BREAKING: The U.S. and Iran have agreed to the framework of a 60-day ceasefire deal, now awaiting final sign-off from President Trump and Iran’s Supreme Leader.
— Fox News (@FoxNews) May 28, 2026
Negotiators are still hashing out some of the biggest sticking points, including what happens to Iran’s highly… pic.twitter.com/6D0w1RKrfx
https://x.com/FoxNews/status/2060049975963521258
.....
การเจรจาทางการทูตที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องระหว่างวอชิงตันและเตหะรานได้เดินทางมาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระยะเวลา 60 วันที่ถูกเสนอขึ้นนี้ ถือเป็นกรอบความตกลงที่มีนัยสำคัญ แม้จะเปราะบางอย่างยิ่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายเวลาการหยุดยิงในปัจจุบัน และจัดการกับประเด็นแกนหลักอันซับซ้อนที่เป็นต้นตอของความขัดแย้ง
องค์ประกอบหลักของข้อตกลงที่เสนอ รวมถึงการกระทำเฉพาะที่อาจถูกมองว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง มีรายละเอียดดังนี้
องค์ประกอบสำคัญของกรอบข้อตกลงที่เสนอ
มีรายงานว่าผู้เจรจาได้บรรลุแนวทางลดความตึงเครียดแบบหลายขั้นตอน โดยให้ความสำคัญกับความมั่นคงเร่งด่วนและการผ่อนคลายทางเศรษฐกิจก่อน แล้วจึงค่อยเข้าสู่การเจรจายุทธศาสตร์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น
ช่องแคบฮอร์มุซ: ถือเป็นหัวใจสำคัญของกรอบข้อตกลงระยะแรก การเดินเรือพาณิชย์ผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์แห่งนี้จะต้อง “ปราศจากข้อจำกัด” อิหร่านจำเป็นต้องเก็บกู้ทุ่นระเบิดทางทะเลทั้งหมดภายใน 30 วัน และยุติการคุกคามหรือเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือพาณิชย์ทุกประเภท
การปิดล้อมทางทะเลและการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร: เพื่อแลกกับการเปิดเส้นทางเดินเรือให้เป็นปกติ สหรัฐฯ จะค่อย ๆ ผ่อนคลายการปิดล้อมทางทะเล นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังตกลงที่จะหารือเรื่องการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจแบบมีเงื่อนไข รวมถึงการปล่อยเงินทุนอิหร่านที่ถูกอายัดไว้หลายพันล้านดอลลาร์
ประเด็นนิวเคลียร์: กรอบข้อตกลงนี้รวมถึงคำมั่นจากอิหร่านว่าจะไม่เดินหน้าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยช่วงเวลา 60 วันนี้ถูกกำหนดขึ้นอย่างชัดเจนเพื่อเปิดทางสู่การเจรจาอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับอนาคตของคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่าน และขีดความสามารถในการเสริมสมรรถนะโดยรวมของประเทศ
อะไรถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง?
เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังคงมีการปฏิบัติการทางทหารตอบโต้กันแม้ระหว่างที่การเจรจาดำเนินอยู่ — รวมถึงปฏิบัติการโจมตีเชิงป้องกันล่าสุดของสหรัฐฯ ต่อฐานโดรนของอิหร่าน และการตอบโต้ในเวลาต่อมาที่ฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวต — นิยามของ “การละเมิด” จึงถูกกำหนดไว้อย่างเข้มงวดอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อตกลงล่มสลายโดยสิ้นเชิง
การแทรกแซงการเดินเรือทางทะเล: ความพยายามใด ๆ ของอิหร่านหรือกลุ่มตัวแทนในการวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ยึดเรือพาณิชย์ หรือขัดขวางการขนส่งน้ำมัน ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงโดยอัตโนมัติ
การเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเกินกว่าระดับที่ตกลงกัน: หากอิหร่านเร่งกิจกรรมเสริมสมรรถนะยูเรเนียม หรือไม่ให้ความร่วมมือในการติดตามคลังยูเรเนียมปัจจุบันตามที่ตกลงไว้ในช่วง 60 วัน สหรัฐฯ จะถือว่าเป็นการละเมิดโดยตรง
ปฏิบัติการทางทหารเชิงรุก: การโจมตีด้วยขีปนาวุธ โดรน หรือกองกำลังทางทะเลโดยไม่มีการยั่วยุ ต่อกองกำลังสหรัฐฯ พันธมิตรในภูมิภาค หรือเส้นทางเดินเรือนานาชาติ ไม่ว่าจะกระทำโดยอิหร่านหรือกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ จะส่งผลให้ข้อตกลงเป็นโมฆะทันที ขณะที่สหรัฐฯ ยืนยันว่าปฏิบัติการที่ “จำกัดขอบเขตและเป็นการป้องกันโดยแท้จริง” เพื่อรักษาสันติภาพนั้น ไม่ถือเป็นการละเมิด แม้เตหะรานจะโต้แย้งในประเด็นนี้ก็ตาม
เส้นทางสู่การอนุมัติ
แม้ว่าผู้เจรจาจะสรุปรายละเอียดของข้อตกลงได้แล้ว แต่ข้อตกลงนี้ยังขึ้นอยู่กับการอนุมัติขั้นสุดท้ายจากทั้งประธานาธิบดีทรัมป์และผู้นำสูงสุดของอิหร่าน
ประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณว่า แม้สันติภาพจะอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่เขาจะไม่เร่งรีบลงนามในข้อตกลง โดยระบุว่าต้องการเวลาอีกสองสามวันเพื่อทบทวนกรอบข้อตกลงดังกล่าว พร้อมย้ำว่าการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ จะยังคงมีผลเต็มรูปแบบ จนกว่าจะมีการลงนามอย่างเป็นทางการและสามารถตรวจสอบได้ และสหรัฐฯ จะไม่ยอมรับข้อตกลงใดก็ตามที่เปิดทางให้อิหร่านสามารถพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ในอนาคต