
ท่าน PG46 ตัวจริง
@trendforMFP
ศิโรตม์พูดจุดนี้น่าสนใจ
อนุทินดูมีภาพเป็นผู้นำขึ้นมาได้ ส่วนหนึ่งเพราะมีทีมเทคโนแครตคอยประกบ เป็นเหมือนลมใต้ปีกให้รัฐบาลดูมีน้ำหนักขึ้น
แต่ปัญหาคือ ลมใต้ปีกช่วยเรื่องภาพได้ ไม่ได้แปลว่าจะช่วยลบคำถามเรื่องนโยบายได้หมด
อย่าง AI Passport ถ้ารัฐบาลรู้เองว่าคนวิจารณ์เยอะ รู้เองว่าภาพรัฐบาลมีปัญหา แต่คำตอบกลับเป็นการอยากให้สื่อช่วยทำให้คนเห็นความจำเป็นมากขึ้น
อันนี้ไม่ใช่สัญญาณที่ดีเท่าไหร่
โครงการรัฐที่ดี ไม่ควรต้องรอดด้วยการประคองภาพ
มันควรรอดด้วยคำตอบที่ชัด โปร่งใส และอธิบายได้ว่าทำไมประชาชนต้องจ่าย
มันควรรอดด้วยคำตอบที่ชัด โปร่งใส และอธิบายได้ว่าทำไมประชาชนต้องจ่าย
.....
มุมมองของศิโรตม์ในจุดนี้ มันชวนให้เราแยกแยะระหว่าง "การสร้างภาพลักษณ์" (Perception) กับ "เนื้อหาสาระของนโยบาย" (Substance)
หากลองถอดรหัสสิ่งที่คุณศิโรตม์พูด สามารถแบ่งประเด็นสำคัญออกเป็น 3 เรื่องหลัก ๆ ดังนี้ครับ:
มุมมองของศิโรตม์ในจุดนี้ มันชวนให้เราแยกแยะระหว่าง "การสร้างภาพลักษณ์" (Perception) กับ "เนื้อหาสาระของนโยบาย" (Substance)
หากลองถอดรหัสสิ่งที่คุณศิโรตม์พูด สามารถแบ่งประเด็นสำคัญออกเป็น 3 เรื่องหลัก ๆ ดังนี้ครับ:
1. ลมใต้ปีก (Technocrats) ช่วยได้แค่ "ภาพ" ไม่ใช่ "ผลลัพธ์"
การที่ผู้นำหรือรัฐบาลดึงกลุ่มนักวิชาการ ข้าราชการเทคนิค หรือผู้เชี่ยวชาญ (Technocrats) เข้ามาช่วยงาน มันช่วยสร้าง ความน่าเชื่อถือในเบื้องต้น ได้จริง ทำให้ดูเหมือนว่านโยบายถูกคิดมาอย่างเป็นระบบ มีหลักการรองรับ
แต่ความเป็นจริงคือ: ถ้าตัวนโยบายหลักยังมีช่องโหว่ หรือไม่ตอบโจทย์ประชาชน ต่อให้มีทีมงานที่เก่งแค่ไหนมาคอยประคอง ภาพลักษณ์นั้นก็เหมือน "นั่งร้าน" ที่ค้ำยันตึกที่ฐานไม่แน่นไว้ชั่วคราวเท่านั้นเอง
2. สัญญาณเตือนจากกรณี "AI Passport"
จุดที่คุณศิโรตม์ชี้ว่าน่ากังวลที่สุดคือ วิธีคิดของรัฐบาลในการรับมือกับเสียงวิจารณ์ * โจทย์: ประชาชนตั้งคำถามและวิจารณ์โครงการอย่างหนัก
คำตอบของรัฐบาล: แทนที่จะกลับไปทบทวน แก้ไข หรืออธิบายด้วยข้อมูลที่สิ้นสงสัย กลับขอให้สื่อช่วย "ประชาสัมพันธ์" เพื่อให้คนเห็นความจำเป็นมากขึ้น
นี่คือสัญญาณอันตราย เพราะมันสะท้อนว่ารัฐบาลอาจจะมองว่า "ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวโครงการ แต่อยู่ที่คนยังไม่เข้าใจ" ซึ่งเป็นการผลักภาระและปฏิเสธที่จะยอมรับข้อบกพร่องของนโยบายตัวเอง
3. แก่นแท้ของโครงการรัฐ: ความโปร่งใส ไม่ใช่การตลาด
ประโยคสุดท้ายของคุณศิโรตม์คือหัวใจสำคัญครับ โครงการของรัฐไม่ใช่สินค้าในระบบทุนนิยมที่จะใช้การตลาด (Marketing) หรือการประคองภาพลักษณ์มาปั่นยอดขายได้
หลักคิดสากลสำหรับโครงการรัฐที่ดี ควรมี 3 ข้อนี้:
1. ตอบคำถามได้ชัด
ประชาชนได้ประโยชน์อะไร คุ้มค่ากับเงินภาษีไหม
2. โปร่งใส (Transparency)
กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การเลือกเทคโนโลยี มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
3. อธิบายได้ว่าทำไมต้องจ่าย
ทำไมต้องใช้งบประมาณมหาศาลขนาดนี้ มีทางเลือกอื่นที่ประหยัดกว่าแต่ได้ผลลัพธ์เท่ากันไหม
ท้ายที่สุดแล้ว "ภาษีของประชาชน ไม่ควรถูกใช้ไปกับโครงการที่ต้องอาศัยการจัดฉากเพื่อให้ดูดี" แต่ต้องเป็นโครงการที่สร้างประโยชน์ได้จริงจนตัวมันเองสามารถพิสูจน์คุณค่าได้โดยไม่ต้องมีใครมาช่วยเชียร์ครับ
ศิโรตม์พูดจุดนี้น่าสนใจ
— 🧡ท่าน PG46 ตัวจริง🧡 (@trendforMFP) June 25, 2026
อนุทินดูมีภาพเป็นผู้นำขึ้นมาได้ ส่วนหนึ่งเพราะมีทีมเทคโนแครตคอยประกบ เป็นเหมือนลมใต้ปีกให้รัฐบาลดูมีน้ำหนักขึ้น
แต่ปัญหาคือ ลมใต้ปีกช่วยเรื่องภาพได้ ไม่ได้แปลว่าจะช่วยลบคำถามเรื่องนโยบายได้หมด
อย่าง AI Passport ถ้ารัฐบาลรู้เองว่าคนวิจารณ์เยอะ… pic.twitter.com/VEpkLsHkik