เอ้า (อีกที) เมื่อมีข้อมูลใหม่เพิ่มมากับคำของประธานศาลรัฐธรรมนูญ “สสร.เลือกโดยตรงได้ แต่ไม่ใช่ให้ไปเป็นคนร่างเอง” ว่าแท้จริง “รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ฉบับแก้ไขต้องรักษาคุณค่า จิตวิญญาณ รูปแบบจารีตการปกครองบางอย่างที่อยู่ในรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ เอาไว้”
กรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ออกมาต้านการเลือก สสร.โดยตรง ว่าให้กลับไปดูคำวินิจฉัยของศาล รธน.ให้ดีๆ ที่ประธานศาล รธน.พูดกับตัวแทนพรรคฝ่ายค้านนั้น “เป็นเพียงความเห็น ไม่ใช่คำวินิจฉัย” ถ้าจะเดินตามนั้น เดี๋ยวจะต้อง “แพ้ฟาล์ว”
อจ.ประภาส ปิ่นตบแต่ง เขียนถึงคำอธิบายวลี “ห้ามประชาชนเลือก สสร.โดยตรง” ของ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ว่าผู้ร่างรัฐธรรมนูญฯ อจ.ใช้คำว่า “ช่างเขียนรัฐธรรมนูญ...จะต้องเป็นผู้มีความเข้าใจจิตวิญญาณของรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ และพิจารณาอยู่ในกรอบดังกล่าว”
เท่ากับ “ยืนยันว่านำมาสู่ (การ) ไม่สามารถยกเลิกรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ และไม่อนุญาตให้ 'ร่าง' รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (ขึ้นมา) จะกระทำได้เพียงการ 'แก้ไข' (amend) เท่านั้น” ตกลงมันก็วกวนกลับไปที่ต้นแบบเดิมๆ ว่า รธน.๒๕๖๐ นี่เป็นฉบับ ‘นิรันดร’ แก้ได้เปลี่ยนไม่ได้
จึงมีคำถามเกิดขึ้นว่า อ้าว แล้วที ตลก.รธน.เคยบอกว่า “อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน” ล่ะ เอาไปไว้ไหน “คำตอบที่ได้รับจากวงถามตอบคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญภายใต้การบังคับใช้รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ จะกระทำตามหลักดังกล่าวไม่ได้”
แล้วมีอีกคำถามตามไปว่า ถ้าอย่างนั้นประชาชนจะสถาปนา รธน.ได้อย่างไร “คำตอบจากความเห็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านหนึ่งก็คือ ในกรณีที่ต้องกระทำเมื่อไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับนี้บังคับใช้” อจ.ประภาสท่านเลยให้ตัวอย่างต่อไปอีกว่า
“เช่น เมื่อเกิดการปฏิวัติโดยประชาชน” คำถามซักไซ้ต่อไปที่ไม่ยักมีใครถาม ก็คือ “เราจะเอาอย่างนั้นกันดีไหมล่ะ” พอดี อจ.ประภาสไม่ได้แตะไปถึงประเด็นนั้น แต่ท่านก็ให้ความสำคัญมากกว่ากับ ผลประชามติ ๘ กุมภา ๖๙ ที่ว่าประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญใหม่
“ไม่ใช่แก้ไขเพิ่มรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐” ดังนั้น อจ.ประภาสฟันธงว่า “คุณค่า จิตวิญญาณ หรือจารีตการปกครอง สามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจว่า จะเลือกแบบไหน ให้คงอยู่ต่อไป เพราะรัฐธรรมนูญใหม่ ก็หมายถึงสัญญาประชาคมฉบับใหม่”
ซึ่ง “ล้วนต้องขึ้นตรงกับเจตจำนงของประชาชน” อยู่เสมอ
(https://www.facebook.com/php?story=61563008102403 และ https://www.matichon.co.th/politics/news_5771540_BrPyrwU8mxw)
