🇮🇱 In #lsrael, people across the political spectrum have called the #US-Iran agreement meant to end the war a disaster.
— FRANCE 24 English (@France24_en) June 18, 2026
The initial deal re-opens the Strait of #Hormuz, but only starts a 60-day negotiating clock to address #Iran's nuclear program.
Watch for more ⤵️ pic.twitter.com/oSDvymwcRL
https://x.com/France24_en/status/2067668910535573961
.....
สามารถสรุปออกเป็นมิติสำคัญได้ดังนี้:
1. การถูกบังคับให้ถอนทหารออกจากเลบานอนตอนใต้
หนึ่งในเงื่อนไขของข้อตกลงหยุดยิงกำหนดให้มีการยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบ ซึ่งรวมถึงเลบานอนด้วย ส่งผลให้กลุ่ม Hezbollah ตีความว่าอิสราเอลจะต้องถอนกำลังทหารออกจาก "เขตกันชนความมั่นคงในเลบานอนตอนใต้" (Southern Lebanon Security Zone) ทันที
มุมมองของอิสราเอล: ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านมองว่า การถอนทหารโดยที่ Hezbollah ยังไม่ถูกปลดอาวุธอย่างสิ้นเชิง จะเปิดโอกาสให้กลุ่มติดอาวุธกลับมาประชิดชายแดนทางเหนือ และส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของพลเรือนอิสราเอลโดยตรง
2. อิหร่านยังคงรักษาสถานะ "นิวเคลียร์" ไว้ได้
ข้อตกลงชั่วคราวนี้นำแนวทางปฏิบัติ "ลดระดับความเข้มข้นของยูเรเนียม" (Down-blending) มาใช้ โดยยอมให้อิหร่านดำเนินการเจือจางแร่ยูเรเนียมสมรรถนะสูงภายใต้การตรวจสอบของ IAEA ภายในดินแดนของอิหร่านเอง แทนที่จะบังคับให้ส่งมอบแร่นิวเคลียร์ออกนอกประเทศ
มุมมองของอิสราเอล: หน่วยงานความมั่นคงของอิสราเอลมองว่านี่คือการทิ้ง "โครงสร้างพื้นฐานและองค์ความรู้" ไว้ในมือของอิหร่าน ซึ่งวันใดที่ข้อตกลงสิ้นสุดลง อิหร่านจะสามารถกลับมาเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเพื่อสร้างระเบิดนิวเคลียร์ได้อย่างรวดเร็ว (Breakout time ที่สั้นเกินไป)
3. เงินทุนไหลกลับไปหล่อเลี้ยงกลุ่มตัวแทน (Proxies)
การที่สหรัฐฯ ยอมยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันและปลดล็อกระบบธนาคารให้อิหร่านทันที เพื่อแลกกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ 60 วัน ทำให้อิหร่านได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาลในระยะสั้น
มุมมองของอิสราเอล: เงินรายได้จากการขายน้ำมันจำนวนมหาศาลนี้ จะถูกรัฐบาลเตหะรานนำไปใช้ฟื้นฟู สปอนเซอร์ และติดอาวุธให้แก่กลุ่มตัวแทนในภูมิภาคที่เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่ออิสราเอล เช่น Hezbollah ในเลบานอน, Hamas ในกาซา และกลุ่มฮูตีในเยเมน
4. สหรัฐฯ เทศัตรูแต่ทิ้งพันธมิตร (การถูกกันออกจากโต๊ะเจรจา)
นักการเมืองอิสราเอลมองว่ารัฐบาลสหรัฐฯ รีบร้อนทำข้อตกลงนี้เพื่อแก้ปัญหาราคาน้ำมันโลกและวิกฤตเศรษฐกิจของตนเอง โดยยอมโอนอ่อนให้อิหร่านและมองข้ามผลประโยชน์ด้านความมั่นคงในระยะยาวของพันธมิตรหลักในตะวันออกกลางอย่างอิสราเอล
สรุป: สำหรับอิสราเอล ข้อตกลงนี้ไม่เพียงแต่ล้มเหลวในการทำลายศักยภาพนิวเคลียร์ของอิหร่านอย่างถาวร แต่ยังมอบเงินทุนก้อนโตให้เตหะราน พร้อมทั้งกดดันให้อิสราเอลต้องถอยร่นในแนวรบด้านเลบานอน จึงทำให้นักการเมืองทุกกลุ่มในประเทศเห็นตรงกันว่าเป็นข้อตกลงที่สร้างความเสี่ยงต่อการอยู่รอดของอิสราเอลอย่างสิ้นเชิง