ประชาไท Prachatai.com
22 hours ago
·
“Of course there’s a war. I’m watching it on television.”
.
ประโยคจากภาพยนตร์ Wag the Dog (1997) ชวนตั้งคำถามว่า ในยุคที่ทุกคนมีหน้าจอสมาร์ทโฟนอยู่ในมือ ความจริงของสงครามถูกกำหนดจากสนามรบ หรือจากสิ่งที่ผู้คนมองเห็นผ่านสื่อ?
24 กรกฎาคม 2568 จรวด BM-21 จากฝั่งกัมพูชาตกใส่พื้นที่พลเรือน ขณะที่ F-16 ทะยานขึ้นฟ้าและกำลังภาคพื้นดินเข้าประจำแนวปะทะ อีกสมรภูมิหนึ่งก็เปิดฉากขึ้นพร้อมกันบนโลกออนไลน์
.
#กัมพูชายิงก่อน
#TruthFromThailand
#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
ฯลฯ
.
รายงานพิเศษชิ้นนี้สำรวจ “Digital Battlefield” หรือสมรภูมิดิจิทัลของกองทัพไทย ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลกว่า 6,404 โพสต์จาก Facebook ของกองทัพบก กองทัพเรือ กองบัญชาการกองทัพไทย และเพจไม่เป็นทางการอื่นๆ ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2568 - มกราคม 2569 พร้อมสัมภาษณ์ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก, อนาลโย กอสกุล จาก ThaiArmedForce.com และ สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี สื่อมวลชนอาวุโส อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร
.
“หลักการสื่อสารของกองทัพมีสองอย่าง คือ นำเสนอสิ่งที่กองทัพอยากบอก กับ ตอบสนองสิ่งที่สังคมอยากรู้ ทำอย่างไรให้สังคมคลายความสงสัยได้มากที่สุด และกองทัพเองก็ได้นำเสนอสิ่งที่้ต้องการบอกกับประชาชน ที่เหลือเป็นเรื่องของเทคนิคและวิธีการเล่าเรื่อง ซึ่งสนามรบใหญ่ของเราคือออนไลน์แพลทฟอร์ม ไม่ใช่สมรภูมิในสนามรบ” พล.ต.วินธัย สุวารี กล่าวตอนหนึ่งในระหว่างให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว
.
กองทัพวางยุทธศาสตร์การสื่อสารอย่างไร?
ใครคือ “ครีเอเตอร์จากแนวหน้า”?
อัลกอริทึมและระบบสร้างรายได้ของแพลตฟอร์มเข้าไปหนุนเสริมความขัดแย้งอย่างไร?
และเมื่อเสียงปืนเงียบลงแล้ว สงครามบนหน้าจอได้จบลงจริงหรือไม่?
.
สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี สื่อมวลชนอาวุโส กล่าวตอนหนึ่งว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่า คือผลกระทบระยะยาวที่ไม่ค่อยถูกพูดถึง ทั้งความเกลียดชังที่ตกค้างในหมู่ประชาชน ความเคยชินต่อภาพความรุนแรงบนหน้าจอ ตลอดจนชีวิตของผู้คนในพื้นที่ชายแดนและทหารที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม
.
“สื่อควรหันมาเล่าเรื่องเหล่านี้ เพราะมันคือชีวิตจริงของประชาชนที่ต้องอยู่กับสงครามที่ไม่มีวันจบ”
.
อ่านต่อที่ลิงก์
https://prachatai.com/journal/2026/06/117842
#DigitalBattlefield #สงครามข้อมูลข่าวสาร #ชายแดนไทยกัมพูชา #warinfluencer #ครีเอเตอร์จากแนวหน้า #สร้างรายได้จากเนื้อหา #เปิดการมองเห็น
·
“Of course there’s a war. I’m watching it on television.”
.
ประโยคจากภาพยนตร์ Wag the Dog (1997) ชวนตั้งคำถามว่า ในยุคที่ทุกคนมีหน้าจอสมาร์ทโฟนอยู่ในมือ ความจริงของสงครามถูกกำหนดจากสนามรบ หรือจากสิ่งที่ผู้คนมองเห็นผ่านสื่อ?
24 กรกฎาคม 2568 จรวด BM-21 จากฝั่งกัมพูชาตกใส่พื้นที่พลเรือน ขณะที่ F-16 ทะยานขึ้นฟ้าและกำลังภาคพื้นดินเข้าประจำแนวปะทะ อีกสมรภูมิหนึ่งก็เปิดฉากขึ้นพร้อมกันบนโลกออนไลน์
.
#กัมพูชายิงก่อน
#TruthFromThailand
#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
ฯลฯ
.
รายงานพิเศษชิ้นนี้สำรวจ “Digital Battlefield” หรือสมรภูมิดิจิทัลของกองทัพไทย ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลกว่า 6,404 โพสต์จาก Facebook ของกองทัพบก กองทัพเรือ กองบัญชาการกองทัพไทย และเพจไม่เป็นทางการอื่นๆ ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2568 - มกราคม 2569 พร้อมสัมภาษณ์ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก, อนาลโย กอสกุล จาก ThaiArmedForce.com และ สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี สื่อมวลชนอาวุโส อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร
.
“หลักการสื่อสารของกองทัพมีสองอย่าง คือ นำเสนอสิ่งที่กองทัพอยากบอก กับ ตอบสนองสิ่งที่สังคมอยากรู้ ทำอย่างไรให้สังคมคลายความสงสัยได้มากที่สุด และกองทัพเองก็ได้นำเสนอสิ่งที่้ต้องการบอกกับประชาชน ที่เหลือเป็นเรื่องของเทคนิคและวิธีการเล่าเรื่อง ซึ่งสนามรบใหญ่ของเราคือออนไลน์แพลทฟอร์ม ไม่ใช่สมรภูมิในสนามรบ” พล.ต.วินธัย สุวารี กล่าวตอนหนึ่งในระหว่างให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว
.
กองทัพวางยุทธศาสตร์การสื่อสารอย่างไร?
ใครคือ “ครีเอเตอร์จากแนวหน้า”?
อัลกอริทึมและระบบสร้างรายได้ของแพลตฟอร์มเข้าไปหนุนเสริมความขัดแย้งอย่างไร?
และเมื่อเสียงปืนเงียบลงแล้ว สงครามบนหน้าจอได้จบลงจริงหรือไม่?
.
สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี สื่อมวลชนอาวุโส กล่าวตอนหนึ่งว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่า คือผลกระทบระยะยาวที่ไม่ค่อยถูกพูดถึง ทั้งความเกลียดชังที่ตกค้างในหมู่ประชาชน ความเคยชินต่อภาพความรุนแรงบนหน้าจอ ตลอดจนชีวิตของผู้คนในพื้นที่ชายแดนและทหารที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม
.
“สื่อควรหันมาเล่าเรื่องเหล่านี้ เพราะมันคือชีวิตจริงของประชาชนที่ต้องอยู่กับสงครามที่ไม่มีวันจบ”
.
อ่านต่อที่ลิงก์
https://prachatai.com/journal/2026/06/117842
#DigitalBattlefield #สงครามข้อมูลข่าวสาร #ชายแดนไทยกัมพูชา #warinfluencer #ครีเอเตอร์จากแนวหน้า #สร้างรายได้จากเนื้อหา #เปิดการมองเห็น