🔥 เมื่อ Starbucks ในเกาหลีใต้ให้ "AI ช่วยคิดคอนเทนต์" จนกลายเป็นดราม่าระดับชาติ แบรนด์พังจน CEO ต้องลาออก
— khajochi (@khajochi) May 27, 2026
📍 Case Study สำหรับแบรนด์และเอเจนซี่ที่จะเอา AI มาใช้ในการช่วยคิดแคมเปญ
- เรื่องเกิดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา Starbucks ก็ออกแคมเปญเปิดตัวแก้วชุดใหม่ในเกาหลีใต้
-… pic.twitter.com/FXguBUDZTT
https://x.com/khajochi/status/2059599450184818935
.....
khajochi@khajochi
- เรื่องเกิดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา Starbucks ก็ออกแคมเปญเปิดตัวแก้วชุดใหม่ในเกาหลีใต้
- ความดราม่าคือ แคมเปญเปิดตัวในวันที่ 18 พ.ค. ซึ่งเป็นวันครบรอบเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เมืองควังจู ทหารกวาดล้างการประท้วงของประชาชน
- เทียบกับไทยก็ประมาณเหตุการณ์ 6, 14 ตุลาคม ซึ่งเป็นแผลใจของคนทั้งประเทศ
.
- ความพีกคือ Starbucks ใช้ชื่อแคมเปญว่า Tank Day(탱크데이)
- แถมแก้วที่วางขายเป็นทรงกระบอกยาว เหมือนปืนรถถัง
- ชาวเกาหลีใต้คือโกรธจัดๆ เอาเรื่องแบบนี้มาทำเป็นแคมเปญขายของได้ยังไง
- คนออกมาไล่ด่าพนักงานในร้านตาบั๊ก เอาแก้วที่มีออกมาทุบทิ้ง ในโซเชียลคือรณรงค์แบนทั้งประเทศ
.
ส่วนตัวคิดว่าการเอา AI มาช่วยงานไม่ผิด แต่ควรคิดไว้เสมอว่า ยิ่งเอา AI มาใช้ยิ่งต้องทำการบ้านตรวจสอบมากขึ้นกว่าเดิม
ไม่ใช่การใช้ AI เพื่อลด cost ลดเวลา เอางานง่ายๆ มาให้ AI ทำแบบไม่ตรวจละเอียด
ผลที่ตามมาอาจจะน่ากลัวกว่าที่คิดก็ได้
- ความพีกคือ Starbucks ใช้ชื่อแคมเปญว่า Tank Day(탱크데이)
- แถมแก้วที่วางขายเป็นทรงกระบอกยาว เหมือนปืนรถถัง
- ชาวเกาหลีใต้คือโกรธจัดๆ เอาเรื่องแบบนี้มาทำเป็นแคมเปญขายของได้ยังไง
- คนออกมาไล่ด่าพนักงานในร้านตาบั๊ก เอาแก้วที่มีออกมาทุบทิ้ง ในโซเชียลคือรณรงค์แบนทั้งประเทศ
.
- อีกหนึ่งในแจ็คพ็อต คือในแคมเปญมีการใช้คำในหน้าโปรโมชั่น บอกว่า ให้วางบนโต๊ะจนเสียงดังตั้ก! (탁)
- ซึ่งคำว่าตั๊กนี้ เป็นประโยคที่ตำรวจออกมาแถลงข่าวหลังทรมานนศ.จนเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ว่า "อยู่ดีๆ ก็มีเสียงดังตั๊ก ! แล้วเขาก็ขาดใจตายเลย"
- คือมันเป็นคำที่คนเกาหลีทั้งชาติจำได้ดี และโกรธมากทุกครั้งที่พูดถึง
.
- ซึ่งคำว่าตั๊กนี้ เป็นประโยคที่ตำรวจออกมาแถลงข่าวหลังทรมานนศ.จนเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ว่า "อยู่ดีๆ ก็มีเสียงดังตั๊ก ! แล้วเขาก็ขาดใจตายเลย"
- คือมันเป็นคำที่คนเกาหลีทั้งชาติจำได้ดี และโกรธมากทุกครั้งที่พูดถึง
.
- เรื่องน่าสนใจกว่า คือพอมีการสอบสวนเรื่องนี้ภายในบริษัท พบว่าพนักงานที่คิดแคมเปญ บอกว่าใช้ AI ช่วยคิดเนื้อหาต่างๆ
- ซึ่ง AI ก็ดันไปโยงวันที่ กับความเป็นเกาหลี ออกมาเป็น Tank Day
- แล้วอีพนักงาน ดันไม่ทันคิดอะไร ก็ใช้ไอเดียนี้เลย
- น้องพนักงานก็ส่งอีเมล์ Approve ตาม loop ปกติ ปรากฏในทีมที่ Approve บางคนก็บอกโอเคโดยยังไม่เปิดไฟล์ดูด้วยซ้ำ
- ฝ่ายกฏหมายที่ปกติต้อง Approve ก็ไม่ได้เข้ามาอยู่ใน loop ด้วย
- พนักงานบอกไม่รู้เลยว่า Tank Day ไปเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ 18 พ.ค.ได้ จนเห็นกองทัพคอมเม้นหลังโพสต์ไปแล้ว
.
- ซึ่ง AI ก็ดันไปโยงวันที่ กับความเป็นเกาหลี ออกมาเป็น Tank Day
- แล้วอีพนักงาน ดันไม่ทันคิดอะไร ก็ใช้ไอเดียนี้เลย
- น้องพนักงานก็ส่งอีเมล์ Approve ตาม loop ปกติ ปรากฏในทีมที่ Approve บางคนก็บอกโอเคโดยยังไม่เปิดไฟล์ดูด้วยซ้ำ
- ฝ่ายกฏหมายที่ปกติต้อง Approve ก็ไม่ได้เข้ามาอยู่ใน loop ด้วย
- พนักงานบอกไม่รู้เลยว่า Tank Day ไปเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ 18 พ.ค.ได้ จนเห็นกองทัพคอมเม้นหลังโพสต์ไปแล้ว
.
- คือด้วยความที่ AI ไม่ได้มีความคิดด้านศีลธรรมหรือเข้าใจวัฒนธรรมดีพอ มันเลยเชื่อมโยงแบบไม่ได้คิดอะไร
- แล้วยิ่งคนทำดันไม่ได้คิดอะไรตาม ทำงานแบบผ่านๆ อะไรที่ AI แนะนำก็เชื่อเลย
- บวกกับการทำงานแบบไม่ละเอียด ส่งต่อกันแบบไม่ตรวจ
- ดราม่าเลยบังเกิด
.
ตามข่าวไม่ได้ระบุว่าใช้ AI เจ้าไหน แต่ถือเป็นเคสดังระดับประเทศแรกๆ ที่มีการเอา AI มาช่วยคิดคอนเทนต์ คิดแคมเปญ
- แล้วยิ่งคนทำดันไม่ได้คิดอะไรตาม ทำงานแบบผ่านๆ อะไรที่ AI แนะนำก็เชื่อเลย
- บวกกับการทำงานแบบไม่ละเอียด ส่งต่อกันแบบไม่ตรวจ
- ดราม่าเลยบังเกิด
.
ตามข่าวไม่ได้ระบุว่าใช้ AI เจ้าไหน แต่ถือเป็นเคสดังระดับประเทศแรกๆ ที่มีการเอา AI มาช่วยคิดคอนเทนต์ คิดแคมเปญ
ส่วนตัวคิดว่าการเอา AI มาช่วยงานไม่ผิด แต่ควรคิดไว้เสมอว่า ยิ่งเอา AI มาใช้ยิ่งต้องทำการบ้านตรวจสอบมากขึ้นกว่าเดิม
ไม่ใช่การใช้ AI เพื่อลด cost ลดเวลา เอางานง่ายๆ มาให้ AI ทำแบบไม่ตรวจละเอียด
ผลที่ตามมาอาจจะน่ากลัวกว่าที่คิดก็ได้
กรณี ยอดขาย #สตาร์บัคส์ #เกาหลีใต้ ร่วงหนัก หลังแคมเปญขายแก้ว ถูกโยงเข้าหาเหตุสังหารหมู่ควังจู จนเกิดการคว่ำบาตร อาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
— Pipob (@pipob69) May 27, 2026
แม้ว่า จอง ยงจิน ประธานกรรมการ ชินเซเก กรุ๊ป จะโค้งคำนับสามครั้งต่อหน้าสาธารณชน เพื่อขออภัยต่อครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ 18 พ.ค.… pic.twitter.com/hwnEI01h19
Pipob
@pipob69
กรณี ยอดขาย #สตาร์บัคส์ #เกาหลีใต้ ร่วงหนัก หลังแคมเปญขายแก้ว ถูกโยงเข้าหาเหตุสังหารหมู่ควังจู จนเกิดการคว่ำบาตร อาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
แม้ว่า จอง ยงจิน ประธานกรรมการ ชินเซเก กรุ๊ป จะโค้งคำนับสามครั้งต่อหน้าสาธารณชน เพื่อขออภัยต่อครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ 18 พ.ค. แต่ก็ยังไม่อาจลบความสงสัยในตัวเขาไปได้ และเขาและ CEO ที่ถูกไล่ออกไปแล้ว จะต้องเข้าสู่การสอบสวนอาญา ฐานปล่อยข่าวบิดเบือนสร้างความเสียหายให้กับวีรชนเดือนพฤษภา ซึ่งมีกม.คุ้มครองเป็นการเฉพาะ
@KoreaTimes รายงานว่า จอง ยงจิน ประธานแชโบลกลุ่มธุรกิจค้าปลีกใหญ่สุดของเกาหลีใต้ ที่มีรายได้มากกว่า 28 พันล้านเหรียญ ได้เคยแสดงทัศนคิตที่รังเกียจฝ่ายซ้าย และต้องการกำจัดคอมมิวนิสต์มาก่อนหน้านี้แล้ว
เขาเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชนอย่างมาก โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2021 เพราะเขามักโพสต์ในโซเชียล โดยใช้คำว่า "มยอลกง" ในภาษาเกาหลี ซึ่งหมายถึง "กำจัดคอมมิวนิสต์" และยังโพสต์ข้อความประณามลัทธิคอมมิวนิสต์ พร้อมแฮชแท็ก “myeolgong” ทั้งยังเยาะเย้ยนักข่าวที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับการโพสต์โซเชียลมีเดียของเขา ด้วยการแสดงความคิดเห็นเสียดสีในบทความข่าวออนไลน์ของพวกเขา
แสดงว่า จอง ยงจิน เป็นนายทุนที่น่าจะขวาจัดไม่เบา แต่บังเอิญรัฐบาลเกาหลีตอนนี้เป็นฝ่ายซ้ายซะด้วย ทำให้ตำรวจแถลงจะเรียกสอบสวนอดีต CEO และประธานกลุ่มซินเซแก จากที่มีประชาชนไปร้องทุกข์กล่าวโทษว่าพวกเขาละเมิด Special Act on the May 18 Democratization Movement
กม.นี้ถูกประกาศใช้ในยุคที่ก้าวเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยของเกาหลีใต้ เมื่อปี 2538 นอกจากเป็นกม.ที่กำหนดฐานความผิดและวิธีพิจารณาคดีกับอดีตเผด็จการและพรรคพวกแล้ว ยังมีข้อบทเพื่อต่อต้านการปล่อยข้อมูลบิดเบือน และการปฏิเสธประวัติศาสตร์ รวมทั้งการเผยแพร่ข้อกล่าวอ้างเท็จเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของประชาชนวันที่ 18 พฤษภาคม (เช่น การกล่าวหาว่าเป็น “การจลาจลที่ถูกจัดฉากโดยสายลับต่างชาติ”) และทำให้เกิดความผิดทางอาญา
ในแคมเปญของสตาร์บัคส์ เกาหลีใต้ มีการใช้สโลแกน “ฟาดลงบนโต๊ะ!” ซึ่งหลายคนตีความว่าตรงกับเหตุการณ์ที่ปาร์ค จง-ชอล แกนนำนักศึกษาที่เสียชีวิตระหว่างการควบคุมตัวของตำรวจเมื่อปี 1987 ซึ่งในตอนนั้นตำรวจแถลงว่า แค่ตำรวจ “ฟาดลงบนโต๊ะอย่างแรง” ปาร์คก็ตกใจตายไปเอง ทั้งที่ประชาชนเชื่อว่า เขาเป็นเหยื่อของการทรมานจนเสียชีวิตโดยตำรวจ
ประเทศเขาเมื่อเข้าสู่ยุคประชาธิปไตย มีการสร้างพิพิธภัณฑ์ จัดงานรำลึกอย่างสมเกียรติ มีการออกกม.เอาผิดกับผู้ละเมิดสิทธิ และปกป้องเกียรติภูมิของผู้วายชนม์จากการต่อสู่กับเผด็จการ แต่ประเทศไทยยังไม่เคยมีอะไรแบบนี้ หมุดคณะราษฎร์ก็หายถูกแทนที่ด้วยหมุดหน้าใส จึงไม่อาจเรียกได้ว่าเข้าสู่ยุคประชาธิปไตยแล้ว จริงมั้ย?
https://koreatimes.co.kr/business/companies/20260526/beleaguered-shinsegae-chairman-apologizes-for-starbucks-crisis
.....
Puangthong Pawakapan
14 hours ago
·
เมื่อโลกธุรกิจขาดความละเอียดอ่อน ไม่เข้าใจความรู้สึกของประชาชนต่อประเด็นหนึ่งๆ ก็ต้องเจอกับการประท้วงแบบนี้
·
เมื่อโลกธุรกิจขาดความละเอียดอ่อน ไม่เข้าใจความรู้สึกของประชาชนต่อประเด็นหนึ่งๆ ก็ต้องเจอกับการประท้วงแบบนี้
สตาร์บักส์เกาหลีใต้ทำแคมเปญขายแก้วเก็บอุณหภูมิ ชื่อรุ่น "Tank" หรือ "รถถัง" โดยตั้งใจเปิดขายวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา และยังเรียกวันที่ 18 พฤษภาคมว่า "Tank Day" ทั้งๆ ที่มันคือวันที่คนเกาหลีรำลึกเหตุการณ์ทหารสังหารหมู่ชาวควังจู เป็นเหตุการณ์ที่สำคัญอย่างยิ่งต่อขบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของเกาหลีใต้ รัฐบาลไม่ว่าซ้ายหรือขวาต่างต้องเข้าร่วมรำลึกเหตุการณ์นี้
การขายแก้ว "รถถัง" เปรียบเสมือนการ romanticize ความเป็นทหาร-ความรุนแรง มองข้ามโศกนาฎกรรมที่เกิดขึ้น ย่อมทำให้ชาวเกาหลีรับไม่ได้ พวกเขาจึงจัดประท้วงหน้าสตาร์บักส์ โดยรัฐบาลก็สนับสนุนการประท้วงนี้ด้วย โดยบอกว่าต่อไปนี้จะไม่ใช้คูปองของบริษัท มาใช้เป็นของแจกอีก
ประธานาธิบดีลี แจ มุง โพสใน X ว่าตนรู้สึกโกรธมากกับพฤติกรรมที่ไร้ความเป็นมนุษย์และน่าอับอายเช่นนี้ ที่ไม่เคารพต่อคุณค่าประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนที่ชาวเกาหลีใต้ให้ความสำคัญ
ผู้บริหารสตาร์บักส์ต้องจัดแถลงข่าวใหญ่ขอโทษประชาชนเกาหลีใต้โดยพลัน สตาร์บักส์ที่อเมริกาก็ต้องออกแถลงการณ์ขอโทษเช่นกัน
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าขายผิดที่ ก็ต้องเจอสวนกลับ
มาขายเมืองไทยค่ะ รับรองไม่มีปัญหา ขายดีๆ