วันพุธ, พฤษภาคม 27, 2569

ความต่างระหว่าง 14 ตุลา กับ ควังจู 5.18 ชัยชนะ vs ความพ่ายแพ้ ความทรงจำเลือนลาง vs การรักษาความจริง

https://www.facebook.com/reel/2987221298134442
.....

ความต่างระหว่าง 14 ตุลา กับ ควังจู
เพิมเติมจาก Gemini

เหตุการณ์ 14 ตุลา (2516) ของไทย และ ขบวนการประชาธิปไตยควังจู (2523) ของเกาหลีใต้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในเอเชีย ทั้งสองเหตุการณ์เป็นการลุกฮือของประชาชนเพื่อขับไล่รัฐบาลเผด็จการทหารเหมือนกัน แต่มี บริบท ปัจจัย และผลลัพธ์ ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนี้

1. ชนวนเหตุและเป้าหมายการเรียกร้อง

14 ตุลา (ไทย): เกิดจากการสะสมความไม่พอใจต่อเผด็จการทหารของ จอมพลถนอม กิตติขวาง ที่ยาวนาน ชนวนเหตุโดยตรงมาจากการจับกุมกลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญ 13 คน เป้าหมายหลักคือ การเรียกร้องรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย และขับไล่ทรราชย์

ควังจู (เกาหลีใต้): เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีพัคจองฮีถูกลอบสังหาร และ นายพลชอนดูฮวาน ทำรัฐประหารยึดอำนาจซ้ำ พร้อมประกาศกฎอัยการศึกทั่วประเทศ ชนวนเหตุคือทหารใช้ความรุนแรงปราบปรามนักศึกษาในเมืองควังจูอย่างโหดเหี้ยม เป้าหมายจึงยกระดับเป็นการ ต่อต้านรัฐประหาร เรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึก และปล่อยตัวผู้นำฝ่ายค้าน (คิมแดจุง)

2. กลุ่มผู้มีส่วนร่วมและขอบเขตพื้นที่

14 ตุลา (ไทย): ขบวนการเริ่มต้นและนำโดย นิสิตนักศึกษา (ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย หรือ ศนท.) เป็นหลัก ก่อนที่ประชาชนเรือนแสนในกรุงเทพฯ จะเข้าร่วม พื้นที่ปะทะหลักจำกัดอยู่บริเวณถนนราชดำเนินและพื้นที่ใกล้เคียงในเมืองหลวง

ควังจู (เกาหลีใต้): แม้จะเริ่มจากนักศึกษา แต่เมื่อทหารเริ่มฆ่าประชาชนอย่างไม่เลือกหน้า ชาวเมืองควังจูทุกเพศทุกวัยและทุกอาชีพ (คนขับแท็กซี่ แม่ค้า คนงาน) ได้พร้อมใจกันจับอาวุธขึ้นสู้ กลายเป็นการลุกฮือระดับเมือง มีการตั้ง "กองกำลังพลเรือน" เพื่อปกป้องบ้านเกิด และตัดขาดจากส่วนกลางชั่วคราว

3. ระดับความรุนแรงและการตอบโต้จากภาคประชาชน

14 ตุลา (ไทย): ทหารใช้กระสุนจริงและแก๊สน้ำตาปราบปราม ผู้ชุมนุมมีการตอบโต้ด้วยการเผาอาคารสัญลักษณ์ของรัฐบาล (เช่น สำนักงานสลากกินแบ่ง, กรมประชาสัมพันธ์) แต่ผู้ชุมนุม ไม่ได้มีกองกำลังติดอาวุธ ที่จัดตั้งขึ้นมาสู้กับทหารโดยตรง

ควังจู (เกาหลีใต้): ทหารพลร่ม (Special Forces) ถูกส่งมาปราบปรามด้วยความโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ (ใช้ดาบปลายปืน แทง และยิงกราด) ทำให้ประชาชนทนไม่ไหว พากันไปบุกคลังอาวุธของตำรวจและทหาร นำปืนและระเบิดมาสู้รบกับกองทัพ จนสามารถขับไล่ทหารออกไปนอกเมืองได้ระยะหนึ่ง ก่อนที่กองทัพจะส่งกำลังขนาดใหญ่พร้อมรถถังกลับเข้ามาบดขยี้ในภายหลัง

4. ผลลัพธ์ในระยะสั้น

14 ตุลา (ไทย): จบลงด้วย ความสำเร็จในระยะสั้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงแทรกแซง จอมพลถนอมและพวกต้องลี้ภัยออกนอกประเทศ นำไปสู่ยุค "ฟ้าสีทองผ่องอำไพ" (ประชาธิปไตยเบ่งบานอยู่ 3 ปี ก่อนจะจบลงด้วยโศกนาฏกรรม 6 ตุลา 2519)

ควังจู (เกาหลีใต้): จบลงด้วย ความพ่ายแพ้อย่างราบคาบและโศกนาฏกรรม ในระยะสั้น รัฐบาลทหารของชอนดูฮวานสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ มีผู้เสียชีวิตและสูญหายหลักร้อยถึงหลักพันคน (ตัวเลขทางการกับภาคประชาชนยังต่างกันมาก) เผด็จการทหารครองอำนาจต่อไปอีกเกือบสิบปี
5. ผลกระทบในระยะยาวและกระบวนการยุติธรรม

การเอาผิดผู้กระทำผิด

14 ตุลา
ผู้นำทหาร (ถนอม-ประภาส-ณรงค์) ยอมลี้ภัย แต่ต่อมาเดินทางกลับประเทศได้ และ ไม่มีใครถูกลงโทษ ทางกฎหมายจากเหตุการณ์นั้น

ควังจู
นายพลชอนดูฮวาน และผู้เกี่ยวข้อง ถูกฟ้องร้องและขึ้นศาล ในข้อหากบฏและสังหารหมู่ ได้รับโทษประหารชีวิต/จำคุกตลอดชีวิต (แม้จะได้รับอภัยโทษในภายหลัง)

การบันทึกประวัติศาสตร์

14 ตุลา
ยังคงมีความพยายามบิดเบือนหรือละเลยในแบบเรียน รัฐไม่ได้ให้การยกย่องอย่างเป็นทางการเต็มรูปแบบเมื่อเทียบกับสากล

ควังจู
เหตุการณ์ได้รับความยุติธรรม มีการจัดตั้งวันรำลึกแห่งชาติ สุสานผู้เสียชีวิตกลายเป็นอนุสรณ์สถานแห่งชาติ และเอกสารเกี่ยวกับควังจูได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกความทรงจำแห่งโลกของ UNESCO

ผลต่อประชาธิปไตยปัจจุบัน

14 ตุลา
วงจรการเมืองไทยยังคงติดอยู่ในลูปของ การเลือกตั้ง สลับกับการรัฐประหาร (กองทัพยังมีบทบาทสูงการเมือง)

ควังจู
กลายเป็นเชื้อไฟสำคัญที่นำไปสู่การประท้วงใหญ่ในปี 1987 ซึ่ง ยุติระบอบเผด็จการทหารของเกาหลีใต้อย่างถาวร ส่งผลให้เกาหลีใต้เป็นประชาธิปไตยที่เข้มแข็งจนถึงปัจจุบัน

สรุปสั้นๆ: >
14 ตุลา คือการตื่นรู้ของนักศึกษาไทยที่ชนะในยกแรกแต่แพ้ในเกมยาว เพราะไม่สามารถถอนรากถอนโคนระบอบทหารได้

ส่วน ควังจู คือความพ่ายแพ้และบาดแผลที่เจ็บปวดที่สุดของเกาหลีใต้ แต่ความแค้นและความสูญเสียในวันนั้น กลายเป็นรากฐานที่ทำให้คนเกาหลีใต้ไม่ยอมก้มหัวให้เผด็จการอีกเลยจนสร้างชาติสำเร็จ