วันอาทิตย์, พฤษภาคม 24, 2569

Down to earth Prince and Future King เจ้าชายแห่งเวลส์ทรงสนทนากับพอดแคสต์ "Claret & Blue" ระหว่างการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ UEFA Europa League ระหว่าง SC Freiburg และ Aston Villa ณ สนาม Besiktas Park เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2026 ในเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี 🇹🇷


Pipob Udomittipong
17 hours ago
·
แดน โรลินสัน และแมท เคนดริก ผู้จัดรายการพอดแคสต์ "Claret & Blue" ที่สนับสนุนทีมแอสตัน วิลลา เล่าถึงช่วงเวลาที่พวกเขาได้พูดคุยอย่างสนุกสนานประสาแฟนบอลทีมเดียวกันกับเจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบชิงชนะเลิศ ที่วิลล่าชนะไฟรบูร์กไปขาดลอย 3-0 เมื่อ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา

อยากให้คนไทยได้ดูว่า #สถาบันกษัตริย์ ที่ปรับตัวให้เข้ากับสมัยใหม่เพื่อความอยู่รอดเป็นอย่างไร แน่นอนรวมถึงการทำตัวเป็นแฟนบอลแบบสามัญชนทั่วไปนั่นเอง

เราจะเห็นการพูดคุยอย่างเป็นกันเองในฐานะแฟนบอล องค์รัชทายาทเรียกทั้งสองคนว่า "Mat, Dan" เรียกด้วยชื่อต้นซึ่งผู้ดีอังกฤษไม่ทำกัน แลกเปลี่ยนความรู้สึกระหว่างเกม แมทบอกเจ้าชายว่า “In the last half an hour, I didn’t have a single butterfly in my stomach..” (สำนวน “To have butterflies in my stomach" หมายถึงความรู้สึกหวิว ๆ ในท้องหรือตื่นเต้น)

ส่วนเจ้าชายบอกว่าตอนแรกก็ตื่นเต้นมาก แต่พอหลังจากยูรี ตีเลอมันส์ยิงเข้าไปลูกแรกก็เริ่มโล่งใจ จากนั้นแมทก็ถามอีกว่า “คุณเกิดปี 82 ใช่เปล่า” เจ้าชายบอกว่า “ใช่” เพราะเป็นปีที่วิลล่าเคยได้แชมป์ยุโรปเป็นครั้งสุดท้าย รอมา 44 ปีเท่ากับพระชนมายุ และแดนก็ถามพระองค์ว่า มาออกรายการด้วยกันได้ไหม พระองค์ตอบว่าอยากไปเหมือนกัน

เป็นคลิปที่กลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว เพราะมันไม่มีอะไรขวางกั้นระหว่างราษฎรกับกษัตริย์ และไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเป็นองค์รัชทายาทมีปฏิสันถารกับคนทั่วไปแบบสามัญชนคนหนึ่ง มีเยอะแยะเลยไปหาดูกัน ท่านทักทายกับเด็ก กับผู้ใหญ่อบ่างเป็นกันเองมาก เจ้าหญิงเคทก็ทำแบบเดียวกัน เพื่อลดพิธีการ ลดความเป็นเทวดาของสถาบันกษัตริย์ ซึ่งไม่ได้เกิดเฉพาะในอังกฤษ แต่ระบาดไปทั่วยุโรป

และลองเข้าไปดูคอมเมนต์ใต้โพสต์ (https://x.com/sarahdiaryz/status/2057469552175288757) ได้ จะเห็นมีแต่คนสรรเสริญเจ้าชายวิลเลียม สรรเสริญสถาบันกษัตริย์ ใครจะพูดอะไรก็แล้วแต่ ความจริงมันตามทัน คุณบิดเบือนไปไม่ได้มากกว่านี้ ถ้าสถาบันกษัตริย์ไม่ปรับตัว ก็อยู่รอดไม่ได้ จริงมั้ย?

BBC เอาไปทำเป็นข่าว https://www.bbc.com/news/articles/c4g708kzm7vo

https://www.facebook.com/photo?fbid=10164172960506649&set=a.10150096728651649







https://x.com/sarahdiaryz/status/2057469552175288757