วันเสาร์, มิถุนายน 20, 2569

ในวันที่พ่อยังล่องเรือและแม่ป่วยหนัก: บันทึก 2 ปี แห่งการประคับประคองชีวิตของครอบครัว “จิรวัฒน์” ผู้ต้องขังคดี ม.112 เล่าถึง "ราคา" ที่ครอบครัวของคนธรรมดาต้องจ่ายเมื่อใครคนหนึ่งต้องเข้าสู่วงจรการถูกดำเนินคดี 112


ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
11 hours ago
·
ในวันที่พ่อยังล่องเรือและแม่ป่วยหนัก: บันทึก 2 ปี แห่งการประคับประคองชีวิตของครอบครัว “จิรวัฒน์” ผู้ต้องขังคดี ม.112
.
.
2 ปีก่อน (2567) “แพร” เล่าให้เราฟังว่าเธอป่วยเป็นมะเร็ง พร้อมสถานะใหม่อย่างแม่เลี้ยงเดี่ยวและภรรยาของนักโทษทางการเมือง
.
“ถ้าเราตายก่อนบูมได้ประกันตัว แล้วลูกจะอยู่กับใคร” ประโยคคำถามเมื่อสองปีก่อนสร้างความเคว้งคว้างให้เกิดขึ้นในบรรยากาศครอบครัว 3 คนพ่อแม่ลูก เธอกังวลเรื่อง “บูม” จิรวัฒน์ สามี และผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ณ ช่วงเวลานั้น เขาถูกคุมขังในระหว่างต่อสู้ชั้นอุทธรณ์เป็นเวลากว่า 200 วัน และศาลไม่มีวี่แววจะให้ประกันตัวออกมาสู้คดี
.
ปีนี้ (2569) เราพบกับแพรอีกครั้ง เธอเล่าเรื่องชีวิตตัวเองใหม่ แต่ยังคงเป็นเรื่องราวของผู้ป่วยโรคมะเร็ง แม่เลี้ยงเดี่ยว และภรรยานักโทษการเมือง ช่วงเวลาสองปีที่ผ่านมา เธอบอกว่าทำงานกับตัวเองหนักมาก ที่จะพยายาม ‘เข้าใจและยอมรับ’ ในสิ่งที่ตัวเองกำลังเผชิญอยู่
.
“เราเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ 4 แล้ว” เธออัปเดตสั้น ๆ ว่าโรคที่เป็นอยู่มียาที่กินเพื่อควบคุมการลุกลามของมะเร็ง แพรคาดการณ์ว่าด้วยยาตัวนี้อาจจะควบคุมได้ 1 – 2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย แต่ตอนนี้ก็ใช้ชีวิตได้เหมือนคนไม่ได้ป่วยเลย
.
เราถามว่ามีโอกาสหายจากมะเร็งนี้หรือไม่ เธอบอกว่ามันไม่มีทางหายแล้ว เธอต้องอยู่กับมันไปตลอดชีวิตนี้ “ทุกวันนี้ก็ดูเอาเดือนต่อเดือน ยาตัวนี้เป็นยาตัวสุดท้ายแล้วที่จะกินเพื่อรักษาการลุกลาม”
.
แล้วหลังจากนั้นล่ะ ?
.
“มีชีวิตอยู่ให้นานที่สุด เท่าที่เราจะทำได้” แพรบอก ถ้าเกินจากระยะที่ 4 มันคือการนอนติดเตียง ทำอะไรไม่ได้ ใช้ชีวิตไม่ได้แล้ว ตอนนี้มะเร็งในตัวเธอลุกลามไป 2 จุด คือ ตับและกระดูก
.
2 ปีก่อน เธอเล่าว่าได้ทำการผ่าตัดเต้านมออกไป และให้คีโมทุกสามอาทิตย์ แต่ทุกวันนี้เธอไม่ต้องทำคีโม หรือเข้ารับการผ่าตัดอีกแล้ว มีเพียงการใช้ชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเองและเพื่อลูกสาวตัวน้อยวัย 8 ขวบที่กำลังเรียนอยู่ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
.
“ถ้านอนดี กินดี ก็น่าจะอยู่ได้ ยังคิดว่าตัวเองโชคดีที่คิดว่าเจอโรคและรักษาไปได้ แต่ถ้าดื้อยาตัวนี้ที่กินอยู่ ก็มีความคิดที่จะไม่รักษาแล้ว” แพรบอกว่าเธอยังไม่ได้ถึงขั้นต้องใช้ชีวิตตามวิถีการดูแลแบบประคับประคองของผู้ป่วยระยะสุดท้าย (Palliative Care)
.
ระหว่างการสนทนา แพรเล่าถึงการพยายามยอมรับในมุมมองของเธอเอง ที่ไม่ใช่การจำนนต่อโชคชะตาอันเลวร้าย แต่มันคือการกลั่นกรองความคิดเพื่อเผชิญหน้ากับความจริง
.
ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่เธอเดินทางไปเยี่ยมสามีที่เรือนจำ พร้อมทำหน้าที่แม่ที่ต้องประคับประคองลูกสาวโดยลำพัง เธอพร่ำสอนให้ทั้งสองได้เรียนรู้ถึงการโอบรับความจริงและเข้มแข็งพอที่จะก้าวต่อไป แม้ในวันที่โลกใบนี้อาจไม่มีเธอคอยประคองอยู่อีกแล้
.
.
อ่านบนเว็บไซต์ : https://tlhr2014.com/archives/84025

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1418789100091556&set=a.656922399611567