี “ขยะพิษ” ถูกซ่อนอยู่ภายใต้ชื่อของปุ๋ยอินทรีย์กันแน่

อีกประเด็นที่ถูกตั้งคำถามในรายการคือ “ตกลงมาสร้างงาน หรือมาสร้างปัญหา” เพราะแม้ฝ่ายสนับสนุนการลงทุนจะอ้างว่าโรงงานใหม่ช่วยสร้างงานให้คนปราจีน แต่ชาวบ้านกลับพบว่าโรงงานบางแห่งใช้แรงงานนอกพื้นที่ แรงงานต่างด้าว หรือคนงานของผู้ประกอบการเอง ขณะที่คนท้องถิ่นต้องรับผลกระทบจากรถบรรทุก กลิ่น ฝุ่น น้ำเสีย และความเสี่ยงจากกากอุตสาหกรรม จึงเกิดคำถามว่า หากการลงทุนสร้างงานให้คนนอก แต่ทิ้งต้นทุนด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมไว้ให้ชุมชน แบบนี้ยังเรียกว่า “สร้างงาน” ได้หรือไม่ หรือแท้จริงแล้วกำลังย้ายปัญหาจากพื้นที่อุตสาหกรรมอื่นมาสู่ปราจีนบุรี

https://fb.watch/JpeCSJIlte/?
 
https://www.facebook.com/photo?fbid=122127338426914561&set=a.122101858418914561