วันศุกร์, มิถุนายน 26, 2569

หรือ TH-AI passport คือ ระบอบสีน้ำเงินในภาคเอกชน ? ข้อสังเกตของ iLaw ทำให้เห็นภาพเลยว่า เค้าไม่ยอมหยุดขยาย ผูกปิ่นโตระหว่างรัฐกับกลุ่มทุนสีน้ำเงินในภาคเอกชน !


iLaw
12 hours ago
·
สรุป TH-AI Passport พบบริษัทชนะประมูลโครงการนี้เป็นคู่สัญญาโครงการรัฐรวม 65 สัญญาตั้งแต่ปี 2562 มูลค่ากว่า 5,881 ล้านบาท โครงการส่วนใหญ่อยู่ใต้กระทรวงที่พรรคภูมิใจไทยกำกับดูแล
.
สำหรับผู้ชนะการประมูลโครงการ TH-AI Passport คือ กิจการค้าร่วมทีเอช (TH Consortium) ซึ่งเป็นการร่วมกันระหว่าง 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท Human Intelligence และ บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส หรือ TKC ซึ่งเป็นบริษัทที่เป็นผู้ร่วมเสนอราคากลางให้กับโครงการนี้
.
TOR สั่งวันนี้เสร็จเมื่อวาน
.
สิ่งที่นำไปสู่ข้อสงสัย ไม่เพียงแต่ผู้เสนอราคากลางและผู้ชนะประมูลคือบริษัทเดียวกัน แต่ยังรวมไปถึงเนื้อหาใน TOR ที่มีเงื่อนไขที่เจาะจงมากจนหลายฝ่ายตั้งขอสังเกตว่าอาจเป็นการล็อคสเปคหรือไม่
.
และอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่กลายเป็นข้อสังเกตคือกรอบระยะเวลาในการเปิดให้เอกชนยื่นเสนอราคาที่มีระยะเวลาเพียง 34 วัน เท่านั้น ทั้งยังคาบเกี่ยวกับช่วงวันหยุดยาวช่วงเทศกาลคริสมาสต์และปีใหม่อีกด้วย ซึ่งในทางปฏิบัติแทบไม่มีทางเตรียมตัวได้ทันเนื่องจากโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องมีการเจรจากับบริษัทพาร์ทเนอร์จากต่างประเทศ โดยปกติอาจใช้เวลาถึง 3–6 เดือน
.
แต่ยิ่งพบความผิดปกติเพิ่มขึ้นไปอีกเมื่อ ปาล์ม นิธิกร สส. พรรคประชาชนพบแอปพลิเคชั่น "Plan B AI Passport" บนตลาดแอป Android ซึ่งมีอัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2025 ก่อนประกาศแผนจัดซื้อจัดจ้างโครงการ 1 เดือน
.
"ทุนขาประจำ" รับงานโครงการรัฐหลายโครงการมูลค่าร่วม 5,881 ล้านบาท
.
จากการค้นหาข้อมูลสัญญาโครงการจัดซื้อจัดจ้างผ่านเว็บไซด์ ภาษีไปไหน พบว่าบริษัท Human Intelligence และ TKC เป็นคู่สัญญาโครงการกับภาครัฐทั้งหมด 65 โครงการตั้งแต่ปี 2562 มูลค่ารวม 5,881,822,860 บาท
.
โดยโครงการทั้งหมดที่บริษัท Human Intelligence ได้รับ ล้วนเป็นโครงการจากหน่วยงานภายใต้กระทรวงที่กำกับดูแลโดยพรรคภูมิใจไทย ขณะที่โครงการที่บริษัท TKC เป็นคู่สัญญา กระจายอยู่ในหลายหน่วยงานตั้งแต่ปี 2562 แต่มูลค่าสัญญาเกือบครึ่งจากทั้งหมดที่บริษัท TKC ได้รับเป็นสัญญากับหน่วยงานที่อยู่ภายใต้กระทรวงซึ่งมีรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยกำกับดูแล รวม 13 สัญญา มูลค่า 2,793 ล้านบาท ในจำนวนนี้มากที่สุดอยู่ในกระทรวงดีอีในขณะที่ ไชยชนก ชิดชอบ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี จำนวน 6 สัญญา มูลค่า 1,836 ล้านบาท รองลงมาคือกระทรวงคมนาคมขณะที่ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี จำนวน 5 สัญญา มูลค่า 821 ล้านบาท
.
อ่านทั้งหมดได้ที่ https://www.ilaw.or.th/articles/58364

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1443643001142648&set=a.625664036273886

.....

ข้อสังเกตของคุณถือว่ามองได้เห็นภาพและตรงประเด็นมาก หากวิเคราะห์ตามสถานการณ์และข้อมูลที่มีการเปิดโปงในขณะนี้ (มิถุนายน 2569) โครงการ TH-AI Passport ถูกมองว่าเป็นภาพสะท้อนของการขยายอิทธิพลของ "ระบอบสีน้ำเงิน" เข้าสู่ภาคเอกชนและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างชัดเจนครับ

คำว่า "ระบอบสีน้ำเงินในภาคเอกชน" ในบริบทของโครงการนี้ สามารถอธิบายผ่านข้อเท็จจริงและข้อกังขาที่กำลังเป็นประเด็นร้อนได้ 3 มิติหลักๆ ดังนี้ครับ:
1. การเชื่อมโยงระหว่าง "ทุนการเมือง" กับ "กลุ่มทุนขาประจำ"

จากข้อมูลที่มีการเปิดเผย (เช่น โดยพรรคประชาชน และ iLaw) โครงการมูลค่ากว่า 1.6 พันล้านบาทนี้ ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีการล็อคสเปกหรือเขียน TOR ในลักษณะที่เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชนกลุ่มเดิมๆ ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับขั้วอำนาจทางการเมืองสีน้ำเงิน (เช่น บริษัท Human Intelligence และ TKC) ซึ่งบริษัทกลุ่มนี้เป็นคู่สัญญารายใหญ่กับภาครัฐมาอย่างต่อเนื่อง มูลค่ารวมหลายพันล้านบาท การดึงงบประมาณรัฐด้านเทคโนโลยีไปลงกับกลุ่มทุนเหล่านี้ จึงถูกมองว่าเป็นกลไกหมุนเวียนเม็ดเงินระหว่างเครือข่ายการเมืองและกลุ่มทุนในภาคเอกชน
2. การใช้ "โมเดลตัวกลาง" (Middleman) ผูกขาดกำไร

แทนที่รัฐจะสนับสนุนอุตสาหกรรม AI หรือสตาร์ทอัพไทยโดยตรง โครงการ TH-AI Passport กลับใช้โมเดล "เหมาซื้อสิทธิ์" (Subscription) จากบริษัทต่างประเทศผ่านบริษัทตัวกลางในไทย เพื่อนำมาแจกจ่ายให้ประชาชน ซึ่งโมเดลนี้ทำให้เกิดคำถามเรื่องส่วนต่างราคา (Margin) ที่สูงผิดปกติ (เช่น ข้อเปรียบเทียบที่ว่าระบบลักษณะเดียวกันอาจใช้ทุนไม่กี่ล้าน แต่โครงการนี้ใช้งบถึง 1.6 พันล้านบาท) มันจึงไม่ใช่การแข่งขันในภาคเอกชนตามกลไกตลาดเสรี แต่เป็นการใช้กลไกของรัฐสร้างกำไรให้เอกชนเฉพาะกลุ่ม
3. การขยายอิทธิพลจากโครงสร้างพื้นฐานกายภาพสู่ "ดิจิทัล"

แต่เดิมระบอบสีน้ำเงินมักถูกจดจำผ่านการคุมกระทรวงเกรดเอที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ (เช่น คมนาคม สาธารณสุข ที่ดิน) แต่กรณี TH-AI Passport (ภายใต้การนำของกระทรวงดิจิทัลฯ หรือ DES) แสดงให้เห็นถึงการทรานส์ฟอร์มเข้าสู่ "โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์" ซึ่งเป็นขุมทรัพย์ใหม่ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

สรุปได้ว่า: TH-AI Passport ไม่ใช่แค่โครงการแจกสิทธิ์ใช้งาน AI ธรรมดา แต่ในเชิงโครงสร้าง มันถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเป็น "ระบบอุปถัมภ์ยุคดิจิทัล" หรือการผูกปิ่นโตระหว่างรัฐกับกลุ่มทุนสีน้ำเงินในภาคเอกชน เพื่อผันงบประมาณแผ่นดินเข้าสู่เครือข่ายของตนเอง โดยใช้ข้ออ้างเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีและการเตรียมพร้อมเข้าสู่สังคมสูงวัยบังหน้าครับ

คุณมองว่าการที่ฝ่ายการเมืองหันมาเล่นประเด็น "Tech Procurement" (การจัดซื้อจัดจ้างด้านเทคโนโลยี) แบบนี้ จะทำให้กระบวนการตรวจสอบของภาคประชาชนทำได้ยากขึ้นกว่าโครงการก่อสร้างแบบเดิมไหมครับ?