
หมาเฝ้าบ้าน
Yesterday
·
“ผมพูดมาตลอดว่า เป็นโครงการตัวอย่างที่เละที่สุด โกงมากที่สุด!” วิลาส จันทรพิทักษ์ อดีตประธาน กมธ. ป.ป.ช. เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยง เจอกัน” ดำเนินรายการโดย สมจิตต์ นวเครือสุนทร
.
ฝนตกทีไร รัฐสภาสองหมื่นล้านน้ำท่วมทุกที! เจาะลึกเบื้องหลังกลิ่นอายทุจริต "สัปปายะสภาสถาน" กับคุณวิลาส จันทรพิทักษ์ อดีตประธาน กมธ. ป.ป.ช. พาไปเปิดโปงมหากาพย์การแก้แบบก่อสร้างสุดอื้อฉาว และขบวนการเขมือบงบประมาณชาติ ใครได้ใครเสีย ทำไมถึงตรวจสอบยาก
.
❏ สาเหตุน้ำท่วมสภาฯ เกิดจากทั้งการออกแบบและการบำรุงรักษา
.
ปัญหาน้ำท่วมอาคารรัฐสภาไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุทางธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความบกพร่องทั้งในด้านการก่อสร้างที่ผิดแบบ ท่อน้ำไม่ได้มาตรฐานจนทำให้น้ำทะลักท่วมห้องประธานกรรมาธิการถึงสองชั้น รวมถึงการขาดการดูแลบำรุงรักษาที่ดี ปล่อยให้ขยะอุดตันในท่อระบายน้ำจนน้ำเอ่อล้น สะท้อนให้เห็นถึงความหละหลวมในการจัดการอาคารระดับชาติที่ใช้เงินภาษีประชาชนมูลค่ามหาศาล ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสในโครงการนี้
.
"ท่อน้ำที่ห้องประธานกรรมาธิการ...มันท่วมแล้วก็ไหลลงท่วมชั้น 5 ทั้งหมด...อันนั้นมีปัญหาเนื่องจากการก่อสร้าง ส่วนเมื่อวานนี้...น่าจะมาจากการบำรุงรักษา"
.
❏ มหากาพย์การแก้แบบ 364 ครั้ง ช่องโหว่ของการทุจริต
.
ช่องทางหลักในการทุจริตโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของไทยมักไม่ได้อยู่ที่ขั้นตอนการประมูลงาน แต่อยู่ที่ "การขอแก้ไขแบบก่อสร้าง" ในกรณีของรัฐสภามีการแก้แบบไปแล้วถึง 364 ครั้งภายในช่วงเวลาก่อสร้าง 900 วัน ซึ่งการแก้แบบแต่ละครั้งเปิดโอกาสให้มีการเพิ่มงบประมาณแบบก้าวกระโดด หรือลดสเปกวัสดุลงเพื่อฟันกำไรส่วนต่าง เป็นการตกลงกันระหว่างผู้รับจ้างและกรรมการตรวจรับที่ทำให้ต้นทุนบานปลายมหาศาล
.
"ถ้าจะตรวจการทุจริตเนี่ย ทางหนึ่งที่ตรวจง่ายที่สุดคือไปตรวจเรื่องการแก้แบบ...ทำไปทำมา ช่วงก่อสร้าง 900 วัน...มีการแก้แบบทั้งหมด 364 ครั้ง"
.
❏ งบประมาณบานปลายจาก 1.2 หมื่นล้าน สู่ 2 หมื่นกว่าล้าน
.
เดิมทีงบประมาณการก่อสร้างรัฐสภาถูกตั้งไว้ที่ประมาณ 12,000 ล้านบาท โดยแยกงบก่อสร้าง งบไอที และงบสาธารณูปโภคออกจากกัน แต่กลับมีกระบวนการนำงบประมาณทั้งหมดมารวมกัน และทำการขยายพื้นที่ก่อสร้างจาก 2 แสนตารางเมตรเป็น 4 แสนกว่าตารางเมตร การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้บริษัทผู้รับเหมาหลักได้รับผลประโยชน์อย่างมหาศาลจากการที่วงเงินก่อสร้างเพิ่มขึ้นไปอีกหลายพันล้านบาท ส่อเค้าความไม่โปร่งใสอย่างรุนแรง
.
"แทนที่ค่าก่อสร้างจะเป็น 6,000 กว่าล้าน ก็เพิ่มเป็น 12,280 ล้าน...เขามาประมูลตอนมันแก้เป็น 4 แสนกว่าตารางเมตรแล้ว...ได้เงินเพิ่มขึ้นไปอีก 4-5 พันล้าน"
.
❏ ปัญหาผู้รับเหมาช่วงที่ผิดสัญญาก่อสร้างอย่างชัดเจน
.
สัญญาก่อสร้างรัฐสภาระบุไว้อย่างชัดเจนว่า "ห้ามจ้างผู้รับเหมาช่วง" แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่ามีบริษัทผู้รับเหมาช่วงเข้ามารับงานเต็มไปหมด บางบริษัทถึงขั้นมีสำนักงานใหญ่โตกว่าบริษัทผู้รับจ้างหลักเสียอีก โดยมีรายหนึ่งรับงานมูลค่าสูงถึงเกือบ 3 พันล้านบาท ซึ่งถือเป็นการทำผิดสัญญามาตั้งแต่ต้น แต่คณะกรรมการตรวจการจ้างและผู้ที่มีอำนาจเกี่ยวข้องกลับเพิกเฉย ไม่มีการดำเนินการเอาผิดใดๆ ทั้งสิ้น
.
"ในสัญญาจะเขียนไว้เลยนะครับว่า 'ห้ามจ้างผู้รับเหมาช่วง' ไปดูสิครับ ผู้รับเหมาช่วงมันมากกว่าบริษัทหลักเต็มไปหมดเลย...ผิดสัญญามาตั้งแต่แรกครับ"
.
❏ การปกปิดข้อบกพร่องและใช้วัสดุผิดสเปก (ไม้ปลอม-เสาเยื้องศูนย์)
.
ปัจจุบันสภาพอาคารรัฐสภาเต็มไปด้วยข้อบกพร่อง เช่น หินที่ผนังหลุดร่อน รวมถึงเสาอาคารเยื้องศูนย์ที่แก้ปัญหาแบบขอไปทีด้วยการหล่อปูนหุ้มให้ใหญ่ขึ้น นอกจากนี้ยังพบปัญหาการใช้วัสดุก่อสร้างที่ไม่ตรงตามสเปก โดยเฉพาะเรื่องไม้ที่ระบุว่าต้องใช้ไม้ตะเคียนทอง แต่เมื่อผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ตรวจสอบกลับพบว่ามีการนำไม้ชนิดอื่นมาสวมรอย ซึ่งผู้ตรวจสอบท้าให้ผู้รับเหมาฟ้องร้องเพื่อจะได้นำความจริงไปพิสูจน์กันในชั้นศาล
.
"ผมยืนยันว่าเป็นไม้ปลอมเยอะมาก ในแบบบอกว่าตะเคียนทอง...เอาช่างไม้ เอาคนขายไม้เข้าไปตรวจ เขาชี้ให้ผมดูเนี่ยเยอะ อันนี้ไม่ใช่"
.
❏ สัปปายะสภาสถาน หรือ โครงการที่โกงมากที่สุด?
.
แม้รัฐสภาแห่งใหม่จะถูกตั้งชื่ออย่างสวยหรูว่า "สัปปายะสภาสถาน" แต่ในมุมมองของนักตรวจสอบ โครงการนี้กลับเต็มไปด้วยความเละเทะและข้อครหามากมาย จนมีการยื่นเรื่องร้องเรียนการทุจริตไปยัง ป.ป.ช. แล้วถึง 65 เรื่อง และทางผู้ตรวจสอบยังเตรียมที่จะยื่นคำร้องเพิ่มอีกกว่า 20 เรื่องก่อนที่สัญญาค้ำประกันผลงานจะหมดอายุลง สะท้อนให้เห็นว่าระบบการตรวจสอบและการควบคุมงานของหน่วยงานรัฐนั้นล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
.
"ผมพูดมาตลอดนะว่าเป็นโครงการตัวอย่างที่มันโกงมากที่สุด...ผมว่าเป็นโครงการก่อสร้างที่เละที่สุด โกงมากที่สุด"
.
❏ อุปสรรคของการปราบโกง: "คนเก่งเยอะ แต่คนกล้าไม่มี"
.
ปัญหาใหญ่ของการปราบปรามการทุจริตในไทยคือ ผู้ที่มีข้อมูลหรือรู้เห็นเหตุการณ์มักไม่กล้าออกมาเป็นพยานเพราะกลัวผลกระทบ ภาระจึงตกหนักอยู่กับผู้ตรวจสอบเพียงไม่กี่คน นอกจากนี้ กระบวนการทำงานของหน่วยงานตรวจสอบยังใช้เวลานานนับสิบปี ทำให้คนโกงไม่เกิดความเกรงกลัว มองว่าผลประโยชน์ที่ได้นั้นคุ้มค่ากับความเสี่ยง และยังมีช่องทางในการวิ่งเต้นล้มคดีได้อีกด้วย ทำให้การปราบโกงในไทยเป็นเรื่องที่ยากลำบาก
.
"คือประเทศไทยเนี่ยนะครับ คนเก่งเนี่ยมันเยอะ...รู้หมดว่าโกงตรงไหน...แต่พอจะขอข้อมูลหรือว่าให้มายืนยัน ส่วนใหญ่ไม่กล้า"
https://www.facebook.com/photo/?fbid=981014284628612&set=a.146529724743743
.....
เจาะตรงไหนก็โกง #สภารั่ว #สัปปายะสถาน #วิลาศ #สมจิตต์ #เที่ยงเจอกัน
เที่ยง เจอกัน : ”สภารั่ว ชั่วโหนฟ้า!“/คุยกับ/วิลาศ/อ.เจษฎ์ . 🔴 LIVE เที่ยงเจอกัน 22 พ.ค.69
https://www.youtube.com/watch?v=1hV6bXX7S4A