วันศุกร์, มีนาคม 11, 2559

พัฒนาประเทศ ไม่ดู GDP ?? บิ๊กตู่ผุดยุทธศาสตร์เออีซี “เพื่อนจูงเพื่อน” (เหมือนเด็กสอบตก ขอปลี่ยนเกณฑ์วัดใหม่)




นายกฯ ชี้ พัฒนาเศรษฐกิจอย่ายึดติดจีดีพี ผุดยุทธศาสตร์เออีซี “เพื่อนจูงเพื่อน”

10 มี.ค. 59

“ประยุทธ์”เปิดประชุมเอซีดี “ย้ำ”ทุกคนต้องร่วมมือพร้อมวางความต้องการของตัวเองไว้ก่อน เร่งสร้างบทบาทบนเวทีโลกให้ได้ ชู ขับเคลื่อนด้วยประชารัฐ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 มีนาคม ที่โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานและกล่าวเปิดการประชุมรัฐมนตรีกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue (ACD) Ministerial Meeting) ครั้งที่ 14 ตอนหนึ่งว่า เรากำลังจะเดินไปข้างหน้าร่วมกัน โดยยึดหลัก 3 ประการคือ เพื่อประเทศชาติและประชาชนของแต่ละประเทศ หน้าที่ต่อภูมิภาคใน ACD และหน้าที่ต่อประชาคมโลก และต่อมวลมนุษยชาติ เราต้องร่วมมือกันให้เกิดความเป็นเอกภาพ เป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน เราจึงต้องปรับปรุงประวัติศาสตร์ ของ ACD ซึ่งเมื่อ 14 ปีที่แล้วไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งเราต้องมาช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรให้ทั้งประเทศไทย และประเทศกลุ่ม ACD รวมทั้งประเทศกลุ่มประชาคมโลก วางอนาคตโลกร่วมกัน ด้วยหลัก 3 ประการคือ ความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน การลดความหวาดระแวง และผลประโยชน์ที่เท่าเทียมกัน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในปีนี้ ACD มีการเจริญเติบโต ดังนั้นในเวทีการหารือครั้งนี้เราต้องมาร่วมมือกันว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศในกลุ่มภูมิภาคของเรามีการเจริญเติบโตอย่างมั่นคง แข็งแรง และยั่งยืน โดยต้องกำหนดวิสัยทัศน์ ทิศทางที่จะเดินไปข้างหน้า และแก้ปัญหาที่มีอยู่ ประเทศไทยเองก็กำลังปรับปรุงการทำงาน โดยนำนโยบายมาสู่การขับเคลื่อนและปฏิบัติให้ได้จริง เราต้องขับเคลื่อนให้ดีที่สุด เพราะอย่าลืมว่าโลกใบนี้เป็นของทุกคน เราต้องกำหนดอนาคตให้ได้ ซึ่งในฐานะที่ไทยเป็นประธานการประชุมและผู้ประสานงานในครั้งนี้เห็นว่า เราต้องศึกษาหรือทบทวนการดำเนินการในปีที่ผ่านมาว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคอย่างไร เอาปัญหามาเรียงลำดับความสำคัญ และเอาอนาคตมาเป็นตัวกำหนด ทำอย่างไรจะแก้ไขปัญหาในอดีตได้ ขณะเดียวกันก็ต้องเดินไปข้างหน้า เพราะขณะนี้โลกเรามีพลวัตรและเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องกำหนดแนวทางอย่างชัดเจน เอาปัญหามาจัดกลุ่ม และแก้ไปด้วยกัน และต้องกำหนดทิศทางของอนาคตเพื่อเป็นมาตรการรองรับความเสี่ยงไว้

“ทำอย่างไร ACD จึงมีบทบาทสำคัญในเวทีโลกได้ เราต้องกำหนดบทบาทตัวเองให้มีความเข้มแข็งทุกมิติ ต้องร่วมมือกันโดยทุกคนต้องลดความต้องการของตัวเองออกไปก่อน ประเทศไทยเองก็พยายามแก้ปัญหา เพราะถ้าทุกคนมุ่งหวังแต่ส่วนตัวมันก็จะเดินไปไม่ได้ วันนี้ถือเป็นเวลาที่เหมาะสมที่เราต้องทบทวน ซึ่งแต่ละประเทศมีความแตกต่าง แต่เราต้องแสวงหาความเหมือนในความแตกต่างให้ได้ แล้วนำปัญหาที่เหมือนกันมาแก้เป็นอันดับแรก แม้บางประเทศไม่มีปัญหาดังกล่าวแต่ต้องช่วยกัน เพื่อก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง แล้วค่อยมาดูปัญหาที่ 2-3 ประเทศไทยจึงมีการวางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีไว้ และมาคิดร่วมกันว่าเราจะเดินอย่างไรให้ถึงจุดมุ่งหมายนั้น”นายกรัฐมนตรี กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์20ปีไม่สามารถให้ที่จะให้คนทำตามได้หมด แต่ทำอย่างไรคนส่วนใหญ่จะเข้าใจ และทำตามเราในสิ่งที่เป็นประโยชน์ เป็นความก้าวหน้า โดยเราไม่สามารถจะตัดเสื้อตัวเดียวให้ประชาชนทุกคนใส่ได้ แต่เราสามารถตัดเสื้อให้ชิดพอดีสำหรับคนแต่ละกลุ่มได้ ดังนั้นเราต้องมองเป้าหมายในประเทศ และเออีซี ว่ามีความแยกแตกต่างกันอย่างไร เราเดินไปคนเดียวไม่ได้ต้องไปด้วยกัน ดังคำกล่าวที่ว่า stronger together โดยตนขอใช้คำว่า”เพื่อนจูงเพื่อน”เพราะเราเป็นเพื่อนกัน หากเป็นพี่เป็นพี่น้องจะเกิดข้อสงสัยว่าใครเป็นพี่ใครเป็นน้อง

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราจะต้องลดปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ การพัฒนาที่มีความแตกต่างให้ได้ เพื่อให้ประชาชนทุกคนกินดีอยู่ดี ไม่ใช่มุ่งหวังแต่ตัวเลข การนำเข้า หรือรายได้จีดีพีตรงนั้นเป็นหลักการเศรษฐศาสตร์ สิ่งที่เรามุ่งเน้นคือประชาชนต้องมีความสุข ความพอเพียง ในกลุ่มประเทศสมาชิกยังมีความแตกต่างกันมาก และจะทำให้การขับเคลื่อนในภูมิภาคเป็นไปด้วยความยากลำบาก เราจึงต้องเข้มแข็งจากภายใน โดยเริ่มจากประชาชนเป็นศูนย์กลาง และขับเคลื่อนในแบบที่ประเทศไทยทำอยู่ที่เรียกว่าประชารัฐ ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน เอ็นจีโอ ต้องร่วมมือกันขับเคลื่อน ไม่อย่างนั้นจะขัดแย้งกันอยู่อย่างนี้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาที่หนักมากในการพัฒนาคือเรื่องของสิทธิมนุษยชน และสิ่งแวดล้อม เรามีการพัฒนาด้านนี้น้อยเกินไป ต้องอาศัยการลงทุนจากภายนอก จึงทำให้สิ่งที่ได้รับไม่มากเท่าที่ควร เราจึงต้องส่งเสริม ทรัพยาการในแต่ละประเทศให้ได้มากเท่าที่ควร โดยการเดินหน้าในสองมิติคือ เพิ่มขีดความสามารถของพวกเราเอง เพื่อให้เกิดการแข่งขันโดยเสรี และต้องร่วมมือสร้างตลาดร่วมกัน เพื่อสนับสนุนวัสดุต้นทุนการผลิต ไม่อย่างนั้น เวทีโลกจะมองไม่เห็นเรา ไปพูดที่ไหนจะเหมือนตัวเล็กไปหมด ฉะนั้นเราจะเข้มแข็งและตัวใหญ่ด้วยประเทศสมาชิกทั้ง 34 ประเทศ เราต้องหาจุดแข็งและพัฒนาจุดอ่อนร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ตนไม่ขอกล่าวว่าไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน แต่ถือว่าอยู่ตรงศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์มากกว่า โดยอยากให้ทุกประเทศเป็นศูนย์กลาง เพราะแต่ละประเทศมีความสำคัญที่แตกต่าง เพื่อจะนำไปสู่การจัดกิจกรรมร่วมกัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าประเทศในกลุ่มเอซีดี มีการเชื่อมโยงทุกมิติโดยการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทางบก น้ำ และอากาศ สอดคล้องกับประเทศสมาชิก ไม่ใช่ขัดแย้งกันด้วยการแข่งขันเพียงอย่างเดียว และขอฝากไว้ว่า ในอนาคตโลกเปลี่ยนแปลงไม่มีอาหารเราจะอยู่กันอย่าง เรื่องนี้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในต้นทุน ทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง เราจะทำอย่างไรจะทำให้การเชื่อมโยงทุกประเทศมีประสิทธิภาพ แบบไร้รอยต่อ หากเราเอาความขัดแย้งมาพูดก่อนก็จะไปกันไม่ได้ ไม่ว่าจะเรื่องดินแดน เขตแดน เพราะยังไงก็ต้องอยู่ตรงนั้น ไปไหนไม่ได้ แต่สิ่งสำคัญคือประชาชนจะกินอยู่อย่างไร นอกจากนี้ ตนอยากให้มองเป้าหมายมูลค่าของกลุ่มประเทศเอซีดีขึ้นเป็น12ล้านล้านโดยเร็ว อีกทั้งอยากให้ประเทศที่พัฒนาแล้วกลับมาดูพวกเราด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามประเทศไทยได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนาประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทำสงครามกับความจน เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกร เราได้ทำตามแนวทางเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เพื่อความยั่งยืนของประเทศ ซึ่งแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นสามารถประยุกต์ใช้ได้หลายอย่าง และไทยพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับทุกประเทศ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและจะทำอย่างไร ไม่ให้ประเทศล้ม และเมื่อล้มต้องไม่เจ็บ เพราะเราใช้เงินแก้ไขปัญหาไม่ได้ เพราะปัญหาอื่นจะตามมา ดังนั้นการแก้ไขปัญหาจะต้องมีเหตุผล ต้องรู้จักประมาณตัวเอง

...

ความเห็นเพิ่มจากเวป...

GDP = C+I+G+(X-M)
C = การบริโภคภายในประเทศ
I = การลงทุน
G = การใช้จ่ายภาครัฐ
X = การส่งออก
M = การนำเข้า 

หากไม่ยึด จีดีพี. ประเทศจะไปได้อย่างไร??? ใครจะยอมเป็น เพื่อนกะ ประเทศคุณ เขาย่อมต้องกลัวคุณ ฉุดประเทศเขาพาลงเหวนะซิ.....อ้าวเข้าไป นี่แหละหนา เอา รปภ. มาบริหารประเทศ....เจ๊งกะเจ๊งงงงซิว่ะเนี้ยย
..

เพื่อนจูงเพื่อน หรือ เพื่อนจูงจมูกเพื่อน ใครยอมให้จูงจมูกก็ยอมไป แต่ผมไม่ยอมให้ใครมาจูงจมูกหรอกนะจะบอกให้ โดยเฉพาะเรื่อง GDP มันเป็นตัววัดเศรษฐกิจนะไม่ยึดได้อย่างไร..
... การค้าไม่มีใครเขาจูงการค้ามีแต่แข่งขันชิงไหวพริบใครเขาจะมาคอยคิดโง่ๆ..
....
ใครเขาจะอยากจูงเรา มีแต่เขาจะกระทืบซ้ำ เป็นเต้ยนำอาเซียนอยู่ดีๆไม่ว่าดี กลายเป็นเป็ดง่อยให้เพื่อนรักษา