
Teepagorn Champ Wuttipitayamongkol
10 hours ago
·
เรื่องที่อยากชวนคุยวันนี้ ฟังดูน่าเบื่อที่สุดในโลก คือ "การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม" 55
.
น่าเบื่อนิดนึงแต่สำคัญ ขอเวลาสัก 5 นาที เพราะพอเอาตัวเลขออกมาดูแล้ว มันคือเรื่องที่คนจำนวนน้อยมากๆ กำลังตัดสินเงินก้อนใหญ่ที่สุดของประเทศ และมีช่องว่างอันนึงที่ ถ้าเรารู้ทัน เราเปลี่ยนมันได้จริงๆ ด้วยมือเราเองง
.
ไล่ทีละข้อนะ เอาแบบอ่านง่ายๆ พยายามเขียน แต่ถ้าเขียนไม่รู้เรื่องด่าได้
.






.
1. กองทุนประกันสังคม คือกองเงินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
.
ตอนนี้กองทุนประกันสังคมมีเงินอยู่ราว 2.8 ล้านล้านบาท (ตัวเลขล่าสุดคือ 2,859,400 ล้าน) เพื่อให้เห็นภาพ กองทุนรวมเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในไทยอยู่ที่ราว 1.1 ล้านล้าน คือกองประกันสังคมใหญ่กว่าเบอร์หนึ่งของเอกชนเกือบสามเท่า
.
เงินก้อนนี้มาจากไหน ก็มาจากเรานี่แหละ!! ทุกเดือนที่เงินเดือนออก เราโดนหัก 750 บาท นายจ้างสมทบอีก 750 รัฐสมทบอีกหน่อย สะสมกันมาเป็นสิบๆ ปี ของคนทำงานทั้งประเทศกว่า 24 ล้านคน
.
และเงินก้อนนี้ดูแลชีวิตเราจริงๆ ค่าหมอ ค่าคลอด ค่าว่างงาน และที่สำคัญสุดคือ "บำนาญชราภาพ" เงินที่เราจะได้กินตอนแก่ คือเป็นเซฟตี้เน็ตชั้นสุดท้ายของคนทำงานกินเงินเดือนเลย
.
ปัญหาคือ มีงานวิจัย (TDRI เป็นต้น) เตือนมานานแล้วว่า ถ้าบริหารแบบเดิมไปเรื่อยๆ ไม่ปฏิรูป กองทุนนี้อาจจะ "ติดลบ" และเงินหมดราวๆ ปี 2594 ถึง 2597 คือไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยย ผลตอบแทนที่ทำได้ตอนนี้ก็ยังต่ำกว่าที่ควรจะเป็นเยอะ ของเงินขนาดนี้
.
สรุปข้อแรกง่ายๆ เงินก้อนนี้คือเงินเก็บตอนแก่ของเราทุกคน และมันมีคนคุมอยู่
.
2. แล้วใครคุมเงิน 2.8 ล้านล้านนี้ คำตอบคือ "บอร์ด" 21 คน
.
คนที่ตัดสินใจว่าเงินก้อนนี้จะเอาไปลงทุนตรงไหน จะเพิ่มสิทธิอะไร จะใช้จ่ายยังไง คือคณะกรรมการประกันสังคม หรือ "บอร์ด" ที่มี 21 คน แบ่งเป็น 3 ฝ่าย ฝ่ายละ 7
.
- ฝ่ายรัฐ 7 คน (พวกปลัด พวกข้าราชการ มาโดยตำแหน่ง เราเลือกไม่ได้)
- ฝ่ายนายจ้าง 7 คน (มาจากการเลือกตั้ง)
- ฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน คือฝ่ายลูกจ้างอย่างเราๆ (มาจากการเลือกตั้ง)
.
แปลว่าใน 21 เสียง มี 14 เสียงที่มาจากการเลือกตั้ง ที่เราในฐานะประชาชนมีสิทธิ์ออกเสียงได้จริงๆ
.
เพิ่งจะมีการเลือกตั้งบอร์ดนี้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อปลายปี 2566 นี้เองนะ ก่อนหน้านั้นคือแต่งตั้งล้วนๆ
.







.
3. ชนะฝ่ายลูกจ้างอย่างเดียว ยังคุมบอร์ดไม่ได้
.
รอบที่แล้ว (2566) ทีมก้าวหน้าชนะฝ่ายผู้ประกันตน (ลูกจ้าง) ไปแบบถล่มทลาย ได้ 6 จาก 7 ที่นั่ง คนก็ดีใจกันใหญ่ว่าเราได้บอร์ดแล้ว
.
แต่ลองคิดเลขตามนะ บอร์ดมี 21 เสียง เสียงข้างมากที่จะโหวตอะไรผ่านได้ ต้องใช้ 11 เสียง
.
ฝ่ายลูกจ้างชนะเต็มที่สุดได้กี่เสียง ก็แค่ 7 ใช่มะ
.
7 ไม่ถึง 11
.
ทีนี้ฝ่ายรัฐอีก 7 มาโดยตำแหน่ง ส่วนใหญ่ก็เทไปทางเดียวกัน เพราะงั้นต่อให้ฝ่ายลูกจ้างกวาด 7 ที่นั่งแบบสวยๆ ก็ยังเป็นเสียงข้างน้อยในบอร์ดอยู่ดี โหวตอะไรก็แพ้
.
จะคุมบอร์ดได้จริง ต้องชนะ "ทั้งสองฝ่าย" คือฝ่ายลูกจ้าง 7 บวกฝ่ายนายจ้างอีก 7 รวมเป็น 14 ตอนนั้นแหละถึงจะเกินครึ่ง ถึงจะเปลี่ยนอะไรได้จริงๆ
.
เพราะงั้นสมรภูมิตัวจริงที่คนมองข้าม คือ "ฝ่ายนายจ้าง"
.
4. และฝ่ายนายจ้าง คือฝ่ายที่คนสนใจน้อยจนน่าตกใจ
.
อันนี้คือจุดสำคัญของเรื่องเลย ดูตัวเลขรอบที่แล้ว (2566) เป็นแบบนี้
.
- ฝ่ายผู้ประกันตน (ลูกจ้าง) คนมาลงทะเบียนใช้สิทธิ 854,414 คน มาโหวตจริง 156,651 คน
- ฝ่ายนายจ้าง คนมาลงทะเบียนทั้งประเทศ แค่ 3,169 ราย และมาโหวตจริงแค่ 46% เอง
.
ฝั่งนึงเป็นแสน อีกฝั่งเป็นแค่หลักพัน ทั้งที่ "น้ำหนักเสียงในบอร์ดเท่ากันเป๊ะ" คือ 7 ที่นั่งเท่ากัน
.
ผลก็คือ ผู้ชนะฝ่ายนายจ้างรอบที่แล้ว คนที่ได้คะแนนอันดับ 1 ได้ไป 409 คะแนน ส่วนคนที่ได้ที่นั่งสุดท้าย (อันดับ 7) ชนะด้วยคะแนนแค่ 252 คะแนน
.
ก็คือ 252 คะแนน ได้เป็นบอร์ดคุมเงิน 2.8 ล้านล้าน
.
252 คะแนน คือเท่ากับยอดไลก์โพสต์ของคนคนนึงอะ ได้คุมเงิน 2.8 ล้านล้าน นั่นแหละะ
.








.
5. แล้วคนที่ชนะด้วยคะแนนหลักร้อยพวกนี้ ไปทำอะไรไว้บ้าง
.
อันนี้คือเหตุผลว่าทำไมเรื่อง "ใครคุมบอร์ด" ถึงสำคัญ เพราะมันมีข่าวการใช้เงินกองทุนที่คนตั้งคำถามกันเยอะมากในยุคที่ผ่านมา เช่น
.
- ข่าวซื้อตึกสำนักงานราว 7,000 ล้านบาท
- ข่าวเอาเงินไปซื้อหุ้น TU Dome ราว 800 ล้าน ที่มูลค่าปัจจุบันเหลือไม่ถึง 100 ล้าน
- ข่าวเว็บแอปฯ ราคา 850 ล้าน ที่ล่มแล้วล่มอีกไม่เลิก
- ข่าวตัดสูทแจกเจ้าหน้าที่ 4 รอบ 4 ชุด รวมแล้วหลักร้อยล้าน
- ข่าวงบทำปฏิทินแจกทุกปี ที่โดนตั้งคำถามว่าจำเป็นแค่ไหน
.
และที่เป็นไวรัลสุดคือ ตอนที่อดีตบอร์ดท่านนึงไปออกรายการสรยุทธ์ แล้วพูดทำนองว่า เสื้อ หมวก ปฏิทินพวกนี้ "เป็นเงินแค่ 10% จากดอกผล" ไม่ได้เอาเงินต้นมาใช้ แล้วก็ทิ้งท้ายประมาณว่า คนที่วิจารณ์เป็น "แค่เด็กอมมือ ผมอยู่บอร์ดประกันสังคมมา 8 สมัยแล้ว" คือตอนดูก็แบบ อี...
.
8 สมัย กับคำว่า "เด็กอมมือ" นี่แหละ คือปัญหาา
.
6. ทีนี้มาถึงข่าวดี ตรงนี้แหละคือช่องว่างที่เราเปลี่ยนได้
.
ลองคิดเลขเล่นๆ ฝ่ายนายจ้างมีผู้มีสิทธิ์ทั้งประเทศเป็นหลัก "ห้าแสนราย" แต่รอบที่แล้วมาลงทะเบียนกันแค่ 3,000 กว่า และชนะกันที่หลักร้อยคะแนน
.
เลือกตั้งรอบใหม่จะมีปลายปีนี้ (27 กันยายน 2569) ตอนนี้ตัวเลขลงทะเบียนฝ่ายนายจ้าง (ณ 22 มิ.ย.) ยังอยู่ที่ 3,111 ราย เท่านั้น คือยังเงียบเหมือนเดิมเป๊ะ
.
แปลว่าอะไร แปลว่าถ้าเราช่วยกันชวน "นายจ้างหัวก้าวหน้า" ที่อยากเห็นความโปร่งใส ไปลงทะเบียนเลือกตั้งฝ่ายนายจ้างให้ได้สัก 500 ถึง 1,000 ราย
.
แค่นี้ก็พลิกผลฝ่ายนายจ้างได้เลย และพอชนะฝ่ายนายจ้างด้วย รวมกับฝ่ายลูกจ้าง ก็จะได้เสียงข้างมากในบอร์ดเป็นครั้งแรก ได้คุมทิศทางเงิน 2.8 ล้านล้านจริงๆ
.
ในสมรภูมิที่ตัดสินกันด้วยคะแนนหลักร้อย เสียงหลักพันคือเสียงที่เปลี่ยนประเทศได้เลยจริงๆ (คือระบบมันประหลาดมาก แต่ก็นะ)
.








.
7. แล้วถ้าเราเป็นนายจ้าง จะไปลงทะเบียนยังไง
.
ข้อสำคัญที่สุดก่อนเลยคือ ฝ่ายนายจ้างกับฝ่ายลูกจ้าง "ลงทะเบียนแยกกัน" ถ้าใครเป็นได้ทั้งเจ้าของกิจการและเป็นลูกจ้างในระบบ ต้องเลือกว่าจะใช้สิทธิ์ฝั่งไหน (จดเป็นลูกจ้างไปแล้วจะหมดสิทธิ์ฝั่งนายจ้างนะ ระวังตรงนี้)
.
คุณเป็น "นายจ้าง" ในความหมายนี้ไหม เช็ก 3 ข้อนี้
.
- มีสัญชาติไทย
- ขึ้นทะเบียนเป็นนายจ้างในระบบประกันสังคมมาไม่น้อยกว่า 6 เดือน
- จ่ายเงินสมทบมาไม่น้อยกว่า 3 เดือน ในช่วง 6 เดือนล่าสุด
.
ครบ 3 ข้อ คุณคือนายจ้างผู้ชี้ชะตากองทุนคนนึงเลย
.
วิธีลงทะเบียน (ฝ่ายนายจ้างทำผ่านเว็บอย่างเดียวนะ ไม่มีในแอป ส่วนลูกจ้างมีในแอป)
.
- เข้าเว็บ www. sso.go.th แล้วเข้าระบบ e-Service ด้วยบัญชีนายจ้าง กดเมนู "ลงทะเบียนเลือกตั้ง"
- กรอกข้อมูลสถานประกอบการ และชื่อคนที่จะไปใช้สิทธิ์
- แนบเอกสาร ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาใช้สำเนาบัตรประชาชน ถ้าเป็นนิติบุคคล (บริษัท) ใช้หนังสือรับรองบริษัทไม่เกิน 6 เดือน บวกหนังสือมอบอำนาจกรรมการ และสำเนาบัตรของคนที่จะไปใช้สิทธิ์
.
วันสำคัญญญ.
- ลงทะเบียนได้ถึง 15 กรกฎาคม 2569 (เลยวันนี้ไปจะพลาดทั้งรอบ)
- ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์ 10 สิงหาคม
- เลือกตั้งจริง 27 กันยายน 2569
.
8. ปิดท้าย
.
รู้ว่าเรื่องนี้อาจจะแอบน่าเบื่อ ไม่มีใครตื่นมาแล้วอยากคุยเรื่องบอร์ดประกันสังคม (มั้ง) 555
.
แต่จุดที่ว่าน่าสนใจสุดคือ มันเป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่ "คนตัวเล็กยังพอมีแรง" จริงๆ เพราะสนามมันเล็กมากจนเสียงเราดังพอจะได้ยิน เงินก้อนนี้คือเงินตอนแก่ของเราเอง การปล่อยให้คนหลักร้อยคะแนนตัดสินต่อไป กับการช่วยกันส่งคนเข้าไปดูแลให้โปร่งใส ต่างกันมากในระยะยาว
.
ถ้าใครเป็นเจ้าของกิจการ เจ้าของร้าน เจ้าของบริษัทเล็กๆ ที่มีลูกจ้างในระบบ คุณคือคนที่มีสิทธิ์ฝ่ายนายจ้าง ไปลงทะเบียนกันนะ ตอนนี้แค่ไปลงทะเบียนให้สำเร็จก่อนก็พอ เรื่องจะเลือกทีมไหนค่อยว่ากันวันเลือกตั้ง
.
ถ้าตัวเองไม่ได้เป็นนายจ้าง แต่รู้จักคนที่เป็น ก็ส่งโพสต์นี้ให้เขาอ่านหน่อยย แค่ช่วยกันบอกต่อ ก็มีค่ามากแล้วในสนามที่ตัดสินกันด้วยหลักพันเสียง
.
เดดไลน์ 15 กรกฎา เหลือเวลาไม่เยอะแล้ว ฝากแชร์ด้วยจ้า
https://www.facebook.com/photo/?fbid=10163604151309926&set=a.228749049925