
ประชาไท Prachatai.com
17 hours ago
·
"ผลกระทบด้านแรงงานก็มีนัยทางเศรษฐกิจไม่น้อย โดยข้อมูลของกรมการจัดหางาน ณ เดือนมิถุนายน 2568 แสดงให้เห็นว่าแรงงานกัมพูชาภายใต้ระบบ MOU มีบทบาทสูงมากในเศรษฐกิจภาคตะวันออกและจังหวัดชายแดน เช่น ชลบุรี 37,559 คน ระยอง 15,576 คน ฉะเชิงเทรา 8,475 คน จันทบุรี 8,093 คน ปราจีนบุรี 7,252 คน ตราด 1,018 คน และสระแก้ว 1,075 คน ในหลายจังหวัดแรงงานกัมพูชาคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งหรือมากกว่าครึ่งของแรงงาน MOU ทั้งหมด เช่น ระยอง 53.4% ตราด 61.2% และสระแก้ว 76.1% ข้อมูลท้องถิ่นยังระบุด้วยว่าการปิดด่านทำให้แรงงานกัมพูชาไม่สามารถเข้ามาทำงานส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วน เช่นภาคก่อสร้างและการเกษตร (ไร่อ้อยและวัตถุดิบที่ใช้ป้อนโรงงานน้ำตาล) อย่างมีนัยสำคัญ
ปัญหาการปิดด่านก่อให้เกิดปัญหาเชิงซ้อนอีกอย่างหนึ่งคือ แรงงานหรือประชาชนชาวกัมพูชาที่ต้องการกลับเข้ามาหางานทำในประเทศไทยจะต้องจ่ายค่านำทางให้กับขบวนการค้ามนุษย์ตัวเลขล่าสุดเท่าที่มีการเปิดเผยกันเป็นการภายในของหน่วยงานด้านข่าวกรองของรัฐคืออยู่ที่ประมาณ 14,000 บาทต่อคนโดยผู้เกี่ยวข้องฝั่งไทยและกัมพูชา ซึ่งอาจจะหมายรวมถึงเจ้าหน้าที่ซึ่งควบคุมเส้นทางจะได้รับคนละครึ่ง
สถานการณ์เช่นนี้บอกให้รู้ว่าถึงเวลาที่ทั้งไทยและกัมพูชาจะต้องหาทางกลับสู่สภาวะปกติ และฟื้นฟูความสัมพันธ์กันได้แล้ว ถ้อยแถลงของประธานาธิบดี เฟอร์ดินาน มาร์กอส จูเนียร์ หลังการประชุมผู้นำ 3 ฝ่ายระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ฟิลิปปินส์เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาก็บ่งชี้อย่างชัดเจนว่า “ทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันถึงความสำคัญของการรักษาช่องทางการสื่อสารที่เปิดกว้าง การใช้ความอดกลั้น การหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจยกระดับความตึงเครียด และการเดินหน้าสู่การเจรจาโดยสันติและการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์"
.
.
.
ชวนอ่านบทความ ปฏิบัติการข่าวสารไทย-กัมพูชาและความท้าทายใหม่ในสถานการณ์ปั่นกระแส โดย สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี
หมายเหตุ: ประชาไททำหน้าที่เป็นพื้นที่เผยแพร่ ข้อมูล ทัศนะความคิดเห็นเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ทัศนะและเนื้อหาในบทความไม่จำเป็นต้องตรงกับกองบรรณาธิการ
หากต้องการเผยแพร่ข้อเขียน บทความ ส่งมาให้พิจารณาได้ที่ editor@prachatai.com
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่
https://prachatai.com/journal/2026/06/117744