วันเสาร์, มิถุนายน 20, 2569

กระแสก่อการร้ายแนวใหม่ (Hybrid Warfare) ที่เพิ่งถูกเปิดโปงออกมา จากคดีในศาลอังกฤษและ สื่อมวลชนรายใหญ่ อย่าง Financial Times และ BBC โดยใช้วิธีกระแสเกลียดชังอิสลามและการแบ่งแยกเป็นอาวุธ โดยหา "ผู้ก่อการร้ายตัวแทน" ก่อวินาศกรรม เพื่อข่มขู่คุกคามผู้นำประเทศ






https://x.com/AJEnglish/status/2067880059416007039
.....

รายงานจากลอนดอน

ศาลอาญากลางแห่งสหราชอาณาจักร (The Old Bailey) ได้พิพากษาจำคุกชาย 2 คนที่ถูกว่าจ้างให้ก่อเหตุวางเพลิงต่อเนื่อง ซึ่งพุ่งเป้าไปยังทรัพย์สินที่มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer)

ขณะเดียวกัน ผลการสืบสวนเชิงลึกโดยสื่อมวลชนรายใหญ่ เช่น Financial Times และ BBC ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า นี่คือส่วนหนึ่งของปฏิบัติการสงครามลูกผสม (Hybrid Warfare) อันซับซ้อนที่บงการโดยเครือข่ายวินาศกรรมจากรัสเซีย

เปิดแผนการณ์และตัวการลับ

เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2025 เมื่อคนร้ายได้ลอบวางเพลิง 3 ครั้งในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันในกรุงลอนดอน โดยเป้าหมายคือรถยนต์คันเก่าที่นายกฯ สตาร์เมอร์เคยเป็นเจ้าของ รวมถึงบ้านพักเก่า และบ้านประจำตระกูลในย่านเคนทิชทาวน์ (Kentish Town) ซึ่งในคืนเกิดเหตุมีพี่สะใภ้และครอบครัวของสตาร์เมอร์นอนหลับอยู่ภายในบ้าน แม้ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ แต่กลุ่มควันไฟป่าเถื่อนนี้ก็ได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ฝ่ายความมั่นคงเป็นอย่างมาก

หลักฐานในชั้นศาลระบุว่า ผู้อยู่เบื้องหลังและคอยสั่งการทั้งหมดคือผู้ใช้บัญชี Telegram นิรนามที่ใช้ชื่อแฝงว่า "El Money"

กลยุทธ์การสรรหาคน: "El Money" จะใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ในการเสาะหาบุคคลที่กำลังประสบปัญหาทางการเงินในสหราชอาณาจักร จากนั้นจะเสนอเงินค่าจ้างจำนวนหลายพันดอลลาร์ในรูปแบบของคริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) เพื่อให้ไปลงมือก่อเหตุ

ร่องรอยเชื่อมโยงสู่รัสเซีย: จากการแกะรอยเส้นทางดิจิทัล ทราฟฟิกข้อมูล และกระเป๋าเงินดิจิทัลโดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่าบัญชี "El Money" นี้ ปฏิบัติการจากภายในประเทศรัสเซีย และมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับเครือข่ายแฮกเกอร์ฝักใฝ่เครมลินที่ชื่อว่า NoName ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทางการสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลรัสเซีย

ใช้ความเกลียดชังและการแบ่งแยกเป็นอาวุธ

สิ่งที่ทำให้หน่วยงานต่อต้านการก่อการร้ายของอังกฤษกังวลมากที่สุด คือการวางเพลิงเป็นเพียงส่วนปลายของภูเขาน้ำแข็ง เพราะหลักฐานการสนทนากว่า 320 ข้อความชี้ว่า ก่อนที่จะยกระดับไปสู่การเผาทำลายทรัพย์สิน ตัวการรายนี้ได้ใช้เวลาหลายเดือนในการจูงใจและสั่งการให้เครือข่ายรับงานก่อกวนระดับต่ำในสังคม

โดยคนร้ายได้รับค่าจ้างให้ไปพ่นสีสเปรย์เป็นข้อความภาษาอาหรับ และติดโปสเตอร์ต่อต้านศาสนาอิสลาม (Anti-Islam) ในย่านชุมชนชาวมุสลิมทั่วกรุงลอนดอน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงวิเคราะห์ว่า นี่คือยุทธศาสตร์สองทางที่ชัดเจนของหน่วยข่าวกรองต่างชาติ:




[ปฏิบัติการวินาศกรรมจากต่างแดน] │

├─► การข่มขู่คุกคาม: โจมตีทรัพย์สินผู้นำประเทศโดยตรง (วางเพลิง)

└─► การสร้างความขัดแย้ง: ปลุกปั่นกระแสเกลียดชังอิสลาม เพื่อทำลายความสามัคคีในสังคม

การจงใจสร้างสถานการณ์ความเกลียดชังบนหน้างานจริง มีเป้าหมายสูงสุดเพื่อจุดชนวนความไม่สงบโยงไปสู่ความขัดแย้งทางเชื้อชาติและศาสนา และขยายรอยร้าวในสังคมอังกฤษให้ลึกขึ้น
คำตัดสินและปรากฏการณ์ "ผู้ก่อการร้ายตัวแทน"

ศาลได้ตัดสินจำคุก โรมัน ลาฟริโนวิช (Roman Lavrynovych) ช่างก่อสร้างชาวยูเครนวัย 22 ปี เป็นเวลา 7 ปี ในฐานะผู้ลงมือวางเพลิง โดยผู้พิพากษาได้ระบุในคำพิพากษาว่าเขาเป็นเพียง "Useful Idiot" (คนโง่ที่เป็นประโยชน์) หรือเบี้ยตัวหมากที่ถูกครอบงำและซื้อได้ง่าย ๆ ด้วยเงิน โดยลาฟริโนวิชอ้างว่าเขาต้องการเงินไปรักษาพ่อที่ป่วยและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป้าหมายที่เขาไปเผานั้นเกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรี ส่วนผู้สมรู้ร่วมคิดชาวโรมาเนียวัย 27 ปี สตานิสลาฟ คาร์พิอุค (Stanislav Carpiuc) ถูกตัดสินจำคุก 2 ปี

คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของการจารกรรมสมัยใหม่ หลังจากที่นักการทูตและสายลับรัสเซียจำนวนมากถูกขับออกจากประเทศแถบยุโรปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หน่วยข่าวกรองจึงหันมาใช้กลยุทธ์ "วินาศกรรมผ่านตัวแทน" (Proxy Sabotage) ผ่านแอปพลิเคชันเข้ารหัสอย่าง Telegram เพื่อจ้างวานคนท้องถิ่นหรือแรงงานต่างด้าวที่กำลังเดือดร้อนเรื่องเงินให้ทำภารกิจเสี่ยงอันตรายแทน โดยที่ตัวการใหญ่ไม่ต้องเปิดเผยตัวตน

ทางด้านนายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ ได้ออกมาแสดงความยินดีต่อคำตัดสินของศาล พร้อมระบุว่า ปฏิบัติการลอบโจมตีครั้งนี้จำเป็นต้องมองในภาพกว้างของบริบทโลก ซึ่งเป็นปฏิกิริยาตอบโต้จากฝั่งรัสเซีย หลังจากที่ชาติตะวันตกบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรอย่างรุนแรงต่อมอสโกจากกรณีสงครามในยูเครน

ลินห์ เหงียน, อัล จาซีรา รายงาน