เช่าที่วัด เปิดมหาลัยสอนเด็กจีน l สืบสวนความจริง
Nation Online
May 16, 2026
จากพื้นที่ภายในวัดสู่ห้องเรียนของนักศึกษาชาวจีน เมื่อศูนย์การเรียนการสอนแห่งหนึ่งใช้พื้นที่ภายในวัดเปิดการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย รองรับนักศึกษาจีนจำนวนมาก ทั้งที่บางขั้นตอนของโครงการ ยังอยู่ระหว่างการแต่งตั้งและตรวจสอบ สืบสวนความจริง แกะรอยไทม์ไลน์ ตั้งแต่การเช่าพื้นที่ การเปิดเรียน การสอบ ไปจนถึงกระบวนการสำเร็จการศึกษาของนักศึกษาจีน 49 คน ที่ใช้เวลาเพียงประมาณ 13 เดือน ในหลักสูตรที่กำหนดระยะเวลาไว้ถึง 2 ปี ขณะเดียวกัน ยังพบข้อสังเกตสำคัญเกี่ยวกับผู้สนับสนุนค่าเช่าพื้นที่แทนมหาวิทยาลัย รวมถึงบทบาทของบุคคลภายนอกที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ ทั้งหมดนี้ คือการศึกษานานาชาติที่ดำเนินไปตามระบบหรือมีใครบางคนกำลังใช้ช่องว่างของระบบการศึกษาเป็นทางลัดติดตามกับคุณโชฏิมา จันทร์คงในรายการสืบสวนความจริง เวลา 22.45 น. เนชั่นทีวีช่อง 22
https://www.youtube.com/watch?v=_UYKu3lc5BI
.....

รู้ทันจีน Epic Fury
20 hours ago
·
ตีแผ่ขบวนการ “เช่าวัดเปิดมหาลัยจีน” ในชลบุรี — ป้อนนักศึกษาจีน 100 คน เรียน 13 เดือนจบหลักสูตร 2 ปี ก่อนสภาฯ อนุมัติโครงการรายการสืบสวนความจริง Nation TV เปิดไทม์ไลน์พิรุธมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งหนึ่งเช่าพื้นที่วัดในจังหวัดชลบุรีเปิดวิทยาลัยนานาชาติ รับนักศึกษาจีน 100 คน พบ 49 คนมีแนวโน้มจบใน 13 เดือนทั้งที่หลักสูตรกำหนด 2 ปี — เปิดเรียนก่อนสภามหาวิทยาลัยอนุมัติ 1 เดือน หลักสูตรเพิ่งได้รับการรับรองมาตรฐานเมื่อ มี.ค. 2569 ขณะที่นักศึกษาเรียนและสอบจบไปแล้ว
จากพื้นที่ภายในวัด สู่ห้องเรียนนักศึกษาจีนทีมข่าวรายการสืบสวนความจริง Nation TV ลงพื้นที่ตรวจสอบวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี หลังได้รับข้อมูลว่าภายในวัดถูกใช้เป็นสถานที่เปิดการเรียนการสอนระดับบัณฑิตศึกษา รองรับนักศึกษาชาวจีนจำนวนมาก โดยพระภายในวัดยอมรับว่ามีการเปิดการเรียนการสอนจริง และเมื่อทีมข่าวเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ประมาณ 20 นาที พบกลุ่มชาวจีนซึ่งคาดว่าเป็นนักศึกษาเดินลงมาจากอาคารด้านหลังวัดในช่วงเวลาประมาณเที่ยงตรง
ไทม์ไลน์สุดพิรุธ — เปิดเรียนก่อนสภาฯ อนุมัติ 1 เดือน สอบจบใน 4 วันทีมข่าวตรวจสอบพบว่านักศึกษาชาวจีน 49 คน จากทั้งหมด 100 คน มีแนวโน้มจบหลักสูตรที่กำหนดไว้ 2 ปี ได้ภายในระยะเวลาประมาณ 13 เดือนเท่านั้น โดยพบไทม์ไลน์ที่น่าตั้งคำถามหลายจุด ดังนี้
• 20 มกราคม 2567 — นักศึกษาจีน 49 คน เริ่มเข้าเรียน
• 22 กุมภาพันธ์ 2567 — สภามหาวิทยาลัยเพิ่งอนุมัติโครงการ (หลังเปิดเรียนไปแล้วกว่า 1 เดือน)
• 12 มิถุนายน 2567 — สภามหาวิทยาลัยอนุมัติหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษา
• 20 กุมภาพันธ์ 2569 — นักศึกษากลุ่มนี้เพิ่งได้รับการอนุมัติหัวข้อค้นคว้าอิสระและแต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษา
• 24–27 กุมภาพันธ์ 2569 — นักศึกษาเข้าสอบปากเปล่าขั้นสุดท้าย หรือใช้เวลาเพียงประมาณ 4 วันหลังได้รับการอนุมัติหัวข้อ
• 11 มีนาคม 2569 — หลักสูตรเพิ่งได้รับการรับรองมาตรฐานการอุดมศึกษาในระบบของกระทรวง อว. โดยถูกระบุเป็น “หลักสูตรใหม่” ไม่ใช่หลักสูตรปรับปรุง
จึงเกิดข้อสังเกตสำคัญว่า ก่อนหลักสูตรได้รับการอนุมัติและรับรองมาตรฐาน นักศึกษากลุ่มนี้เรียนอยู่ในหลักสูตรใด และกระบวนการทั้งหมดชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
เปิดปากอดีตอาจารย์ — เริ่มจาก “เปิดให้ลูกหลานชลบุรีเรียน” แต่กลายเป็น “นานาชาติ” ใน 2 เดือนอดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยรายหนึ่งซึ่งเคยช่วยงานด้านการศึกษาและเป็นที่ปรึกษาวงการสงฆ์ระดับสูงในจังหวัดชลบุรี ให้ข้อมูลว่าจุดเริ่มต้นของโครงการนี้เกิดจากความตั้งใจของเจ้าอาวาสวัด ที่ต้องการเปิดพื้นที่ทางการศึกษาให้กับเยาวชนและคนในชุมชนรอบวัด เดิมประสานกับมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยเปิดสอน 2 สาขาคือรัฐศาสตร์และพุทธศาสตร์ แต่ติดเงื่อนไขทางกฎหมายที่ไม่อนุญาตให้เปิดนอกสถานที่จึงต้องพักไป
ต่อมาในปี พ.ศ. 2567 มีการพูดคุยกับคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งหนึ่ง โดยตกลงจะให้คนไทยได้เรียน แต่หลังทำสัญญาเช่าได้ไม่ถึง 2 เดือน ผู้บริหารกลับเปลี่ยนจาก “การจัดการศึกษานอกสถานที่ตั้ง” เป็น “วิทยาลัยนานาชาติ” แทน พร้อมตั้งคณบดีและคณะผู้บริหารชุดใหม่ขึ้น โดยคณบดีวิทยาลัยนานาชาติทราบว่าเป็นชาวจีน แต่ไม่ได้อยู่ประจำ มาประชุมประมาณ 2 เดือนครั้ง หรือนานๆ ที
สัญญาเช่าพื้นที่มีระยะเวลา 3 ปี สิ้นสุดประมาณเดือนเมษายน 2570
เรียน 2 เดือนแล้วหายไป — ลงทะเบียนเป็นหลักร้อย แต่มาเรียนจริง 75–120 คนอดีตอาจารย์ผู้ให้ข้อมูลระบุว่า นักศึกษาชุดแรกมาเรียนประมาณ 2 เดือนแล้วหายไปเลย เป็นชาวจีน 100% มีผู้ลงทะเบียนเรียนเป็นหลักร้อย แต่ผู้ที่เดินทางมาเรียนจริงประมาณ 75 ถึง 120 คน
รูปแบบการเรียนคือเทอมละประมาณ 2 เดือน แล้วก็หายไป ปรากฏอีกเทอมหนึ่งประมาณ 2 เดือนแล้วหายไปเลย หลังจากนั้นก็ไม่มีการเรียนการสอนอีกเลย โดยอาจารย์ตั้งข้อสังเกตว่ามีปัญหาเรื่องการเดินทางเข้ามาเรียนของนักศึกษาว่าถูกต้องหรือไม่ มาเรียนจริงๆ หรือเปล่า หรือลงทะเบียนเสร็จก็หายไป
เอเจนซี่จีน 5 เจ้า — จัดบริการแบบวงจรปิด ค่าหัวคนละ 80,000 บาทอีกด้านที่กำลังถูกจับตาคือบทบาทของเอเจนซี่รับนักศึกษาต่างชาติ โดยอดีตอาจารย์ระบุว่ามีเอเจนซี่ประมาณ 5 เจ้าทำหน้าที่หานักศึกษามาให้ โดยเป็นชาวจีนจากมณฑลต่างๆ
จากการสอบถามนักศึกษาบางท่านและเอเจนซี่บางกลุ่ม ระบุว่าค่าหัวอยู่ที่ประมาณ 80,000 บาทต่อคน ซึ่งทางมหาวิทยาลัยจะมีกำหนดค่าลงทะเบียน ค่าทำบัตรชัดเจน แต่นอกเหนือจากนั้นจะเป็นเอเจนซี่จัดการเรื่องการอำนวยความสะดวก ที่พัก การเดินทาง ค่าตั๋วเครื่องบิน ทุกอย่างน่าจะรวมอยู่ในเงินก้อนเดียว
รูปแบบการให้บริการเป็นลักษณะวงจรปิด ตั้งแต่รับจากสนามบิน ส่งเข้าที่พัก พาไป ตม. เพื่อแจ้งเข้า จัดการเอกสารทุกอย่าง โดยนักศึกษามีหน้าที่นั่งเรียนอย่างเดียว
ใช้ช่องทางวีซ่านักศึกษา — บางกลุ่มไม่ต้องการเรียน แค่ต้องการวุฒิหรือสถานะอยู่ในไทยอดีตอาจารย์ระบุว่า การใช้ช่องทางการเป็นนักศึกษาในเรื่องของวีซ่าเดินทางเข้าประเทศ มีหลายกลุ่ม บางกลุ่มอาจมีธุรกิจอยู่ในประเทศไทยแต่อยู่ได้ไม่นาน หากเป็นนักศึกษาจะอยู่ได้นานกว่า บางกลุ่มต้องการวุฒิบัตรแต่ไม่มีเวลามาเรียน ก็ใช้ช่องทางนี้ในการได้วุฒิการศึกษาตามที่ต้องการ ดังนั้นจึงมีหลายกลุ่ม บางกลุ่มเดินทางมาอาทิตย์เดียวแล้วขอกลับ บางกลุ่มมาอยู่แช่ ทำยังไงก็ได้ให้อยู่ไม่ต้องมาเรียนก็ได้
ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านความมั่นคงยังติดตามการใช้วีซ่านักศึกษา หลังพบข้อมูลว่านักศึกษาบางรายมีชื่ออยู่ในระบบแต่ไม่ปรากฏเข้าเรียนจริง และบางกรณีถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเชื่อมโยงกับธุรกิจผิดกฎหมายหรือเครือข่ายทุนสีเทา
มีการออกใบรับรองผลการเรียนให้นักศึกษาแล้ว ทั้งที่ยังไม่จบอดีตอาจารย์ระบุว่า ยังไม่มีนักศึกษาจีนรุ่นไหนจบการศึกษาสำเร็จ แต่นักศึกษาที่มาสอบจบไปแล้วเรียน 1 เทอม กลับไปประเทศตัวเองบางส่วน แต่กลไกการดำเนินการยังอยู่ที่นี่ ทำให้นักศึกษาเข้าใจว่าจบแล้วเพราะมหาวิทยาลัยมีการออกใบรับรองวุฒิและใบรับรองผลการเรียนให้นักศึกษานำไปยืนยันว่าได้เรียนแล้ว 1 เทอม
20 พฤษภาคม 2569 — วันชี้ชะตาเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 เรื่องนี้ถูกเสนอเข้าสู่การประชุมสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาอนุมัติปริญญา ก่อนมีรายงานว่าวาระดังกล่าวถูกถอนออกไป และวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 จะเป็นวันชี้ชะตาว่ามหาวิทยาลัยจะเดินหน้าอนุมัติปริญญาให้กับนักศึกษาจีนทั้ง 49 คนหรือไม่
เพราะหากไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน สิ่งที่ได้รับผลกระทบอาจไม่ใช่แค่ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย แต่รวมไปถึงความน่าเชื่อถือของระบบอุดมศึกษาไทย ท่ามกลางข้อกังวลเรื่อง “หลักสูตรเรียนง่ายจบเร็ว” ที่ถูกโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียจีน จนเกิดคำถามถึงมาตรฐานการศึกษา รวมถึงการรับจ้างทำวิทยานิพนธ์เพื่อให้สำเร็จการศึกษา
ขณะที่หน่วยงานด้านความมั่นคงยังพบข้อมูลว่าบางขบวนการอาจใช้การศึกษาเป็นช่องทางนำคนเข้าประเทศไทย ก่อนเชื่อมโยงไปสู่อาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งแก๊ง Call Center หรือเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์
เครดิต: รายการสืบสวนความจริง Nation TV (เนชั่นทีวี 22) | ผู้สื่อข่าว: โชติมา จันทร์โคง | ออกอากาศวันที่ 16 พฤษภาคม 2026https://www.facebook.com/photo/?fbid=122113155632914561&set=a.122101858418914561