วันศุกร์, พฤษภาคม 22, 2569

พฤษภาคมในเรือนจำ: “แอมป์ ณวรรษ” รำลึกผู้สูญเสีย และหวังให้รัฐเลือกการรับฟังแทนความรุนแรงและนิติสงคราม


ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
9 hours ago
·
พฤษภาคมในเรือนจำ: “แอมป์ ณวรรษ” รำลึกผู้สูญเสีย และหวังให้รัฐเลือกการรับฟังแทนความรุนแรงและนิติสงคราม
.
.
วันที่ 15 พ.ค. 2569 ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทนายความเข้าเยี่ยม “แอมป์” ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา นักกิจกรรมผู้มีความหลากหลายทางเพศ ผู้ถูกคุมขังในคดีมาตรา 112 จากคดีปราศรัยในการชุมนุม #ม็อบ13กุมภา64 บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และถูกศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุก 1 ปี 7 เดือน โดยแอมป์ถูกคุมขังมากว่า 1 ปี 5 เดือนแล้ว
.
ในการเยี่ยมครั้งนี้ แอมป์ได้พูดถึงเหตุการณ์สำคัญในเดือนพฤษภาคม ตั้งแต่พฤษภาทมิฬ ปี 2535 จนถึงการล้อมปราบคนเสื้อแดง ปี 2553 ที่มีผู้คนจำนวนหนึ่งออกมารำลึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ซึ่งแอมป์ฝากข้อความออกมาว่าอยากให้ระลึกถึงผู้ที่เสียชีวิตในการต่อสู้ทางการเมือง เรียนรู้จากพวกเขา และทวงถามความเป็นธรรมที่ยังคงรอคอยอยู่
.
นอกจากนี้ แอมป์ยังฝากถึงภาครัฐว่าการใช้ความรุนแรงทั้งทางกายภาพและนิติสงครามไม่เคยแก้ปัญหา และเรียกร้องให้เปิดพื้นที่ปลอดภัยรับฟังความคิดเห็น รวมถึงนิรโทษกรรมผู้ที่ถูกดำเนินคดีทางการเมือง เพื่อเริ่มต้นกระบวนการแก้ปัญหาร่วมกันอย่างแท้จริง

____________________________

แอมป์เริ่มต้นเล่าว่า กำหนดการพ้นโทษของเขาถูกขยายจากเดิมในเดือน ก.ค. 2569 ไปเป็นเดือน ก.พ. 2570 สาเหตุมาจากการนำโทษจำคุก 2 ปี ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษา ในคดีมาตรา 112 จากเหตุการณ์อ่านแถลงการณ์หน้าสถานทูตเยอรมนี ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ มานับโทษต่อกัน
.
ในด้านชั้นนักโทษของเขา แอมป์บอกว่าขณะนี้เขาอยู่ในกลุ่มนักโทษชั้นดีมาก และตั้งข้อสังเกตว่าการที่เรือนจำให้เซ็นรับทราบการเลื่อนชั้นตั้งแต่เดือนนี้ ซึ่งเร็วกว่าปกติที่จะดำเนินการในเดือน มิ.ย. อาจเป็นสัญญาณว่าจะมีมาตรการอภัยโทษเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้
.
ทนายได้พูดคุยข่าวสารภายนอก ทั้งการทำงานของรัฐบาล โครงการแลนด์บริดจ์ การร่างรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ กิจกรรมรำลึกการเสียชีวิตของบุ้ง เนติพร และการปล่อยตัวทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
.
นอกจากนี้ ยังพูดถึงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี 2535 และการล้อมปราบคนเสื้อแดงปี 2553 แอมป์จึงฝากข้อความถึงเหตุการณ์เดือนพฤษภาคมว่า แม้จะมีหลายเรื่องที่ไม่น่าจดจำในหน้าประวัติศาสตร์ แต่ก็อยากให้ระลึกถึงผู้เสียชีวิตจากการต่อสู้ทางการเมือง พร้อมตั้งคำถามว่า กว่าจะถึงวันที่ได้ทำประชามติรัฐธรรมนูญใหม่ มีใครต้องสูญเสียไปอีกบ้าง
.
สำหรับแอมป์ สิ่งที่อยากให้เรียนรู้คือความโหดร้ายจากภาครัฐไม่เคยหายไป ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ในปี 2535 ที่มีการปราบปรามประชาชน ไปถึงพฤษภาคมปี 2553 ที่มีการใช้ความรุนแรงจากภาครัฐ รวมถึงเหตุการณ์การเสียชีวิตของบุ้ง ซึ่งเป็นความรุนแรงจากนิติสงคราม
.
จะเห็นได้ว่าภาครัฐไม่เคยหยุดสกัดกั้นการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนเลย การเคลื่อนไหวของประชาชนจึงเป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้คนตระหนักรู้ว่ารัฐยังคงติดตามเรา ยังคงหาจังหวะใช้ความรุนแรงทั้งทางกายภาพและทางนิติสงครามกับประชาชนอยู่เสมอ
.
ทั้งที่จริง ๆ แล้ว แอมป์อยากให้ภาครัฐมองเห็นว่ากลุ่มคนที่มีความเห็นแตกต่างทางการเมือง มีวัตถุประสงค์ในการขับเคลื่อนและการพัฒนาประเทศเช่นเดียวกับภาครัฐ อยากให้พวกเขาตระหนักว่าการใช้ความรุนแรงทั้งทางกายภาพและทางนิติสงครามไม่เคยแก้ปัญหา
.
การแก้ปัญหาที่แท้จริงคือการหันหน้ามาคุยกันตรง ๆ และอยากให้พิจารณาการเปิดพื้นที่ปลอดภัยเพื่อพูดถึงปัญหาและมีตัวแทนจากภาครัฐเข้ามารับฟัง ถ้ารัฐยังดันทุรังไม่รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่คนจะพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยวิธีการต่าง ๆ
.
กลุ่มประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือพูดถึงปัญหาไม่ใช่อาชญากร เขาเป็นเพียงกลุ่มคนที่มีความคิดเห็นแตกต่าง การจำกัดเสรีภาพของผู้เห็นต่างไม่ได้ช่วยให้ปัญหาได้รับการแก้ไข ถ้าภาครัฐจะแก้ปัญหาจริง ๆ ก็ควรเปิดพื้นที่ปลอดภัยและให้เสรีภาพแก่กลุ่มคนที่ถูกรัฐมองว่าเป็นอาชญากรด้วยการนิรโทษกรรม เพื่อเริ่มต้นกระบวนการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นใหม่และเพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไปพร้อม ๆ กัน
.
นอกจากนี้ แอมป์ยังทวงถามถึงความเป็นธรรมให้กลุ่มคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตในเหตุการณ์พฤษภาคม 2553 ว่าจนถึงวันนี้ รัฐได้ตามหาผู้กระทำความผิดและคืนความเป็นธรรมให้ผู้สูญเสียแล้วหรือยัง
.
ก่อนจบการสนทนา แอมป์พูดถึงสุขภาพว่ายังรับยาต้านและยาความดันตามปกติ แต่ช่วงนี้มีน้ำค้างในหูที่ไม่ยอมออกสักที กำลังพยายามจัดการปัญหานี้อยู่ ส่วนกิจกรรม To Be Number One ที่กำลังจะมีขึ้นในแดน แอมป์บอกว่าไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรด้วยมากนัก เพราะแพทย์ให้เข้าโครงการลดน้ำหนัก สอนเรื่องการคำนวณแคลอรีและการออกกำลังกาย
.
ช่วงท้าย แอมป์ถามถึงกรณีของ “พิชัย” ผู้ต้องขังทางการเมืองที่เพิ่งเผชิญเหตุการณ์ถูกทำร้ายในเรือนจำจากกลุ่มคนเห็นต่างทางการเมืองว่าเป็นอย่างไรบ้าง เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องขังการเมืองที่อยู่ร่วมกันกับเขาอย่าง “ไผ่ จตุภัทร์” ก็เป็นห่วงพิชัย ทนายจึงแจ้งว่าเหตุการณ์นั้นจบไปแล้ว สภาพร่างกายของพิชัยดูปกติ บาดแผลแทบไม่เห็นร่องรอยแล้ว และทีมทนายอยู่ระหว่างขอเอกสารที่เกี่ยวข้อง ทั้งรายงานของเจ้าหน้าที่และเอกสารการรักษาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป
.
ทั้งนี้ แอมป์มีกำหนดถูกนำตัวไปสืบพยานที่ศาลอาญาอีกครั้ง คดีชุมนุม #ม็อบ25พฤศจิกาไปSCB ในช่วงวันที่ 27-29 พ.ค. นี้ โดยคดีนี้ยังมี อานนท์ นำภา และ “ฟ้า” พรหมศร เป็นจำเลยที่ถูกคุมขังอยู่อีกด้วย
.
.
อ่านเนื้อหาบนเว็บไซต์: https://tlhr2014.com/archives/83681

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1393923445911455&set=a.656922399611567