วันเสาร์, กรกฎาคม 11, 2569

ในที่สุดยูเครนก็มีพิมพ์เขียวที่จะเอาชนะรัสเซียแล้ว ?






https://x.com/ccaryl/status/2075221321588363490
.....

บทวิเคราะห์ของ คริสเตียน คาริล (Christian Caryl) ในนิตยสาร Foreign Policy ได้ชี้ให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในวิธีคิดเชิงยุทธศาสตร์ของยูเครน จากเดิมที่เคียฟเคยพึ่งพาการบุกทะลวงแนวรบตามแบบแผนครั้งใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูง (เช่น การตีโต้กลับในปี 2023) มาสู่การสร้าง "ทฤษฎีแห่งชัยชนะ" (Theory of Victory) ที่เน้นการทำสงครามแบบอสมมาตร (Asymmetric Warfare) เพื่อบ่อนทำลายจุดเปราะบางเชิงโครงสร้างของรัสเซียในระยะยาว

กลยุทธ์หลักและสิ่งเดิมพันที่ยูเครนต้องเผชิญ สามารถสรุปเป็น 3 เสาหลัก และ 1 เงื่อนไขสำคัญได้ดังนี้:

1. การโจมตีลึกในแดนศัตรูแบบอสมมาตร (Asymmetric Deep Strikes)

ยูเครนได้ยกระดับการผลิตและใช้งานโดรนระยะไกลที่พัฒนาขึ้นเองในประเทศอย่างมหาศาล โดยพุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ส่วนลึกของรัสเซีย

เป้าหมาย: โรงกลั่นน้ำมัน คลังปิโตรเคมี สนามบินทหาร และท่าเรือขนส่งสินค้า

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง: เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงทางเศรษฐกิจที่หล่อเลี้ยงเครื่องจักรสงครามของทำเนียบเครมลิน และทำลายภาพลวงตาเรื่องความปลอดภัยภายในประเทศรัสเซีย บีบให้ วลาดีมีร์ ปูติน ต้องเลือกระหว่างการปกป้องส่วนกลางหรือการส่งกำลังบำรุงไปยังแนวหน้า

2. การโจมตีความเปราะบางของสถาบันและระบบเครมลิน

คาริลมองว่า ภายใต้ภาพลักษณ์ของการควบคุมอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ ระบบของเครมลินกลับมีความโกลาหล คอร์รัปชัน และพึ่งพาตลาดมืดอย่างมาก

จุดอ่อน: ความตึงเครียดภายในและการเปลี่ยนผ่านอำนาจของกลุ่มอิทธิพลท้องถิ่น (เช่น เสถียรภาพในเชชเนียภายใต้ รามซาน คาดิรอฟ) รวมถึงช่องโหว่ทางสถาบัน

เป้าหมาย: ยูเครนพยายามรักษาแรงกดดันอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ (ทหาร, เศรษฐกิจ, จิตวิทยา) เพื่อบีบให้ระบบของรัสเซียเข้าสู่ "จุดเปลี่ยน" (Tipping Point) ที่กลไกของรัฐไม่สามารถปรับตัวหรือประคองตัวต่อไปได้อีก

3. ความอึดของระบอบประชาธิปไตย vs. ความเหนื่อยล้าของระบอบอำนาจนิยม

ยุทธศาสตร์นี้อาศัยความยืดหยุ่นและการสร้างนวัตกรรมแบบกระจายศูนย์ของภาคประชาสังคมและกองทัพยูเครน (โดยเฉพาะด้านสงครามอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีโดรน) ซึ่งตรงกันข้ามกับรัสเซียที่ต้องพึ่งพาการเกณฑ์ทหารแบบบังคับและการพึ่งพาพันธมิตรภายนอกอย่างจีน เกาหลีเหนือ และอิหร่าน
ความท้าทายครั้งใหญ่: เงื่อนไขเรื่อง "เวลา" (The Time Dilemma)

คาริลเน้นย้ำว่า ทฤษฎีแห่งชัยชนะนี้จะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับตัวแปรเดียวที่สำคัญที่สุด นั่นคือ "เวลา" โดยมีนาฬิกา 2 เรือนที่ยูเครนต้องรักษาให้เดินหน้าไปพร้อมกัน:

นาฬิกาภายในประเทศ (Domestic Clock): ยูเครนจะสามารถต้านทานสงครามที่ยืดเยื้อนี้ได้นานแค่ไหน? ในขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนกำลังพลอย่างรุนแรง โครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานที่ถูกทำลายจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธ และความเหนื่อยล้าสะสมของประชาชน

นาฬิกาภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Clock): กลยุทธ์นี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า ความช่วยเหลือทางการทหารและการเงินจากตะวันตกจะยังคงหลั่งไหลเข้ามาอย่างมั่นคงนานพอที่จะเห็นรอยร้าวในรัสเซียขยายใหญ่ขึ้น แต่ด้วยความผันผวนทางการเมืองในวอชิงตันและการเปลี่ยนผ่านลำดับความสำคัญด้านความมั่นคงในยุโรป เคียฟกำลังแข่งกับความเสี่ยงที่แรงสนับสนุนจากภายนอกอาจลดลง และอาจถูกกดดันให้ยอมรับข้อตกลงที่ไม่เป็นธรรม

โดยสรุป บทวิเคราะห์นี้สะท้อนว่า ยูเครนมีพิมพ์เขียวการรบที่ทันสมัยและมีเหตุมีผลรองรับแล้ว แต่การนำไปปฏิบัติจริงยังคงเป็นการเดิมพันที่สูงมาก ท่ามกลางข้อจำกัดด้านเวลา ความอดทนทางการเมืองของพันธมิตร และขีดความสามารถในการยืนระยะของตนเอง







https://x.com/CNBC/status/2075087480810791347