วันอังคาร, มิถุนายน 23, 2569

ไทยเป็นประเทศ 'รายได้ปานกลาง' มาครบครบ 50 ปีพอดี ถ้าจะทำให้ไทยเป็นประเทศรายได้สูง เศรษฐกิจจะต้องโตให้ได้ปีละ 4-5% แบบต่อเนื่องทุกปี เป็นเวลา 12 ปี ไม่สะดุด ไม่แผ่ว







https://x.com/Ton_Veerayooth/status/2069090466793173481

Ton Veerayooth
@Ton_Veerayooth

[ ไทยเป็นประเทศ 'รายได้ปานกลาง' ครบ 50 ปีแล้ว ]
.
ชวนคิด "คณิตศาสตร์ประเทศรายได้ปานกลาง" ในวันที่รัฐบาลภูมิใจไทยประกาศจะพาไทยเป็นประเทศร่ำรวยในอีก 12 ปีข้างหน้าครับ
.
 1️⃣ ธนาคารโลกแบ่งประเทศทั่วโลกออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ประเทศรายได้น้อย รายได้ปานกลาง และรายได้สูง ตามค่าเฉลี่ยรายได้ประชากรต่อหัว (GNI per capita)

จุดตัดสู่ประเทศรายได้ปานกลางคือ 1,135 เหรียญต่อคนต่อปี (ประชากรมีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 3,000 บาท ถือว่าพ้นจากสถานะยากจน)

ส่วนจุดแบ่งสู่ประเทศรายได้สูงอยู่ที่ 13,935 เหรียญต่อคนต่อปี (ประชากรมีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 37,000 บาทจึงจะนับว่าร่ำรวย)

ด้วยช่องว่างที่ห่างกันมากๆ เกิน 10 เท่าตัวจาก "รายได้ปานกลาง" สู่ "รายได้สูง" อย่างไรเสียก็ต้องใช้เวลาหลายสิบปีในการไล่กวดเพื่อเลื่อนสถานะ
.
 กลุ่มที่ไล่กวดเร็วสุดในประวัติศาสตร์โลกคือ เหล่าเสือเอเชียตะวันออก

เกาหลีใต้และไต้หวันใช้เวลา 26 ปีในการสลัดหลุดรายได้ปานกลาง

สิงคโปร์ ถ้านับจากตอนแยกตัวจากมาเลเซีย จะยิ่งเร็วขึ้นอีก เพราะใช้เวลาเพียง 23 ปี

เสือเอเชียเหล่านี้โตกันปีละ 7% ต่อเนื่อง แทบไม่หยุดไม่หย่อน
.
3️⃣ ประเทศล่าสุดที่ได้เลื่อนชั้นจาก "ประเทศรายได้ปานกลาง" มาเป็น "ประเทศร่ำรวย" คือ "คอสตาริกา" จากภูมิภาคอเมริกากลาง

คอสตาริกาเติบโตต่อเนื่อง แถมวิ่งเร็วขึ้นในโค้งสุดท้ายในอัตราเฉลี่ย 5% ในช่วงสามปีที่ผ่านมา ด้วยแรงหนุนจากอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (ecotourism)
.
4️⃣ เพื่อนบ้านอาเซียนของเราอย่าง "มาเลเซีย" ขออีก 4 ปีน่าจะเข้าโค้งประเทศร่ำรวยได้เช่นกัน เพราะตอนนี้รายได้เฉลี่ย 11,670 เหรียญ และเติบโตปีละ 4-5%

ส่วน "เวียดนาม" นั้นยังห่างจากไทยเกือบเท่าตัว แต่ถ้าเวียดนามยังโตด้วยอัตรา 8% ในขณะที่ไทยอยู่ประมาณ 2% เราจะยังนำหน้าเวียดนามได้อีกไม่เกิน 8 ปี
.
5️⃣ ไทยเข้าสู่ระดับรายได้ปานกลางเมื่อปี 1976 นับถึงตอนนี้ปี 2026 ก็เป็นอันว่าเราอยู่ในสถานะ "ประเทศรายได้ปานกลาง" มาครบ 50 ปี ครึ่งศตวรรษพอดี

หากดูจากกราฟจะเห็นว่าอันที่จริง คอสตาริกา มาเลเซีย และไทย เติบโตมาแบบสูสี ไม่ห่างกันมากในช่วงทศวรรษ 1980-1990

ช่องว่างนั้นชัดเจนและห่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อหลังปี 1997 เป็นต้นมา และยังไม่มีแนวโน้มแคบลง
.
Ref: Felipe, J., Kumar, U., & Galope, R. (2017) "Middle-income transitions: trap or myth?" Journal of the Asia Pacific Economy, 22(3), 429-453.

DOI:10.1080/13547860.2016.1270253








https://x.com/Ton_Veerayooth/status/2068958255221821556

Ton Veerayooth
@Ton_Veerayooth

ธนาคารโลกหรือ World Bank ขีดเส้นแบ่งกลุ่ม "ประเทศรายได้สูง" ไว้ที่ 13,935 เหรียญต่อคนต่อปี หรือประมาณ 453,000 บาท

ปัจจุบัน รายได้ต่อหัวของคนไทยจากข้อมูลธนาคารโลกคือ 7,100 เหรียญ (ข้อมูลล่าสุดปี 2024)

ถ้ารัฐบาลตั้งเป้า 12 ปีเพื่อเป็นประเทศร่ำรวย แปลว่าต้องทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตปีละ 5.8% ต่อปี

ถึงจะใช้ตัวเลขของสภาพัฒน์ว่าคนไทยมีรายได้ต่อปี 269,615 บาท (ไตรมาส 1 ปีนี้) ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าของธนาคารโลก ก็ต้องโตอย่างน้อยปีละ 4.5% เพื่อเป้าหมาย 12 ปีสู่ประเทศรายได้สูง

เรียกว่า ต้องทำให้เศรษฐกิจโตให้ได้ปีละ 4-5% แบบต่อเนื่องทุกปี เป็นเวลา 12 ปี ไม่สะดุด ไม่แผ่ว

คำถามคือ ให้นับเป็น KPI ของรัฐบาลและทีมเศรษฐกิจปีนี้ได้เลยใช่ไหมครับ?
.....

เพิ่มเตืม จาก AI

เป้าหมายการทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตเฉลี่ย 5% ต่อปี ติดต่อกันเป็นเวลา 12 ปี เพื่อก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางไปสู่การเป็นประเทศร่ำรวย ถือเป็นโจทย์ทางเศรษฐศาสตร์ที่ท้าทายอย่างยิ่ง เมื่อเทียบกับความเป็นจริงในปัจจุบัน

1. ตอนนี้เศรษฐกิจไทยโตปีละเท่าไหร่?

ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และศูนย์วิจัยทางเศรษฐกิจต่างๆ ระบุว่าอัตราการเติบโตของ GDP ไทยอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำมาอย่างต่อเนื่อง:

ปี 2568 (2025): ขยายตัวอยู่ที่ 2.4% (ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อยเนื่องจากแรงหนุนช่วงท้ายปีและการส่งออก)

ปี 2569 (2026): คาดการณ์ว่าจะเติบโตราว 1.5% - 2.0% ซึ่งสะท้อนภาพการเติบโตที่แผ่วลง จากปัญหาเชิงโครงสร้าง กำลังซื้อภายในประเทศที่อ่อนแอ และหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง

สรุปคือ: ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยเติบโตเฉลี่ยเพียง 1.5% - 2.4% ต่อปีเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย 5.8% อยู่มากกว่าเท่าตัว (เด็กไทยยุคนี้แทบไม่เคยเห็น GDP โตเกิน 3% ติดต่อกันเลย)

2. ความเป็นไปได้ที่จะเห็น GDP โต 5% ต่อปี และจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่?

หากประเมินตาม โครงสร้างเศรษฐกิจปัจจุบัน โอกาสที่จะเห็นประเทศไทยเติบโต 5% ต่อปีในระยะเวลาอันใกล้แทบจะ "เป็นไปไม่ได้" จนกว่าจะเกิดการยกเครื่องและปรับโครงสร้างประเทศครั้งใหญ่ โดยมีเหตุผลและเงื่อนไขเวลาดังนี้:

⚡ อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ไปถึงเป้าหมายได้ยาก

โครงสร้างประชากร (Aging Society): ไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ทำให้กำลังแรงงานในระบบลดลงเรื่อยๆ การจะปั๊ม GDP ให้โตสูงในสภาวะที่คนทำงานลดลงเป็นเรื่องที่ขัดแย้งทางหลักเศรษฐศาสตร์

ขีดความสามารถการแข่งขันลดลง: อุตสาหกรรมหลักเดิมของไทย (เช่น ยานยนต์สันดาป, อิเล็กทรอนิกส์ขั้นพื้นฐาน) กำลังถูกดิสรัปต์และย้ายฐานผลิตไปประเทศเพื่อนบ้าน

หนี้สินรุมเร้า: หนี้ครัวเรือนที่สูงเกิน 90% ของ GDP ทำให้คนในประเทศไม่มีกำลังซื้อที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากภายใน

📅 แล้วเมื่อไหร่ถึงจะมีโอกาสเป็นไปได้?

หากรัฐบาลต้องการดัน GDP ให้ได้ถึง 5% จริงๆ จะต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง ซึ่งอาจต้องแบ่งเฟสของความเป็นไปได้ออกเป็นดังนี้:

ระยะสั้น (1–3 ปีนี้): ไม่มีทางเป็นไปได้ มาตรการระยะสั้น เช่น การแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือการลดแลกแจกแถมทางภาษี สามารถดัน GDP ให้กระตุกขึ้นมาได้ชั่วคราว (อาจจะแตะ 3%) แต่ไม่สามารถยืนระยะที่ 5.8% ได้อย่างมั่นคง

ระยะกลางถึงยาว (5–10 ปีข้างหน้า): เป็นไปได้ "หาก" เงื่อนไขเหล่านี้สำเร็จ

การลงทุนใน Mega Projects สู่ทางสายใหม่: โครงการขนาดใหญ่อย่าง Land Bridge หรือการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ต้องสร้างเสร็จและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและกิจกรรมการค้าโลกมาอยู่ที่ไทยได้จริงเพื่อเปลี่ยนทางผ่านโลจิสติกส์โลก

การปรับโครงสร้งสู่อุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve): ไทยต้องผันตัวไปเป็นศูนย์กลางของ Data Center ระดับโลก, อุตสาหกรรม AI, เซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง หรือพลังงานสะอาด ไม่ใช่พึ่งพาเพียงภาคการท่องเที่ยวและการรับจ้างผลิตแบบเดิม

การยกระดับทักษะแรงงาน (Upskilling/Reskilling): เปลี่ยนแรงงานไร้ฝีมือให้เป็นแรงงานที่ทำงานร่วมกับ AI และระบบอัตโนมัติได้ เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตต่อหัว (Productivity) ให้สูงขึ้นเป็นทวีคูณ