A US fighter jet pilot rescued by special forces after being shot down over Iran in April described a shocking sight before ejecting from his aircraft: multiple Iranian drones hovering in the air, moving as one, in a formation that resembled a jellyfish, according to four sources… pic.twitter.com/94EiNT5yc3
— CNN International (@cnni) June 23, 2026
.....
นักบินสหรัฐฯ ที่ถูกยิงตกเผยเห็นฝูงโดรนอิหร่านบินเกาะกลุ่มคล้าย ‘แมงกะพรุน’
แหล่งข่าว 4 รายที่ทราบเรื่องเปิดเผยว่า นักบินเครื่องบินขับไล่ของสหรัฐฯ ซึ่งได้รับการช่วยเหลือโดยหน่วยรบพิเศษหลังจากถูกยิงตกเหนือน่านฟ้าอิหร่านเมื่อเดือนเมษายน ได้เล่าถึงภาพเหตุการณ์อันน่าตกใจก่อนที่เขาจะดีดตัวออกจากเครื่องบิน นั่นคือการพบเห็นโดรนจำนวนมากของอิหร่านลอยตัวอยู่กลางอากาศและเคลื่อนที่ไปพร้อมกันเป็นกลุ่มก้อนในลักษณะที่ดูคล้ายกับรูปร่างของแมงกะพรุน
ข้อมูลดังกล่าวซึ่งไม่เคยมีการรายงานมาก่อนนี้ ถูกนักบินเครื่องบิน F-15 รายนี้ถ่ายทอดให้เจ้าหน้าที่ข่าวกรองรับทราบระหว่างการสอบถามรายละเอียดหลังเกิดเหตุ และมันได้ก่อให้เกิดข้อถกเถียงอย่างกว้างขวางและดุเดือดในแวดวงข่าวกรองของสหรัฐฯ ซึ่งจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด
หากนักบินผู้นี้ได้เห็นสิ่งที่เขาบรรยายไว้จริง กล่าวคือการเคลื่อนที่ของฝูงโดรนที่ประสานสอดคล้องกันเป็นหนึ่งเดียว นั่นจะถือเป็นความก้าวหน้าทางขีดความสามารถด้านโดรนของอิหร่านที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง
"มันคือโดรนหลายลำที่เชื่อมโยงและเคลื่อนที่ไปพร้อมกัน โดยมีโดรนขนาดเล็กกว่าอยู่ใต้โดรนลำใหญ่ลักษณะคล้ายกับหนวดหรือขา" แหล่งข่าวรายหนึ่งที่ทราบเรื่องคำให้การของนักบินกล่าวกับ CNN "มันดูเหมือนเรื่องของเอเลี่ยนชัดๆ"
แหล่งข่าวอีกรายหนึ่งกล่าวกับ CNN ว่า นักบินเปรียบเทียบสิ่งที่เขาเห็นว่าเป็นเหมือน "ทุ่งระเบิดกลางอากาศที่เต็มไปด้วยโดรน"
แม้ว่าสาเหตุที่แน่ชัดของการที่เครื่องบิน F-15 ถูกยิงตกจะยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่แหล่งข่าว 2 รายระบุว่ารายงานเบื้องต้นชี้ให้เห็นความเป็นไปได้ที่ว่า รูปแบบการบินของฝูงโดรนดังกล่าวอาจมีส่วนช่วยให้อิหร่านสามารถยิงเครื่องบินขับไล่ของสหรัฐฯ ลำนี้ตกได้
เครื่องบิน F-15 ลำดังกล่าวมีลูกเรือปฏิบัติหน้าที่ 2 นาย ได้แก่ นักบินและเจ้าหน้าที่ควบคุมระบบอาวุธ โดยกองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยในทันทีตามที่มีรายงานข่าวไปก่อนหน้านี้
เหตุการณ์เครื่องบินขับไล่ F-15 ถูกยิงตกครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีเครื่องบินของสหรัฐฯ ถูกยิงตกเหนือน่านฟ้าอิหร่านนับตั้งแต่เริ่มมีความขัดแย้ง
นักบินได้รับการช่วยเหลือหลังจากดีดตัวออกจากเครื่องบินได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง ในขณะที่เจ้าหน้าที่ควบคุมระบบอาวุธสามารถหลบหลีกการจับกุมของอิหร่านได้ในพื้นที่ภูเขาเป็นเวลานานกว่าหนึ่งวันก่อนที่จะได้รับการช่วยเหลือเช่นกัน ทั้งนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ควบคุมระบบอาวุธได้เห็นฝูงโดรนดังกล่าวด้วยหรือไม่
นอกจากนี้ ยังมีเครื่องบินอีกลำหนึ่งคือ A-10 ที่ถูกยิงตกในระหว่างปฏิบัติการกู้ภัย แต่นักบินสามารถดีดตัวออกจากเครื่องได้อย่างปลอดภัยในจุดที่อยู่นอกน่านฟ้าของอิหร่าน
เจ้าหน้าที่ข่าวกรองของสหรัฐฯ มีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับการตีความสิ่งที่นักบิน F-15 เล่า รวมถึงประเด็นที่ว่านักบินสามารถจดจำและถ่ายทอดรายละเอียดเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจนเพียงใด
ปัจจัยหนึ่งที่ต้องพิจารณาคือ นักบินได้รับบาดเจ็บจากการกระทบกระเทือนทางสมอง (concussion) ในระหว่างเหตุการณ์เครื่องบินตกดังกล่าว นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เครื่องบินของเขาถูกยิงตกจากท้องฟ้าระหว่างความขัดแย้งกับอิหร่าน โดยแหล่งข่าวสองรายระบุว่า เขาเคยเป็นหนึ่งในนักบินที่ถูกกองกำลังคูเวตยิงตกจากเหตุการณ์ยิงพวกเดียวกันเอง (friendly fire) ในช่วงต้นของความขัดแย้งด้วย
เขาได้เห็นขีดความสามารถที่ก้าวหน้าล้ำสมัยซึ่งหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ไม่เคยล่วงรู้มาก่อนหรือไม่? เป็นเพียงการทดสอบระบบขั้นต้น (beta test)? หรือเป็นแค่ภาพลวงตาในทะเลทรายกันแน่?
แหล่งข่าวอีกรายหนึ่งเล่าว่า เจ้าหน้าที่ข่าวกรองที่ทำหน้าที่ซักถามข้อมูลได้ตั้งคำถามในทำนองว่า "คุณแน่ใจหรือว่าเห็นสิ่งที่พูดมานั้นจริงๆ?"
กองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้ส่งต่อข้อซักถามไปยังกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (US Central Command) ซึ่งไม่ได้ตอบคำถามจากสำนักข่าว CNN โดยตรง ส่วนสำนักงานผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ (ODNI) ก็ไม่ได้ตอบกลับคำร้องขอความคิดเห็นในเรื่องนี้
ประเด็นคำถามเกี่ยวกับโครงการโดรนของอิหร่านเกิดขึ้นในขณะที่สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง โดยทั้งสองฝ่ายได้เริ่มกรอบเวลาการเจรจา 60 วันซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แม้ว่าการเจรจาคาดว่าจะมุ่งเน้นไปที่โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่ทั้งสองฝ่ายก็ได้หยิบยกประเด็นอื่นๆ ขึ้นมาหารือด้วยเช่นกัน
แหล่งข่าวสองรายที่ทราบเรื่องระบุว่า แม้ขีดความสามารถเฉพาะของโดรนที่นักบินกล่าวถึงจะไม่ใช่สิ่งที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ เคยประเมินว่าอิหร่านมีอยู่ แต่ก็มีรายงานหลายฉบับบ่งชี้ว่าอิหร่านได้รับความช่วยเหลือในการพัฒนาเทคโนโลยีโดรนจากจีนและรัสเซีย
แหล่งข่าวระบุว่า ศัพท์ทางเทคนิคสำหรับขีดความสามารถที่นักบินอธิบายไว้นั้นเรียกว่า "one-to-many meshed networking" (เครือข่ายแบบเมชที่เชื่อมโยงหนึ่งจุดควบคุมไปยังโดรนหลายลำ)
โดยทั่วไปแล้ว ระบบเครือข่ายแบบเมช (meshed networking) ช่วยให้ผู้ควบคุมสามารถสั่งการโดรนหลายลำได้พร้อมกัน
เชื่อกันว่าประเทศอื่นๆ อย่างรัสเซียและจีนก็มีขีดความสามารถนี้เช่นกัน ดังนั้น ความก้าวหน้าใดๆ ในโครงการสงครามโดรนของอิหร่านซึ่งมีความซับซ้อนและทันสมัยอยู่แล้ว ย่อมสร้างความกังวลให้กับกองทัพสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรในภูมิภาค
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า ในทางทฤษฎีแล้ว ระบบเครือข่ายแบบเมชยังสามารถนำมาใช้เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับได้ ซึ่งถือเป็นการใช้งานที่ไม่เป็นอันตราย
อิหร่านได้ใช้โดรนโจมตีอย่างหนักหน่วงในฐานะอาวุธแบบอสมมาตร (asymmetric weapon) ตลอดช่วงเวลาหลายสัปดาห์ของความขัดแย้งกับกองกำลังสหรัฐฯ และอิสราเอล รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวอาหรับ “เราจะต้องทุ่มงบประมาณมหาศาล รวมถึงต้องแลกมาด้วยความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างหนัก เพื่อป้องกันตนเองจากสิ่งที่สามารถปฏิบัติการประสานงานกันได้ในลักษณะนั้น” เอ็มมา เบตส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสงครามโดรนและการปรับปรุงระบบป้องกันประเทศให้ทันสมัย และผู้ก่อตั้งบริษัท Cachai กล่าวกับสำนักข่าว CNN โดยอ้างถึงภัยคุกคามที่เกิดจากขีดความสามารถในการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างโดรน (meshed networking)
“หากโดรนเหล่านี้สามารถประสานการทำงานเพื่อจัดรูปขบวนเป็นรูปร่างที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนและคงรูปขบวนนั้นไว้ได้ อีกทั้งยังติดตั้งวัตถุระเบิดและมีการสำรองกำลังไว้เพื่อโจมตีเป้าหมายที่ยังหลงเหลืออยู่จากการโจมตีระลอกแรก นั่นถือเป็นยุทธวิธีที่มีประสิทธิภาพและน่าเกรงขามอย่างยิ่ง” เบตส์กล่าว
https://www.cnn.com/2026/06/23/politics/iran-drones-f-15-pilot-intelligence