วันอาทิตย์, มกราคม 31, 2564

อันดับโปร่งใสรัฐบาลตู่หล่นอีก ไม่ต้องฉงน ดูความมั่งคั่งของ ผบ.เหล่าทัพ มันฟ้อง


ไม่ต้องทำเป็นฉงน ที่อันดับความโปร่งใสของรัฐบาลตกลงไปอีกสามขั้น ปีที่แล้ว ๑๐๑ ปีนี้ ๑๐๔ จากทั้งโลก ๑๘๐ ประเทศ เพราะตลอดการปกครองของก๊วนตู่ ๗ ปี มีแต่เล่นพวก กอบโกย และกระชับอำนาจ แล้วยังมีหน้าให้โฆษกกระหวัดลิ้นบิดพริ้ว

ว่าอันดับนี้มีขึ้นมีลง “แม้ว่าปีนี้ไทยจะขยับลงไป ๓ อันดับ แต่ไทยยังคงรักษาคะแนนรวมไว้ได้ตลอด ๓ ปี ตั้งแต่ปี ๒๐๑๘-๒๐๒๐ ที่ ๓๖ คะแนน” อย่างนี้ก็มี ๔๐ ยังไม่ถึง อ้างว่าไม่แย่ไปกว่าเดิม แทนที่จะบอก “พยายามสามปีเข็นเท่าไรไม่ขึ้น”

ยังดีที่พอจะรู้ปัญหาอยู่บ้าง “นายกรัฐมนตรีได้ออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการติดตามแก้ไขปัญหา เรื่องการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับบ่อนการพนันและแรงงานลักลอบเข้าเมือง อาจเป็นสาเหตุหลักของคะแนนที่ลดลงจากแหล่งข้อมูลนี้” อนุชา บูรพชัยศรี จีบปากแจ้ง

ทั้งบ่อนพนันและลักลอบแรงงานนี่ งานถนัดของตำรวจ-ทหารเลยเชียวละ เป็นพี่ๆ น้องๆ ที่ร่วมกันยึดอำนาจและครองเมืองสืบทอดมาทั้งนั้น และตลอดเวลาที่ผ่านมานี่ ส่วยเป็นเหตุสำคัญแห่งตัวอย่างความไม่โปร่งใสที่ว่า

เมื่อสามวันก่อน สตช.ยอมรับมีตำรวจท้องที่รู้เห็น “อำนวยความสะดวกการขนย้ายตู้สล็อตไฟฟ้า และเครื่องเล่นการพนันหลายร้อยตู้ไปเก็บไว้ที่โกดัง บ้านโนนสวรรค์ ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น...ปรากฏว่ามีมูลการกระทำความผิดวินัยจริง”

หลังจากตรวจสอบแล้วเจอเข้าจังงัง แม้จะเลี่ยงความจริงไม่ได้ขอแถหน่อยก็ยังดี ว่านั่น “เป็นระดับสถานีตำรวจคือตำรวจ สภ.โชคชัย ทางตำรวจภูธรภาค ๓ จะมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง” ต่อไป (เสร็จเมื่อไร เฉยไว้)

หลังสุดนี่ระบบส่วยลุกลามไปทั่วทุกองค์กร แพร่ไวกว่าโควิดหลายเท่า ไม่เชื่อไปฟัง ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยแจงสี่เบี้ยเรื่องล็อตเตอรี่ขายเกินราคา ที่รัฐบาลแถลงยอมรับไปแล้วหลัดๆ ว่าแก้ไม่ได้จริงๆ ฝ่ายค้านมาแจงเก็บงาน


“ต้นทุนรับจากยี่ปั๊ว ๙๓ บาท จึงขาย ๘๐ บาทไม่ได้ เมื่อถูกตำรวจจับ ถูกปรับ ๒,๐๐๐ บาท ถ้าไม่อยากถูกจับต้องจ่ายส่วยเดือนละ ๖๐๐ บาท...ไม่ว่าจะเดินไปขายในเขตพื้นที่ไหนก็ต้องจ่ายส่วยให้แต่ละพื้นที่... ปัญหาลอตเตอรี่ยังแก้ไม่ได้แล้วจะไปแก้อะไรได้”

เขาหมายถึงตัวนายกฯ นั่นแหละ คุยไว้ตั้งแต่สมัยเป็นรัฐาลยึดอำนาจ เสร็จแล้วร่ำรวยกันถ้วนหน้า มั่นคงแล้วมั่งคั่งไง ถึงได้ฮือฮากันเมื่อสามสี่วันก่อน โหย อดีต ผบ.เหล่าทัพทรัพย์สินเป็นร้อยๆ ล้าน อดีต ผบ.ตร.เข้าไปเกือบพันล้าน

ขนาด พระเทพฯ ครั้งรับราชการเป็นพระอาจารย์ จปร. “พระราชทานเงินเดือนทั้งหมดของพระองค์ที่ รับราชการมา ๓๕ ปี เป็นเงินทั้งสิ้น ๒๖ ล้านบาท” พร้อมดอกเบี้ยให้กับ มูลนิธิ รร.จปร. จึงได้รู้กันว่าลำพังเงินเดือนจะถึงร้อยล้านได้อย่างไร

ด้วยเหตุนี้จึงได้มี งูเห่า เกิดขึ้นในพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคใหม่ป้ายแดง ก้าวไกล มีอยู่ไม่ขาด “ในรอบแรกมีการซื้อตัวกัน ๒๐-๓๐ ล้านบาท...โดยทุกคนถูกติดต่อซื้อตัวทั้งหมด บางคนนำเงินใส่ท้ายรถเก๋งมาเป็นถุงเพื่อขอซื้อตัว”

อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อยอมรับ “บางคนก็มีจุดยืนคลอนแคลน...แต่ละคนมีใจที่รับความเสี่ยง และก็อุทิศตัวได้ไม่เท่ากัน ตามข้อจำกัดที่มี” พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคจึงได้แถลงว่าต่อนี้ไปจะต้องทำการคัดกรองอย่างละเอียดหนักแน่น

เช่นกันกับบทบาทของ ส.ส.ฝ่ายค้านในสภา ที่การตรวจสอบและเปิดโปงกระบวนการไม่โปร่งใสของรัฐบาล เครือข่าย (รวมทั้ง เจ้าสัว ผูกขาด) และองคาพยพทั้งหลาย ดัง ภราดร พัฒนถาบุตร พรรคเพื่อไทยว่า “แม้การลงมติไม่ไว้วางใจฝ่ายค้านอาจจะพ่ายแพ้

เพราะมีเสียงน้อยกว่า แต่อาฟเตอร์ช็อกหลังการอภิปรายจะส่งผลให้เกิดการรวมตัวอภิปรายนอกสภาของภาคประชาชนกลุ่มต่างๆ ที่นำโดยคณะราษฎรตามมาอย่างมิหยุดยั้ง” และหากบรรยากาศบ้านเมือง ยังคงไม่มีปรากฏ การปกครองที่เป็นธรรม

ภราดรบอกไว้ “รับรองว่าการรวมตัวขับไล่รัฐบาลสืบทอดอำนาจของภาคประชาชนกลุ่มต่างๆ จะเกิดขึ้นตามมาเร็วเกินคาด จนรัฐบาลไม่อาจดำรงอยู่ได้อีกต่อไป

(https://www.matichon.co.th/politics/news_2555411, https://www.bbc.com/thai/thailand-55822984?at_campaign=64, https://www.matichonweekly.com/hot-news/article_395757, https://www.matichon.co.th/politics/news_2555547 และ https://www.matichon.co.th/politics/news_2555372)