วันพุธ, มิถุนายน 17, 2569

ที่ประชุม G7 มีวาระการประชุมเรื่องอะไรบ้าง และ มีประเทศใหนที่ได้รับเชิญเข้าประชุม นอกเหนือจากประเทศสมาชิกหลัก



การประชุมสุดยอดผู้นำ G7 ประจำปี 2026 จัดขึ้นที่เมือง Evian-les-Bains ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 15–17 มิถุนายน โดยฝรั่งเศสในฐานะเจ้าภาพได้วางวาระการประชุมที่มุ่งเน้นการจัดการกับวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์โลกที่กำลังตึงเครียด ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจและ ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain "De-risking") 

วาระสำคัญที่มีการหารือในที่ประชุม มีดังนี้:

1. วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางและความมั่นคงทางพลังงาน

เป็นประเด็นเร่งด่วนที่ถูกยกขึ้นมาหารือในวันแรก ๆ จากผลกระทบของการเผชิญหน้าทางทหารระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน รวมถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซในช่วงที่ผ่านมา

ข้อตกลงหยุดยิง: ติดตามและผลักดันรายละเอียดของกรอบข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่คาดว่าจะมีการลงนามในสัปดาห์นี้

ความมั่นคงทางทะเล: การร่วมมือกันเคลียร์ทุ่นระเบิดและคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียเพื่อให้ระบบโลจิสติกส์พลังงานโลกกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง

เส้นทางพลังงานสำรอง: การหารือร่วมกับประเทศพันธมิตรนอกกลุ่ม G7 (เช่น อียิปต์ กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) เพื่อหาทางเลือกในการกระจายความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานพลังงาน

2. สงครามในยูเครน

การกดดันเพื่อเข้าสู่กระบวนการเจรจา: กลุ่มประเทศยุโรปและแคนาดากำลังประสานความร่วมมือเพื่อกดดันรัสเซีย ทั้งในมิติการทหารและการเงิน เพื่อบังคับให้เข้าสู่โต๊ะเจรจาอย่างเป็นทางการ

การสนับสนุนระยะยาว: ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี เดินทางเข้าร่วมประชุมในฐานะแขกรับเชิญ เพื่อแสดงความคืบหน้าในแนวหน้าและเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่ (ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์) เพื่อรักษาฐานการสนับสนุนในระยะยาว

3. ความขัดแย้งทางการค้าและความสมดุลทางเศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomic Imbalances)

ฝรั่งเศสพยายามชูประเด็น "ความไม่สมดุลของเศรษฐกิจโลก" เพื่อลดแรงกดดันเรื่องกำแพงภาษีจากสหรัฐฯ โดยมุ่งเน้นไปที่:

ปัญหาการผลิตล้นเกิน (Overcapacity): โดยเฉพาะการส่งออกและมาตรการอุดหนุนอุตสาหกรรมของจีน ซึ่งเป็นจุดร่วมที่ทั้งสหรัฐฯ และยุโรปเห็นพ้องว่าเป็นความเสี่ยงต่อตลาดโลก

การเจรจาทวิภาคีลดความตึงเครียด: การหารือนอกรอบเพื่อสกัดกั้นสงครามภาษีระลอกใหม่ โดยมีการเชิญผู้นำจากประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อย่าง อินเดีย บราซิล เกาหลีใต้ และเคนยา เข้าร่วมสังเกตการณ์ในเซสชันนี้ด้วย

4. ความมั่นคงด้านแร่ธาตุสำคัญ (Critical Minerals) และการลดความเสี่ยง (De-risking)

การสร้างพันธมิตรเพื่อลดความพึ่งพาซัพพลายเชนจากจีน โดยเฉพาะกลุ่มแร่หายาก (Rare Earth Elements) และแร่ธาตุสำคัญที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ความมั่นคง และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลและการตรวจสอบย้อนกลับ (Due Diligence) ที่โปร่งใส

5. การกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance) และเทคโนโลยี

การสร้างกรอบการทำงานระหว่างประเทศเพื่อควบคุมและพัฒนา AI อย่างปลอดภัยและมีจริยธรรม โดยในงานนี้มีผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ (เช่น OpenAI และ Mistral AI) เข้าร่วม เพื่อหารือเกี่ยวกับการรักษาสมดุลระหว่างอำนาจอธิปไตยทางดิจิทัล การออกกฎระเบียบความปลอดภัย (เช่น มาตรการจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียในเยาวชน) และการส่งเสริมนวัตกรรม

6. สาธารณสุขโลกและความร่วมมือเพื่อการพัฒนา (International Solidarity)

การรับมือโรคระบาด: การประสานงานร่วมกันระดับนานาชาติเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ Bundibugyo ในแอฟริกา

สถาปัตยกรรมการเงินเพื่อการพัฒนา: การปรับปรุงแนวทางการให้ความช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนา ผ่านโมเดลความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน (Public-Private Partnership) เพื่อให้การใช้เงินทุนเพื่อการพัฒนามีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น ท่ามกลางภาวะเงินทุนช่วยเหลือต่างประเทศ (ODA) ที่ตึงตัว

มีประเทศใหนที่เข้าประชุม

การประชุมสุดยอดผู้นำ G7 ประจำปี 2026 ที่เมืองเอวีย็อง-เล-แบ็ง (Évian-les-Bains) ประเทศฝรั่งเศส มีการแบ่งกลุ่มประเทศที่เข้าร่วมประชุมออกเป็น ประเทศสมาชิกหลัก และ ประเทศที่ได้รับเชิญเป็นแขกพิเศษ (Guest Countries) เพื่อเข้าร่วมหารือในวาระเฉพาะ ดังนี้:

1. ประเทศสมาชิกหลักของกลุ่ม G7 (7 มหาอำนาจทางเศรษฐกิจ)

🇫🇷 ฝรั่งเศส (เจ้าภาพ) – นำโดย ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง
🇺🇸 สหรัฐอเมริกา – นำโดย ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
🇬🇧 สหราชอาณาจักร – นำโดย นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์
🇨🇦 แคนาดา – นำโดย นายกรัฐมนตรี มาร์ก คาร์นีย์
🇩🇪 เยอรมนี – นำโดย นายกรัฐมนตรี ฟรีดริช เมิรซ์
🇮🇹 อิตาลี – นำโดย นายกรัฐมนตรี จอร์เจีย เมโลนี
🇯🇵 ญี่ปุ่น – นำโดย นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทากาอิจิ (การเข้าร่วม G7 ครั้งแรกของเธอ)

2. ตัวแทนจากสหภาพยุโรป (EU)

เข้าร่วมประชุมในฐานะสมาชิกที่ไม่มีสิทธิ์โหวต (Non-enumerated member) นำโดยประธานคณะมนตรีแห่งภาพยุโรป (อันโตนิโอ กอสตา) และประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อุร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน)
3. ประเทศแขกรับเชิญพิเศษ (Invited Countries)

ในปีนี้ฝรั่งเศสได้เชิญผู้นำจากนอกกลุ่ม G7 เข้าร่วมอย่างคับคั่ง โดยเฉพาะประเทศที่มีบทบาทสำคัญในวิกฤตตะวันออกกลาง ห่วงโซ่อุปทาน และเศรษฐกิจโลก:

กลุ่มพันธมิตรและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ (Partner Countries):

🇮🇳 อินเดีย (นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี)
🇧🇷 บราซิล (ประธานาธิบดี ลูอิส อีนาซียู ลูลา ดา ซิลวา)
🇰🇷 เกาหลีใต้ (ประธานาธิบดี อี แจ-มยอง
🇰🇪 เคนยา (ประธานาธิบดี วิลเลียม รูโต)

กลุ่มประเทศผู้มีบทบาทสำคัญและตัวกลางในวิกฤตตะวันออกกลาง:

🇪🇬 อียิปต์ (ประธานาธิบดี อับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซีซี)
🇶🇦 กาตาร์ (เชค ตะมีม บิน ฮะมัด อัษษานี - เจ้าผู้ครองรัฐ)
🇦🇪 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ประธานาธิบดี โมฮัมเหม็ด บิน ซายิด อัล นะห์ยาน)
🇸🇾 ซีเรีย (ประธานาธิบดี อะห์มัด อัล-ชารา) — เป็นการเข้าร่วมสังเกตการณ์ประชุม G7 ครั้งแรกของซีเรีย

ประเทศในภาวะสงคราม:

🇺🇦 ยูเครน (ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี) เข้าร่วมเพื่อเจรจาแผนความมั่นคงและการสนับสนุนทางการทหารระยะยาว