
Matichon Weekly - มติชนสุดสัปดาห์
Yesterday
·
❝ ปูนยุคต้นของอยุธยามาจากไหน?
สืบตัวางจากวัดราชบูรณะ ❞
.
ลวดลายปูนปั้นงามวิเศษบนพระปรางค์ วัดราชบูรณะ จ.พระนครศรีอยุธยา กำลังถูกบูรณะซ่อมแซมโดยความร่วมมือระหว่างกรมศิลปากร และมหาวิทยาลัยโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี
.
ทำไมต้องเป็นทีมจากมหาวิทยาลัยโคโลญจน์?
.
ไม่ใช่เป็นเพียงเพราะแค่เงินยูโรปึกหนาๆ และเทคโนโลยีล้ำๆ จากประเทศมหาอำนาจ แห่งนั้นหรอกนะครับ
.
แต่เป็นเพราะ “ปูน” ที่ปั้นประดิษฐ์เป็นลวดลายต่างๆ บนองค์พระปรางค์แห่งนี้ มีองค์ประกอบกันใกล้เคียงกับปูนที่ประดับอยู่ทั่วไปในเมืองพระนคร และเมืองพระนครหลวง (นครธม) ในประเทศกัมพูชา จนเรียกได้ว่าเทคโนโลยีในการผลิตปูนในยุคอยุธยาตอนต้น ที่สร้างพระปรางค์วัดราชบูรณะนั้น ได้รับการถ่ายทอดเทคนิควิธีการผลิตปูนมาจากพวกขอมในยุครุ่งเรืองเลยทีเดียว
.
ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคโลญจน์ซึ่งได้ทำการศึกษา และซ่อมแซมงานปูนปั้นทั้งหลายในปราสาทขอมโบราณ ที่ประเทศกัมพูชานั้น จึงได้สนใจมาทำการบูรณะลวดลายปูนปั้นที่ประดับอยู่บนพระปรางค์วัดราชบูรณะด้วย จนทำให้เกิดโครงการความร่วมมือที่ว่านั่นเอง
.
พระราชพงศาวดารอยุธยาระบุว่า วัดราชบูรณะ ถูกสร้างขึ้นในเรือน พ.ศ.1967 โดยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (หรือที่มักจะคุ้นเคยกันมากกว่าในพระนามก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์คือ “เจ้าสามพระยา”)
.
ปีแรกสถาปนาวัดดังกล่าวเป็นปี พ.ศ. เดียวกันกับปีที่พระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์
.
ดังนั้น ถึงแม้ในพระราชพงศาวดารจะระบุว่า สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 จะทรงเคยยกทัพไปตีเมืองพระนครหลวง ซึ่งก็ได้รับชัยชนะ และคงจะมีการกวาดต้อนชาวเมืองพระนครหลวง (หรือที่มักจะเรียกกันในปัจจุบันว่าเมืองเสียมราฐ คือเมืองที่สยามรบชนะ แต่ฝ่ายกัมพูชาเรียกว่า เมืองเสียมเรียบ ซึ่งหมายถึงเมืองที่ชาวสยามรบแพ้?) ที่ส่วนใหญ่ก็คงจะถือตนว่าเป็นชาวเขมรกลับมายังอยุธยา (ซึ่งถ้าจะมีช่างปูนฝีมือเยี่ยมกลับมาด้วยก็ไม่แปลก)
.
แต่นั่นก็เป็นเหตุการณ์เมื่อ พ.ศ.1974 หรืออีก 7 ปีหลังจากที่พระองค์ทรงครองราชย์ และได้สถาปนาวัดราชบูรณะแล้ว
.
แน่นอนว่า การที่พระปรางค์ วัดราชบูรณะ จะยังสร้างไม่เสร็จเมื่อวันเวลาย่างเข้ามาถึงปี พ.ศ.1974 ที่พระบรมราชาธิราชที่ 2 จะตีเมืองพระนครหลวงแตก และพาช่างปูนฝีมือชั้นครูกลับมายังอยุธยา แล้วค่อยมาปั้นปูนประดับลงบนพระปรางค์องค์นี้ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
.
ยิ่งเมื่อลวดลายปูนปั้นต่างๆ เหล่านี้นับเป็นส่วนประดับขององค์พระปรางค์ อันเป็นงานส่วนเกือบจะท้ายที่สุดในระยะเวลาดำเนินการก่อสร้างพระปรางค์ ก็ยิ่งชวนให้นึกถึงความเป็นไปได้ดังกล่าว
.
ยิ่งเมื่อยังมีร่องรอยอื่นๆ จากพระราชพงศาวดารฉบับปลีก และจารึกขุนศรีไชยราชมงคล ซึ่งพบแถบ อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี จะทำให้เราทราบข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า เจ้าเมืองพิมาย และเจ้าเมืองพนมรุ้ง (อันเป็นเมืองที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมขอมโบราณอย่างทั้งแนบปั๊ก และแน่นปึ๊ก) ยังเคยเข้าสวามิภักดิ์ต่อพระมหากษัตริย์อยุธยาพระองค์นี้ และนำมาสู่การหลั่งไหลของชาวเมืองพิมาย และพนมรุ้งเข้ามาสู่อยุธยา
.
ก็ยิ่งชวนให้ไพล่คิดไปถึงการหลั่งไหลของกระแสอารยธรรม และเทคโนโลยีจากพวกขอม ที่แพร่หลายเข้ามาสู่อยุธยาอย่างท่วมท้นในสมัยของพระองค์ จนทำให้ปูนปั้นที่พระปรางค์วัดราชบูรณะนั้น เป็นของที่อยุธยาอิมพอร์ตเข้ามาจากพวกขอมในสมัยของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 นี่แหละ
.
แต่การณ์กลับไม่น่าจะคาดเดาได้ง่ายดายอย่างนั้นนะครับ เพราะเราก็มีตัวอย่างของปูนเกรดพรีเมียมในศาสนสถานยุคต้นอยุธยาที่อื่นๆ อีกด้วย บางแห่งก็มีอายุเก่าแก่กว่าปูนปั้นที่พระปรางค์ วัดราชบูรณะ มีตัวอย่างสำคัญอยู่ที่ พระปรางค์องค์เล็ก จากวัดส้ม เป็นอาทิ
.
เทคโนโลยีการผลิตปูนชั้นเยี่ยมในช่วงต้นกรุงศรีอยุธยา (หรืออาจจะรวมไปถึงช่วงก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยาด้วย) นั้น จึงน่าจะมีที่มา หรืออย่างน้อยก็ได้รับถ่ายทอดมาจากพวกขอมมาแต่เดิม ก่อนรัชสมัยของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 โน่นแล้วต่างหาก
⸻
ปูนยุคต้นของอยุธยา ได้เทคโนโลยีมาจากพวกขอม ตัวอย่างจากวัดราชบูรณะ
❝ ปูนยุคต้นของอยุธยามาจากไหน?
สืบตัวางจากวัดราชบูรณะ ❞
.
ลวดลายปูนปั้นงามวิเศษบนพระปรางค์ วัดราชบูรณะ จ.พระนครศรีอยุธยา กำลังถูกบูรณะซ่อมแซมโดยความร่วมมือระหว่างกรมศิลปากร และมหาวิทยาลัยโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี
.
ทำไมต้องเป็นทีมจากมหาวิทยาลัยโคโลญจน์?
.
ไม่ใช่เป็นเพียงเพราะแค่เงินยูโรปึกหนาๆ และเทคโนโลยีล้ำๆ จากประเทศมหาอำนาจ แห่งนั้นหรอกนะครับ
.
แต่เป็นเพราะ “ปูน” ที่ปั้นประดิษฐ์เป็นลวดลายต่างๆ บนองค์พระปรางค์แห่งนี้ มีองค์ประกอบกันใกล้เคียงกับปูนที่ประดับอยู่ทั่วไปในเมืองพระนคร และเมืองพระนครหลวง (นครธม) ในประเทศกัมพูชา จนเรียกได้ว่าเทคโนโลยีในการผลิตปูนในยุคอยุธยาตอนต้น ที่สร้างพระปรางค์วัดราชบูรณะนั้น ได้รับการถ่ายทอดเทคนิควิธีการผลิตปูนมาจากพวกขอมในยุครุ่งเรืองเลยทีเดียว
.
ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคโลญจน์ซึ่งได้ทำการศึกษา และซ่อมแซมงานปูนปั้นทั้งหลายในปราสาทขอมโบราณ ที่ประเทศกัมพูชานั้น จึงได้สนใจมาทำการบูรณะลวดลายปูนปั้นที่ประดับอยู่บนพระปรางค์วัดราชบูรณะด้วย จนทำให้เกิดโครงการความร่วมมือที่ว่านั่นเอง
.
พระราชพงศาวดารอยุธยาระบุว่า วัดราชบูรณะ ถูกสร้างขึ้นในเรือน พ.ศ.1967 โดยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (หรือที่มักจะคุ้นเคยกันมากกว่าในพระนามก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์คือ “เจ้าสามพระยา”)
.
ปีแรกสถาปนาวัดดังกล่าวเป็นปี พ.ศ. เดียวกันกับปีที่พระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์
.
ดังนั้น ถึงแม้ในพระราชพงศาวดารจะระบุว่า สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 จะทรงเคยยกทัพไปตีเมืองพระนครหลวง ซึ่งก็ได้รับชัยชนะ และคงจะมีการกวาดต้อนชาวเมืองพระนครหลวง (หรือที่มักจะเรียกกันในปัจจุบันว่าเมืองเสียมราฐ คือเมืองที่สยามรบชนะ แต่ฝ่ายกัมพูชาเรียกว่า เมืองเสียมเรียบ ซึ่งหมายถึงเมืองที่ชาวสยามรบแพ้?) ที่ส่วนใหญ่ก็คงจะถือตนว่าเป็นชาวเขมรกลับมายังอยุธยา (ซึ่งถ้าจะมีช่างปูนฝีมือเยี่ยมกลับมาด้วยก็ไม่แปลก)
.
แต่นั่นก็เป็นเหตุการณ์เมื่อ พ.ศ.1974 หรืออีก 7 ปีหลังจากที่พระองค์ทรงครองราชย์ และได้สถาปนาวัดราชบูรณะแล้ว
.
แน่นอนว่า การที่พระปรางค์ วัดราชบูรณะ จะยังสร้างไม่เสร็จเมื่อวันเวลาย่างเข้ามาถึงปี พ.ศ.1974 ที่พระบรมราชาธิราชที่ 2 จะตีเมืองพระนครหลวงแตก และพาช่างปูนฝีมือชั้นครูกลับมายังอยุธยา แล้วค่อยมาปั้นปูนประดับลงบนพระปรางค์องค์นี้ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
.
ยิ่งเมื่อลวดลายปูนปั้นต่างๆ เหล่านี้นับเป็นส่วนประดับขององค์พระปรางค์ อันเป็นงานส่วนเกือบจะท้ายที่สุดในระยะเวลาดำเนินการก่อสร้างพระปรางค์ ก็ยิ่งชวนให้นึกถึงความเป็นไปได้ดังกล่าว
.
ยิ่งเมื่อยังมีร่องรอยอื่นๆ จากพระราชพงศาวดารฉบับปลีก และจารึกขุนศรีไชยราชมงคล ซึ่งพบแถบ อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี จะทำให้เราทราบข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า เจ้าเมืองพิมาย และเจ้าเมืองพนมรุ้ง (อันเป็นเมืองที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมขอมโบราณอย่างทั้งแนบปั๊ก และแน่นปึ๊ก) ยังเคยเข้าสวามิภักดิ์ต่อพระมหากษัตริย์อยุธยาพระองค์นี้ และนำมาสู่การหลั่งไหลของชาวเมืองพิมาย และพนมรุ้งเข้ามาสู่อยุธยา
.
ก็ยิ่งชวนให้ไพล่คิดไปถึงการหลั่งไหลของกระแสอารยธรรม และเทคโนโลยีจากพวกขอม ที่แพร่หลายเข้ามาสู่อยุธยาอย่างท่วมท้นในสมัยของพระองค์ จนทำให้ปูนปั้นที่พระปรางค์วัดราชบูรณะนั้น เป็นของที่อยุธยาอิมพอร์ตเข้ามาจากพวกขอมในสมัยของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 นี่แหละ
.
แต่การณ์กลับไม่น่าจะคาดเดาได้ง่ายดายอย่างนั้นนะครับ เพราะเราก็มีตัวอย่างของปูนเกรดพรีเมียมในศาสนสถานยุคต้นอยุธยาที่อื่นๆ อีกด้วย บางแห่งก็มีอายุเก่าแก่กว่าปูนปั้นที่พระปรางค์ วัดราชบูรณะ มีตัวอย่างสำคัญอยู่ที่ พระปรางค์องค์เล็ก จากวัดส้ม เป็นอาทิ
.
เทคโนโลยีการผลิตปูนชั้นเยี่ยมในช่วงต้นกรุงศรีอยุธยา (หรืออาจจะรวมไปถึงช่วงก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยาด้วย) นั้น จึงน่าจะมีที่มา หรืออย่างน้อยก็ได้รับถ่ายทอดมาจากพวกขอมมาแต่เดิม ก่อนรัชสมัยของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 โน่นแล้วต่างหาก
⸻
ปูนยุคต้นของอยุธยา ได้เทคโนโลยีมาจากพวกขอม ตัวอย่างจากวัดราชบูรณะ
.....
(แม้แต่คำราชาศัพท์ของไทยจำนวนมากเป็นคำยืมมาจากภาษาเขมร)
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1396678135827715&set=a.627369302758606