วันพุธ, พฤษภาคม 29, 2562

เพจดักสลิ่ม อย่างฮาาา เพจหลวงปู่หมูมะนาว (Buddha SodaLime) สลิ่มโปรดระวัง!





เพื่อนในไลน์ผู้แสนดี และขยันแชร์โดยไม่ตรวจสอบ ส่งข้อมูลด่วนมาให้ฉันช่วยโพส เรื่อง ส.ส.พลังประชารัฐ พรรคของพวกเรากำลังโดน “คุกคามทางไซเบอร์จากกลุ่มผู้ไม่หวังดี”

กระบวนการทำกันอย่างเป็นระบบ เป็นฉากๆ ลึกลับและแนบเนียนจนแทบจับไม่ได้ เริ่มจากการสร้างเฟสปลอมคุณปารีณาขึ้นมา แล้วหา “คนหน้าคล้ายกันแต่งหน้า live สด” ด่า โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เป้าหมายเพื่อให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นเกลียดและรุมด่าคุณปารีณา ทั้งๆที่คุณปารีณาตัวจริงไม่รู้ ไม่เห็นด้วยเลย

คิดดูเถอะ ส.ส.ดีๆที่ไหนจะด่า “อีช่อ” ออกหน้าเฟสตัวเองอย่างไร้สมอง ซ้ำยังปลอมข่าวในอดีตของคุณปารีณา หาว่าค้าอาวุธสงครามมั้ง ถูกญาติใช้ปืนข่มขู่มั้ง เหลวไหลทั้งนั้น คุณปารีณาเป็นผู้หญิงจะไปทำเรื่องรุนแรงแบบนั้นได้ไง

ล่าสุดไปดูในเฟส “รู้เลยว่าตัวปลอม” เพราะมีภาพตัดต่อคุณปารีณา สูงไม่พ้นยอดหญ้า คนบ้าอะไรจะมาเตี้ยได้ใจขนาดนั้น ......ดังนั้น ขอสรุปเลย “เฟสบุ๊คปลมแน่นวล”

ที่จริงอยากให้ไปรุมรีพอร์ทเฟสปลอ แต่เพื่อกันความผิดพลาดขอให้พวกเรารีพอร์ทให้เจ้าของไอดีนี้ยืนยันตัวเองก็พอ เพราะถ้าเป็นเจ้าของจริงส่งบัตรประชาชนไปก็จบ (ซึ่งแน่นอนคนระดับส.ส.พลังประชารัฐคงไม่โง่ขนาดส่งบัตรประชาชนยืนยันในเฟสบุ๊คไม่เป็นแน่ๆ)

ไปพวกเรา ไปช่วยคุณปารีณกัน รีพอร์ทตามลิงค์นี้เลย https://www.facebook.com/profile.php?id=100026213536032

#ปกป้องสสของเลา
#เซฟพลังประชารัฐ

ทำไม ไอ้หงา ไอ้แอ๊ด ไอ้โจ ไอ้เจ ไอ้ดี้ ไม่ได้ว่ะ > Rap Against Dictatorship บินลัดฟ้าไปนอร์เวย์ เพื่อรับรางวัลจากมูลนิธิมนุษยชน


อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับพวกเขาเพิ่มเติมได้ที่นี่





The Daily Dose - RAD 'ประเทศกูมี' คว้ารางวัลผู้กล้าหาญด้านสิทธิมนุษยชน ประเทศนอร์เวย์


VOICE TV 21
Published on May 28, 2019

"ปารีณา ไกรคุปต์" นางงามมิตรภาพ 2544 นางงามมิตรตะพาบ 2562 เป็นมิตรแต่กับตะพาบ ไม่เป็นมิตรกับมนุษย์



ทอม CoollllTom‏ @TUTOR_TOM 8h8 hours ago
นางงามมิตรตะพาบปะ?
เป็นมิตรแต่กับตะพาบ ไม่เป็นมิตรกับมนุษย์









ธนาธรซวย อยู่เฉยๆก็โดนพลเอกประยุทธ์สาดโคลนข้อหา"ชักศึกเข้าบ้าน"เพียงเพราะรัฐสภาอาเซียนแถลงให้คสช.หยุดพฤติกรรมกลั่นแกล้งคู่แข่งทางการเมือง (ไร้ค่า !)





ไร้ค่า !



Churdchai Thai PBS
Published on Feb 2, 2016

คุณไม่เชื่อมั่นผม ว่าผมทำเพื่ออะไร คุณไม่ไว้ใจผมเลย ที่ผมอยู่กับท่านมา 2 ปี
.

ในปี 2535 การเมืองไทยเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง ปรากฏว่าพล.อ.อ.สมบุญ ได้นำพรรคชาติไทยเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรอย่างสง่างามด้วยจำนวนสส.ถึง 74 คนเป็นรองเพียงพรรคสามัคคีธรรมที่ได้สส.76คนเท่านั้น ในเดือนมี.ค.ปีนั้นเองพล.อ.อ.สมบุญ ได้เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคสามัคคีธรรมและสนับสนุนให้ "บิ๊กสุ" พล.อ.สุจินดา คราประยูร ผู้ทำการรัฐประหารเมื่อปี 2534 เป็นนายกรัฐมนตรี

พรรคชาติไทยในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลพล.อ.สุจินดาถึง 14 ตำแหน่ง โดยพล.อ.อ.สมบุญ ได้รับมอบหมายให้นั่งเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ศึกษาธิการ

ทว่าอายุของรัฐบาลพล.อ.สุจินดาไม่ยาวมากนักเพราะเผชิญกับกระแสกดดันครั้งใหญ่จนเกิดเหตุการณ์ "พฤษภาทมิฬ"ในปีเดียวกัน ก่อนที่พล.อ.สุจินดา จะตัดสินใจลาออกจากเก้าอี้นายกฯเพื่อสงบศึก ซึ่งการลาออกของพล.อ.สุจินดา ครั้งนั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของ "ตำนานชุดขาวรอเก้อ" ในเวลาต่อมา

ขณะนั้น พล.อ.อ.สมบุญ ได้ถูกยกให้เป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 20 ต่อจากพล.อ.สุจินดา เพราะได้รับแรงสนับสนุนจากบิ๊กทหารและพรรคการเมืองผู้กุมเสียงข้างมากในสภาฯ ไม่ว่าจะเป็น "พล.อ.อิสระพงศ์ หนุนภักดี" แกนนำรสช.คนสำคัญ "บรรหาร ศิลปอาชา" "เสนาะ เทียนทอง" "สมัคร สุนทรเวช" และ "มนตรี พงษ์พานิช" เป็นต้น

พล.อ.อ.สมบุญ มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าตัวเองได้เป็นผู้นำประเทศคนต่อไปสะท้อนได้จากการแต่งตัวด้วยชุดสีขาวเต็มยศเพื่อเตรียมรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.2535 แต่สุดท้ายทุกอย่างกลับตาลปัตรเมื่อ "อาทิตย์ อุไรรัตน์" ประธานสภาฯในเวลานั้นซึ่งมีหน้าที่นำรายชื่อบุคคลที่จะเป็นนายกฯขึ้นทูลเกล้าได้สลับชื่อให้ "อานันท์ ปันยารชุน" เป็นนายกฯแทน จนกลายเป็นที่มาของตำนานชุดขาวรอเก้อ

ต่อมาในปี 2540 พล.อ.อ.สมบุญ ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในตำนาน "งูเห่า" เพราะเป็น1ใน12 สส.ของพรรคประชากรไทยที่สนับสนุนให้ "ชวน หลีกภัย" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นนายกฯสมัยที่2ต่อจากพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่ลาออกเพื่อรับผิดชอบกับพิษเศรษฐกิจ ทั้งๆที่พรรคร่วมรัฐบาลเวลานั้นเตรียมสนับสนุนให้พล.อ.ชาติชาย มาเป็นนายกฯอีกครั้ง


‘สุขุม นวลสกุล’ วิเคราะห์รัฐบาลหน้า เสียงปริ่มน้ำ-อายุสั้น?







"สุขุม" ชำแหละ! 5ปี คสช. และหนทางไปต่อของรัฐบาลหน้าอายุสั้น ? -อนาคตใหม่ไร้แสงสว่าง ?


Matichon Weekly
Published on May 18, 2019

วิเคราะห์รัฐบาลหน้า เสียงปริ่มน้ำ-อายุสั้น?

ผมมองว่าอาจจะอยู่แบบกระเสือกกระสน ต้องดิ้นรนในแต่ละครั้ง กว่าจะผ่านกฎหมายอะไรต่างๆ ได้ แต่ยังไงผมเชื่อว่าก็อยู่ได้ข้ามปีแน่นอน เพราะว่านักการเมืองยังเข็ดจากการเลือกตั้งอยู่ ยังไงก็ไม่ถึงขั้นแตกหักถึงขนาดที่ว่าอยู่กันต่อไปไม่ได้ 

ต้องยืนยันอีกครั้งว่ายังไงก็ข้ามปี นักการเมืองกลัวการยุบสภา กลัวการเลือกตั้ง รวมทั้งตัวของกลุ่มผู้มีอำนาจอยู่ใน คสช.ด้วย 

แต่ถ้าหากเกิดกรณีที่ไปต่อไม่ได้ อาจจะเป็นเรื่องของการลาออก-ปรับรัฐบาลใหม่มากกว่า การเลือกใช้แนวทางการยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ หรือกระทั่งตัวคุณประยุทธ์หากไปต่อไม่ไหวแล้ว ก็เปลี่ยนตัวนายกฯ ได้เพราะว่าอำนาจ ส.ว. 250 เสียงยังคงหนุนและมีสิทธิ์ร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีอยู่ตลอดช่วงการดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา 

ที่สำคัญ รศ.สุขุมยืนยันด้วยเสียงที่หนักแน่นว่า เหตุการณ์ทางการเมือง ณ วันนี้ “ผมไม่มีวันเว้นเปอร์เซ็นต์ของความเป็นไปได้อย่างอื่น ที่นายกฯ คนต่อไปจะไม่ใช่คุณประยุทธ์ ผมเชื่อว่า 100% คุณประยุทธ์กลับมาแน่นอน!” 



'อนุทิน' เตรียมใส่เกียร์ถอย “หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่มาร่วม พรรคภูมิใจไทยก็ร่วมไม่ได้..."





'อนุทิน' ใส่เกียร์ถอยหาก ปชป. ไม่มา และ พปชร. รวมเสียง ส.ส. ไม่ถึง 250


2019-05-28
ที่มา ประชาไท


28 พ.ค. 2562 อนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวตอนหนึ่งในรายการเจาะลึกข่าวร้อน ช่อง TNN 16 ว่า ตนไม่เคยพูดว่าจะไม่ยอมรับนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้เป็น ส.ส. เพราะกติกาตามรัฐธรรมนูญบอกว่าจะต้องเป็นบุคคลที่พรรคการเมืองเสนอเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่เงื่อนไขที่ตนตั้งไว้คือจะไม่ยอมให้ ส.ว. 250 คนซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนมากำหนดว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ซึ่งถึงวันนี้ตนก็ยังไม่ได้ทำผิดสัญญา

“หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่มาร่วม พรรคภูมิใจไทยก็ร่วมไม่ได้ เพราะก่อนจะไปโหวตนายกรัฐมนตรีก็ต้องแถลงกันก่อน อันนี้ก็เป็นหนึ่งในเงื่อนไข ก่อนจะไปโหวตนายกฯ พรรคแกนนำจะต้องนำพรรคที่จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลมาแถลงร่วมกันก่อนว่า เราได้พูดคุยกันเรียบร้อยแล้ว มีเสียงจำนวนสมาชิกเพียงพอต่อการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว และจะต้องเป็นเสียงข้างมากซึ่งจะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพถ้าอย่างนั้นผมไป แต่ผมก็หวังว่าท่านณัฎฐพลไม่ได้ให้สัมภาษณ์จริงนะที่บอกว่า พร้อมจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยเพราะถ้าไม่รวมประชาธิปัตย์แล้วก็ยังมีเสียง ส.ว.อยู่ อันนั้นต้องลบผมออกไปด้วย” อนุทิน กล่าว

อนุทินกล่าวต่อไปว่า หากตนไปร่วมรัฐบาลเสียงข้างน้อยก็จะถือว่าตนทำผิดคำพูด ตอนนี้ไม่มีพรรคประชาธิปัตย์ปีกพรรคพลังประชารัฐจะมี 188 เสียง รวมพรรคตนด้วย ไปรวมกับ ส.ว. 250 เสียง แม้จะสามารถเป็นรัฐบาลได้ แต่ก็ถือว่าผิด และหากไม่มีพรรคตนพรรคพลังประชารัฐก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้

“ต่ำกว่า 250 ไปไม่ได้ผิดหลักการ เรามีรัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพไม่ได้ประเทศไทยไม่เคยมีรัฐบาลเสียงข้างน้อยแม้แต่ครั้งเดียว รัฐบาลต้องเข้าเฝ้าถวายสัตย์ นายกฯ คนไหนจะกล้าพาคณะรัฐมนตรีที่มีเสียงข้างน้อยเข้าไปถวายสัตย์ และสุดท้ายก็ต้องจบด้วยการยุบสภา มันจะมีปัญหาอื่นๆ มากมายเต็มไปหมด” อนุทิน กล่าว


หม้ายขันหมาก ปชป. แถลงเลื่อนประกาศจุดยืนร่วมรัฐบาล เหตุ พปชร. ไม่ให้คำตอบตามเวลา
พปชร. ยังรอ ปชป. แต่ถ้าไม่มาประยุทธ์ก็เป็นนายกฯ ได้ เพราะยังมี 250 ส.ว.





ฟังจากคุณอนุทิน นาทีที่ 30
...

อนุทิน ชายวีรกูล มาผสมโรงกระทืบพรรคพลังประชารัฐ
ถ้าประชาธิปัตย์ ไม่ไปร่วมพลังประชารัฐ
ภูมิใจไทยก็ไม่ไปร่วมพลังประชารัฐด้วยเช่นกัน
โดยอ้างว่า รัฐบาลมี ส.ส.ไม่ถึง 250 เสียง

ปล. คำถามง่าย ๆ อนุทิน คือถ้าอยากได้ ส.ส. 250 เสียงก็มาร่วมเพื่อไทย-อนาคตใหม่สิครับ

Thanapol Eawsakul

วิวาห์ล่ม อาจไม่มี "ประชาธิปัตย์" ใน "รัฐบาลบิ๊กตู่"??? ล่าสุด ดีล "ประชาธิปัตย์-พลังประชารัฐ" ยังไม่ลงตัว!! "บิ๊กตู่" รับแล้ว ขอดูโผ ครม. เองทั้งหมด! (จะไปรอดเหรอ..เหมือนเด็กเอาแต่ใจ ไม่พอใจใคร..เวลานักข่าวถามจี้ ก็โวยวายเสียงดังใส่)



..



https://www.facebook.com/khaosod/videos/2280112255406963/

อิศวงศ์ รุ่งเรืองสินชัย ครอบงำ ยุบพรรค

Methasit Boonta ..ไปไม่รอดหรอก..เหมือนเด็กเอาแต่ใจ ไม่พอใจใคร(เวลานักข่าวถามจี้)ก็โวยวายเสียงดังใส่..แล้วยังบ้าอำนาจไม่หยุด ไม่คิดที่จะลง และก็ยังปลงไม่เป็น..5ปีที่ผ่านมาเป็นฝ่ายพูดอยู่คนเดียวใครเถียงก็ไม่ได้..ประมาณว่าต้องฟังกูคนเดียว...อยู่ร่วมกับใครไม่ได้นอกจากพวกที่เลี้ยงไว้เชื่องแล้วเท่านั้น..และถ้ายังดันทุรังไปร่วมแบบฝืนๆไม่ถูกใจกู..ถูกถล่มมีเละแน่..เราอาจได้เห็นนายก..นักเลงปากหมาท้าตีท้าต่อยกริยาเถื่อนสถุนถ่อยก็เป็นได้...เวลามันโกรธแล้วกัดฟันเหมือนพี่มันน่ะแหล่ะถ้าไปจี้โดนจุดมันเข้า...

วันอังคาร, พฤษภาคม 28, 2562

นักการเมืองเขี้ยว (ลากดิน) ยิ่งกว่า 'พลังประชารัฐ' คือ...?


ที่ว่านักการเมืองหลังเลือกตั้ง มีนา ๖๒ ‘ชุบตัว คสช.’ ที่เขี้ยว (ลากดิน) กว่าพลังประชารัฐ คือประชาธิปัตย์ ท่าจะจริง ขนาดแห่ ‘เทียบ’ กันไปเชิญร่วมรัฐบาล ‘ตูบ ๒’ แล้วก็ยังไม่ได้ตัว ตั้งแง่แม่งอนเสียจน ‘สามมิตร’ กุมหัว

ต้องฟังที่ราเมศ รัตนะเชวง โฆษก ปชป.แถลงวันนี้ (๒๘ พ.ค.) เรื่องที่มีการคุยระหว่างทีมประชารัฐกับ เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการ ปชป. นั้น “ไม่มีการพูดเรื่องร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล” สืบทอดอำนาจเผด็จการ มีแต่ฝ่าย ปชป.บอกกับ พปชร. ว่าต้องการอะไรบ้าง

หนึ่ง นโยบายของ ปชป. ๓-๔ ข้อ มีอะไรบ้างบอกย้ำซ้ำซ้อน สอง ต้องแก้รัฐธรรมนูญแบบ ปชป. ที่ไม่แจ้งรายละเอียดเจาะจง เอาแต่นามธรรม ‘เพื่อประชาชน’ สาม การแก้ รธน.แบบที่พรรคอื่นๆ เสนอกันมาก่อนแล้ว ไม่ได้เรื่อง

แถมแสดง ‘กึ๋น’ สัญญลักษณ์ ปชป. ‘เอาดีใส่ตัว ป้ายชั่วผู้อื่น’ จวก ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคอนาคตใหม่ไม่เดียงสา บอกให้ไปอ่านรัฐธรรมนูญเสียใหม่ จะได้เขี้ยวอย่าง ปชป. อันนี้คงพยายามแก้หน้าจากการที่ธนาธรไปสัมมนาที่ มธ.เกี้ยวพาราศีเสียจน ส.ส. ปชป.นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

มาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วง ๒๔ ชั่วโมงที่ผ่านมา ข่าวสดออนไลน์ปูดว่า “กลุ่มสามมิตร พปชร. ไม่พอใจ ออกวงก่อนได้ข้อยุติ” ปัญหาอยู่ที่ ปชป.ยังดึงดันจะเอาตามที่เคยเรียกร้องไว้ มหาดไทย ศึกษาฯ คมนาคม เป็นแค่รัฐมนตรีช่วย ไม่สมศักดิ์ศรี


สามกระทรวงที่ได้ พาณิชย์ เกษตรฯ และพัฒนาสังคม ไม่ถนัด โดยเฉพาะกระทรวงที่สาม ก้าวไม่ทันคนรุ่นใหม่เขาหรอก (พัฒนาตัวเองยังหืดขึ้นคอ แล้วจะดันให้ไปพัฒนาสังคมละหรือ) อันนี้อาจจะพูดดราม่าวาทกรรมไปนิด แต่เชื่อว่าหลายคนอ่านแล้วต้องว่า ‘ใช่เลย’
 
เหตุที่อ้างอีกอย่างไม่ทางการ “ประกอบกับบางคนในพรรคอึดอึดกับการที่จะเข้าร่วมรัฐบาลกับ พปชร. เพราะขัดกับจุดยืนของพรรคที่ไม่หนุน พล.อ.ประยุทธ์” อันนี้พอมีหลักฐาน นอกจากที่ วัชระ เพชรทอง ไปถือป้าย “ไม่เอาประยุทธ์เป็นนายกฯ” แล้ว ก็มีจดหมายเปิดผนึกอีกฉบับจาก ‘นิวเด็ม’ พริษฐ์ วัชรสินธุ
 
“ขออนุญาตย้ำจุดยืนเดิมอีกครั้งในฐานะสมาชิกพรรคตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ก่อนที่คำพูดของผมจะไม่มีประโยชน์แล้ว...” เขายกเอาข้อเสนอเดิมเมื่อสองเดือนที่แล้วเรื่องให้ ปชป.เป็นฝ่ายค้านอิสระ อย่าไปเป็นขนหน้าแข้ง คสช.เลย

หนึ่งใน ๕ ข้อที่เขาเอามาย้ำหัวตะปู โยงถึงเหตุการณ์วุ่นวายวันประชุมสภาครั้งแรก “แสดงให้เห็นว่าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้มีความต้องการที่จะให้สภาเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความเห็นและเป็นกระบอกเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง

นี่ไม่ใช่หรือคือ ‘เผด็จการรัฐสภา’ ที่พรรคประชาธิปัตย์เคยต่อสู้มาโดยตลอด” ย้อนได้แสบกว่าพวกเสื้อแดงเสียอีก เขาบอกไว้ก่อนหน้าด้วยว่า อย่าอ้าง ‘ทำเพื่อชาติ’ แล้วต้องสนับสนุนให้หัวหน้ารัฐประหารกลับมาเป็นนายกฯ อีก


ขนาดดุสิตโพลล่าสุดนี่มีเพียง ๑๓ เปอร์เซ็นต์ที่อยากให้ไอทู้บกลับมาใหม่ แต่ที่ชนะขาด ๒๓ เปอร์เซ็นต์กลับเห็นว่า ไปๆ เสียแหละดี เลยมาลองคิดดูดีๆ เหตุที่เจรจา พปชร.-ปชป.ยังไม่ลงตัวเสียที ไม่ใช่เพราะความเลอเลิศของ ปชป.อย่างที่โฆษกฯ วางท่า

ลึกๆ น่าจะมีอะไรซ่อนเร้นอยู่มากกว่าที่เห็นก็ได้ ขนาดครั้งก่อนก็เสียงข้างน้อย ทำหงอโดนเรียกเข้าค่าย (ราบ ๑๑) ไปก็ไป กลับออกมาได้เป็นนายกฯ ไม่แน่จริงไม่ได้สมยา ‘แมลงสาบ’ สิน่า ครั้งนี้ก็คงไม่หนีแนวนั้น ที่ผ่านมาทำเฉยปล่อยให้ คสช.และลิ่วล้อเที่ยวกัดคนนั้นคนนี้ พอได้ทีตวงแหลก

และที่ราเมศออกมาอัดธนาธรคงไม่มากไม่น้อยไปกว่าคอยซ้ำเติมด้วยหมายช่วงชิงจากเขา อย่างน้อยก็คอยเก็บเกี่ยวเศษเหลือและส่วนเกิน จากการที่มีข่าวว่า กกต.กำลังจะรุกต่อ เล่นงานธนาธรไม่ให้ได้ผุดได้เกิด ด้วยข้อหา มาตรา ๑๕๑ โทษคุก ๑-๑๐ ปี ไม่พอ มีการเพิกถอนสิทธิทางการเมืองอีก ๒๐ ปีด้วย
 
ต่อกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ของธนาธรไว้ชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยออกมาเป็นอย่างไร นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. ด้านพรรคการเมืองบอกว่ากำลังพิจารณาดำเนินคดีอาญากับธนาธร


เล่ห์กลของการชุบมือเปิบมองเห็นได้ไม่ยาก นอกจากมีความพยายามกำจัดธนาธรให้สิ้นซากเฉกเช่นที่เคยกำจัดทักษิณแล้ว ยังหวังให้พรรคอนาคตใหม่ (ที่มาเขี่ย ปชป.ออกจากสนาม กทม.เสียเหี้ยนเตียน) ต้องแตกระแหง

จากการที่มี ส.ส.อนาคตใหม่คนหนึ่ง เผยว่ามีความพยายามทุ่มเงินจ้างให้เขาแตกแถวจากพรรคไปเป็นงูเห่า เมื่อคราวเลือกประธานสภากัน ตัวเขาได้รับข้อเสนอจ่าย ๒๐ ล้านบาทให้โหวตสวนมติพรรค

“มีการแบ่งออกเป็น ๖-๗-๗ ก้อนแรกสำหรับการโหวตเลือกประธานสภาฯ ส่วนที่สองโหวตเลือกนายกฯ และส่วนสุดท้ายถือเป็นโบนัสเหมือนให้เปล่า” สมัคร ป้องวงษ์ ส.ส.สมุทรสาคร เล่าว่าได้รับการติดต่อ ‘คืนหมาหอน’ วันสุดท้ายก่อนถึงการประชุม

“พอไปถามพรรคพวกบางคน ของผมกลายเป็นน้อยกว่าเขา ยังแอบน้อยใจเล็กๆ เพราะบางคนมีการเสนอตัวเลขเริ่มต้นให้ถึง ๕๐ ล้านบาท ถ้ากล้าตัดสินใจเป็นงูเห่า”


แน่ละ ต้องมี ปชป.ส่วนหนึ่งไม่ต้องการและไม่เห็นด้วยกับชั้นเชิงการเมือง ‘ฉวยโอกาศ’ และใช้เล่ห์เหลี่ยมเพื่อเอาชนะด้วยวิชามาร แต่ถ้าผลที่ได้ออกมารูปใดแล้วคล้อยตามกันไปทั้งพรรค ทุกคนก็ต้องถูกตราหน้าเหมือนกันหมด

"อนุทิน" พูดแบบนี้ก็ทำให้มองเห็นอำนาจที่เหนือกว่าอำนาจในสภาที่มาจากตัวแทนประชาชน





UPDATE: อนุทินแจงเหตุร่วมพลังประชารัฐ เพราะเป็นขั้วที่มีเสถียรภาพมากที่สุด ย้ำเข้ามาทำงาน ไม่ได้แสวงหาอำนาจ
.
วันนี้ (27 พ.ค.) อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ให้สัมภาษณ์กับ สุทธิชัย หยุ่น ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ในเพจ Suthichai Yoon ถึงท่าทีทางการเมือง หลังตอบรับเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐในการจัดตั้งรัฐบาล โดยให้เหตุผลว่า ทางพรรคเลือกขั้วที่สามารถรับเงื่อนไขทางนโยบายทั้ง 4 ข้อ อันได้แก่ 1. ความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2. การไม่สร้างความขัดแย้ง 3. การผลักดันนโยบายจากพรรคภูมิใจไทยไปบริหารใช้ในรัฐบาล เพื่อประโยชน์ประชาชน และ 4. รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ
.
“เรามีนโยบายที่ให้ไว้กับผู้ที่เลือกเราเข้ามา เราต้องการเข้ามาทำงาน ไม่ได้ต้องการเล่นเกมการเมืองใดๆ เราจึงร่วมกับขั้วที่มีเสถียรภาพ สามารถผลักดันนโยบายต่างๆ กับคนที่มอบความไว้วางใจให้เรา”
.
โดยหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยยังได้ชี้แจงถึงประเด็นเรื่องของการตกปากรับคำกับเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ว่า ยังไม่มีการตกลงอย่างเป็นทางการ เพราะหากพูดคุยกันก็ต้องเชิญพรรคแกนนำ (พลังประชารัฐ) เข้าพูดคุยกับทุกพรรคที่อยู่ในขั้ว แล้วจึงจะแถลงร่วมกัน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป
.
ทั้งนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ให้เหตุผลที่ยอมปฏิเสธตำแหน่งนายกฯ หากร่วมกับฝั่งเพื่อไทยและอนาคตใหม่ แต่เลือกฝั่งพลังประชารัฐที่อย่างมากจะได้รับแค่ตำแหน่งรัฐมนตรีหรือรองนายกฯ เท่านั้น
.
“เพราะผมรักประเทศไทยและประชาชนมากกว่าตัวผมเอง แล้วทำไมถึงไม่รับ ในชีวิตนี้ไม่รู้จะมีอีกกี่ครั้งที่ได้สัมผัสอะไรแบบนี้ แต่ว่าผมมาที่ 5 (คะแนนจากการเลือกตั้ง) ผมต้องรู้สถานะตัวเอง และเราเลือกที่จะมาทำงาน เลือกที่จะมาทำในสิ่งที่ให้สัญญากับประชาชนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผมจึงคิดว่า นี่คือสิ่งที่เราพิสูจน์แล้วว่า เราไม่ได้เข้ามาแสวงหาอำนาจหรือมาเล่นการเมือง”
.
นอกจากนี้ อนุทินยังมองเสียงวิจารณ์ถึงประเด็นว่า ตนเองและพรรคผิดคำพูดที่ให้ไว้กับประชาชนก่อนการเลือกตั้งว่า บางคลิปที่ถูกตัดออกมา ต้องยอมรับว่ายังไม่ได้รับการอธิบายที่ชัดเจน ยืนยันว่า ยังไม่ได้ทำผิดสัญญาแม้แต่น้อย พร้อมย้ำที่ทำไปเพราะต้องการให้ประเทศต้องเดินต่อ และจะตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนและบ้านเมือง
.
“อย่าไปคิดว่าปริ่มน้ำแล้วมันจะเดินต่อไปไม่ได้ อาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ จะได้ไม่มีใครคิดว่าตัวเองมีกำลังเหนือคนอื่น แล้วจะมาคอยขัดขาขัดแข้งกันเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ตอนนี้ทุกคนต้องจูงมือไปด้วยกัน”
.
อย่างไรก็ตาม ในเวลา 15.00 น. ของวันนี้ (27 พ.ค.) มีการคาดการณ์ว่า อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะนำคณะผู้บริหารพรรคไปเทียบเชิญพรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย สำหรับการร่วมรัฐบาลในครั้งนี้ทันที ภายหลังจากเทียบเชิญพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลในช่วงเช้าวันนี้
.
อ้างอิง: https://www.facebook.com/suthichai.yoon/videos/10157479232716209/
.
อ่านข่าวอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://thestandard.co/
#ภูมิใจไทย #TheStandardElection #คู่มือเลือกตั้ง62#เลือกตั้ง62 #TheStandardCo



THE STANDARD
...

พูดแบบนี้ก็ทำให้มองเห็นอำนาจที่เหนือกว่าอำนาจในสภาที่มาจากตัวแทนประชาชน

เลือกประธานสภา รองประธานสภา ก็เป็นหลักฐานประจักษ์ชัดแล้วว่า รัฐบาลที่เสียงปริ่มน้ำนั้นไม่มีเสถียรภาพ ถ้า ปชป ภูมิใจไทย มาร่วมกับฝั่งไม่เอาทหาร เสียงรัฐบาลในสภาจะเกินครึ่งไปมาก และจะมีเสถียรภาพมากกว่า

แต่ ปชป และ ภูมิใจไทย รู้ดีว่า ในประเทศไทยอำนาจที่แท้จริงนั้นไม่ได้อยู่ที่ตัวแทนประชาชนในสภา มันมีอำนาจเหนือกว่านั้นอีก และถ้าอำนาจเหนือกว่าประชาชนนั้นเลือกข้างฝั่งไหน ก็จะทำให้รัฐบาลนั้นมีเสถียรภาพมากกว่า แม้จะเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ

ณ วันนี้ เสถียรภาพของรัฐบาลไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า ประชาชนทั้งประเทศมอบความไว้วางใจให้พรรคการเมืองไหนมากกว่า มันเป็นมาตั้งแต่ปี 2549 แล้ว ถึงแม้คุณจะได้เสียงไว้วางใจอย่างท่วมท้นจากประชาชน แต่ถ้าคุณไม่ได้รับความไว้วางใจจากอำนาจที่เหนือกว่าประชาชน รัฐบาลคุณก็พร้อมที่จะถูกโค่นล้มได้ทุกเมื่อด้วยทุกวิธีการ

เพราะฉะนั้นควรที่ประชาชนคนไทยต้องผนึกกำลังกันโค่นล้ม อำนาจที่เหนือกว่าประชาชนนอกสภานั้นทิ้งเสียก่อน เมื่อนั้นอำนาจจึงจะกลับมาอยู่ในมือประชาชนอย่างแท้จริง


ยิ่งพูดจะยิ่งดูแย่ไหม ????? อนุทิน "ไม่เคยโกหกประชาชน"




อนุทิน ชาญวีรกูล : เราไม่เคยโกหกประชาชน
https://workpointnews.com/2019/05/27/anutin/
........................................
ยิ่งพูดจะยิ่งดูแย่ไหม?????

พิชัย นริพทะพันธุ์
27 พฤษภาคม 2562

ที่มา

การเมืองไทย ในกะลา
...





ooo

Sutthisak Raisooksiri เลือกตั้ง 62 : 'อนุทิน' ยัน 'ภูมิใจไทย' อยู่คนละขั้วทหาร-พปชร. ย้ำ นายกฯต้องมาจากส.ส.-ได้เสียงข้างมาก
https://prachatai.com/journal/2019/03/81379





7 มี.ค.2562 เว็บไซต์พรรคภูมิใจไทย รายงานว่า เมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ให้สัมภาษณ์ประเด็นทางการเมือง เรื่องแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีว่าต้องเป็นส.ส. และมาจากเสียงส่วนใหญ่ของสภาผู้แทนราษฎร พร้อมทั้งไม่เป็นด้วยที่ให้ 250 ส.ว.มาโหวตเลือกนายกฯ

“แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่พรรคภูมิใจไทยจะสนับสนุน ต้องเป็นส.ส. และมาจากเสียงส่วนใหญ่ของสภาผู้แทนราษฎร เราไม่ยอมให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้มาจากประชาชนมาเป็นผู้กำหนด เรารับไม่ได้ที่จะให้คนที่ไม่ได้มาจากประชาชนมาเลือกนายกฯ และไม่เห็นด้วยกับการที่ให้ 250 ส.ว.มาโหวตเลือกนายกฯ รวมถึงการเป็นนายกฯเสียงข้างน้อยที่มีคะแนนปริ่มๆ ประเทศจะเสียหาย ดังนั้น ส.ส.ต้องตระหนัก ทำให้นายกฯสง่างามและรัฐบาลสามารถทำงานได้ตามกลไกรัฐสภาที่มีฝ่ายบริหารและฝ่ายตรวจสอบ ที่ผ่านมาเราเสียโอกาสมามากแล้ว คน 500 คนจะไปเดินตามคน 250 คนได้อย่างไร แต่คน 500 คนต้องเป็นผู้นำคน 250 คน เพราะพวกเขาเป็นตัวแทนของคนไทย ต้องมีเสียงดังและสิทธิที่มากกว่า” อนุทิน กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)จะไม่ขึ้นเวทีปราศรัยในวันที่ 10 มี.ค.นี้ ที่ จ.นครราชสีมา อนุทิน กล่าวว่า แต่ละพรรคมีกลยุทธ์กลเม็ด แต่วิธีการสร้างความนิยมนั้น ตนขอให้ทุกพรรคต่อสู้บนความยุติธรรม อย่าชกใต้เข็มขัด และตนไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ใคร อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าพรรคภท.ไม่เล่นกีฬาสีอีกแล้ว และมองว่าสิ่งสำคัญของการทำงานการเมืองนั้น ไม่ใช่การเป็นรัฐบาล แต่คือการที่นักการเมืองต้องนำพาตัวเองไปเป็นผู้แทนราษฎร นี่คือสิ่งที่ถือว่าประสบความสำเร็จในอาชีพนักการเมือง

เมื่อถามว่า จากการแลกเปลี่ยนหารือกับทูตหลายประเทศ เขามองสถานการณ์การเมืองไทยอย่างไรนั้น อนุทิน กล่าวว่า ทุกชาติเห็นตรงกันว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีการเลือกตั้ง จึงจะยืนอยู่บนเวทีโลกได้อย่างสง่างาม ไม่ถูกกดดัน ไม่ถูกเอาเปรียบ หรือถูกตั้งเงื่อนไขใดๆ จ้องหน้าใครก็ไม่ต้องก้มหน้าหลบสายตา ดังนั้น รัฐบาลต้องมาจากเสียงของประชาชน

เมื่อถามว่า พรรคภท.ถูกมองว่าใกล้ชิดกับทหาร รวมถึงพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) นั้น อนุทินกล่าวว่า ถ้าใกล้ชิดจริง ทำไมจึงถูกด่าว่าเลอะเทอะ โดยเฉพาะนโยบายกัญชา ส่วนหลังเลือกตั้ง พรรคจะร่วมรัฐบาลกับใครได้หรือไม่นั้น เราจะยึดประชาชนเป็นหลัก วันนี้พิสูจน์ได้แล้วว่าเราไม่ได้ติดหนี้บุญคุณใครและไม่มีจับมือกับใครก่อน ต่างคนต่างแข่งขันเหมือนกับการตีกอล์ฟที่ต้องทำผลงานของตนเองให้ดีที่สุด และเชื่อว่าจะมีส.ส.มากพอที่จะเข้าไปผลักดันนโยบายและแก้ปัญหาได้ในสภาฯ

เมื่อถามว่า พรรคตั้งเป้าได้จำนวนส.ส.กี่ที่นั่ง อนุทิน กล่าวว่า ขอเก็บไว้กับตัวเองและผู้บริหารพรรค ทุกคนทราบหมดว่าจะได้ส.ส.เข้ามากี่คน ซึ่งจะไม่เป็นไปตามผลการสำรวจที่ผ่านมา ทั้งนี้ ตนคาดหวังว่าจะได้ทำในสิ่งที่เป็นประวัติศาสตร์ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ โดยนำพาประเทศไปข้างหน้าแบบไร้ความขัดแย้ง ตนเชื่อว่าพรรคภท.จะเป็นส่วนที่ทำให้เกิดสิ่งที่ดี ส่วนแนวโน้มรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง จะมีเสถียรภาพหรือไม่นั้น ตนหวังว่าต้องมีพรรคภท.ร่วมรัฐบาล จึงจะทำให้รัฐบาลมีความมั่นคง ถ้ามีพรรคภท. จะไม่มีขั้วและจะบอกทุกฝ่ายให้ไปในทางสายกลาง ตนเชื่อว่าทุกพรรคมีความตั้งใจและอยากเห็นประเทศชาติก้าวหน้า แต่ที่ผ่านมามันไม่มีทางลง ดังนั้น ครั้งนี้ก็สามารถผ่านมาทางพรรคภท.ได้

เมื่อถามว่า มีความกังวลหรือไม่ต่อกระแสข่าวที่ว่า หากมีบางคนไม่ชนะการเลือกตั้ง การเลือกตั้งอาจจะเป็นโมฆะได้ อนุทินกล่าวว่า คนตัดสินคือประชาชน คนสั่งการให้ใครเป็นอะไรคือประชาชน ดังนั้น ใครจะมา T.K.O.(แพ้น็อก) หรือจะไปน็อกพี่น้องประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งประเทศ ภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า Be my guest(เชิญตามสบาย) ส่วนตนจะเป็นคนลอยอังคารให้

มติชนออนไลน์ รายงานต่อด้วยว่า อนุทิน กล่าวถึงกรณีให้สัมภาษณ์สื่อว่านายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกของ ส.ส.เท่านั้น จนถูกตีความว่าตัดสินใจยืนคนละขั้วกับพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ซึ่งได้รับการคาดหมายว่าเป็นฝ่ายที่หวังให้ ส.ว. มาช่วยโหวตให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ว่า เรื่องดังกล่าว พรรคไม่ได้ “เท” ใคร แต่เรายืนยันในหลักการประชาธิปไตย โดยมองภาพรวมของประเทศชาติเป็นสำคัญ นอกจากนั้น การที่บางสื่อพาดหัวว่านายกฯ ต้องมาจาก ส.ส. เราหมายความว่านายกฯ ต้องมาจากการเลือกโดย ส.ส. ไม่ได้หมายความว่านายกฯ จะต้องเป็น ส.ส. ด้วย อาทิ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ถ้าส.ส. เลือกท่านมา ตนก็ไม่มีปัญหา ตรงนี้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้

“ส.ว.ก็ควรทำหน้าที่ตรวจสอบของท่านไป แต่ไม่ควรมาเลือกนายกฯ เพราะมันเป็นหน้าที่ของ ส.ส. และถ้าให้ ส.ว.มาช่วย ส.ส.กลุ่มหนึ่งเลือกนายกฯ ทั้งที่เป็น ส.ส.เสียงข้างน้อย แล้วจะบริหารประเทศกันอย่างไร ได้นายกฯ แต่ไปไม่รอด เราต้องคิดถึงอนาคต เลือกนายกฯ แล้วต้องทำงานได้ จึงต้องให้ ส.ส. เขาจัดตั้งกันเอง ใครรวมเสียงได้เกินกึ่งหนึ่ง ก็ถือว่ามาจากเสียงประชาชน ตนไม่อยากเห็นกรณีที่ ส.ส. เลือกได้แล้ว แต่ไปต่อไม่ได้ เพราะ ส.ว. ไม่อยากได้นายกฯคนนี้” อนุทิน กล่าว

ส่วนที่มีนักวิชาการทำนายว่า หากใครรวมเสียง ส.ส.ได้ 126 เสียง และดึง ส.ว. เลือกนายกฯสำเร็จ หลังจากนั้น ส.ส. จะเข้ามาช่วยตั้งรัฐบาลที่แข็งแกร่งได้ อนุทิน กล่าวว่า โลกเปลี่ยนไปมากแล้ว และที่เชียร์ให้พรรคตัวแปรไปเป็นนายกฯเองเลย ขอบอกว่าไม่กล้ารับ การเมืองไทยพัฒนาไปมาก ประเภทมี ส.ส. 18 คน แล้วตั้งรัฐบาล จะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว รัฐบาลที่เข็มแข็ง ต้องเป็นการรวมกันของพรรคต่างๆ ให้มีเสียงถึง 300 เสียงถึงจะอยู่รอด ลำพังรวมกันได้ 260 - 270 เสียง รับรองว่าไปไม่ไหว แค่เจองดออกเสียงก็จบแล้ว ตนถึงได้บอกว่า การตัดสินใจทางการเมืองต้องคิดกันให้ดี ไม่ใช่ได้แค่นายกฯ แต่ต้องนึกถึงการบริหารด้วย


จับสัญญาณ "งูเห่า" พรรคร่วม เกมกดดันรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ



'เอกชัย' โพสท์ "มีคนสั่งให้ฆ่าผม"





'เอกชัย' โพสท์ "มีคนสั่งให้ฆ่าผม" หลังถูกทำร้ายมาแล้ว 9 ครั้ง


ที่มา ประชาไท
2019-05-27


เอกชัย หงส์กังวานระบุ มีคำสั่งให้ฆ่าเขา ขอให้รีบเดินทางออกนอกประเทศโดยด่วน ระบุ ไม่สามารถหลบหนีไปที่ไหนเพราะต้องไปศาล-โรงพยาบาลทั้งเดือน เคยขอให้กรมคุ้มครองพยานดูแล แต่ไม่มีความคืบหน้า ทนายเตรียมขอศาลพิจารณาคดีลับหลังเพื่อความปลอดภัย ลดการถูกทำร้ายซึ่งโดนมาแล้ว 9 ครั้ง



โพสท์ของเอกชัย (ที่มา:Facebook/เอกชัย หงส์กังวาน)


27 พ.ค. 2562 เฟสบุ๊คของเอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมทางการเมือง มีการโพสท์ข้อความว่า "มีคำสั่งให้ฆ่าผม"

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังเอกชัย ได้ความว่ามีผู้ใช้เฟสบุ๊คส่งข้อความมาว่าได้มีคำสั่งให้ฆ่าเอกชัยแล้ว ขอให้รีบเดินทางออกนอกประเทศโดยด่วน เอกชัยกล่าวว่าไม่สามารถหลบหนีไปที่ไหนได้ เพราะในเดือนมิถุนายนแทบทั้งเดือนตนมีนัดขึ้นศาลจากคดีการเมืองที่ถูกรัฐฟ้อง และต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจติดตามอาการบาดเจ็บจากการถูกรุมทำร้ายที่หน้าศาลอาญาเมื่อครั้งก่อน

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ไม่เอาเรื่องการถูกคุกคามทำร้ายร่างกายที่ผ่านมา หรือถูกข่มขู่ตักเตือนว่ามีคำสั่งฆ่าไปแจ้งขอให้ช่วยดูแลที่กรมคุ้มครองพยานหรือ เอกชัยกล่าวว่า ได้นำหลักฐานทั้งการถูกคุกคามทำร้ายไปทำเรื่องที่ สน.คุ้มครองพยาน ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายนแล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างไร เมื่อตนไปสอบถามความคืบหน้าก็พบแต่เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อย ไม่สามารถระบุความคืบหน้าอะไรได้ เมื่อขอพบผู้บังคับบัญชา ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าพบ

ศุภณัฐ บุญสด ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เห็นว่าการเดินทางมาศาลอาจเป็นปัญหาเรื่องความปลอดภัยของ เอกชัย เนื่องจากว่าเคยถูกดักทำร้ายที่หน้าศาลมาแล้ว จะนำเรื่องไปปรึกษากับคณะทนายความเพื่อขอคำสั่งศาลให้พิจารณาคดีลับหลังจำเลย เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกคุกคามทำร้ายลง

ที่ผ่านมาเอกชัยถูกลอบทำร้ายร่างกายและทรัพย์สินมาแล้วเก้าครั้ง โดยครั้งล่าสุด เหตุเกิดเมื่อ 13 พ.ค. 2562 ที่เขาถูกชายสี่คนทำร้ายร่างกายที่ด้านหน้าศาลอาญา ขณะมาขึ้นศาลคดีคนอยากเลือกตั้ง เมื่อเอ็กซเรย์แล้ว ​พบกระดูกมือขวาแตก​ ซี่โครงหัก​ที่​ 9​ หัก​ 1 ซี่


เย้ยศาล 'เอกชัย' โดนรุมทำร้าย(อีกแล้ว) หน้าศาลอาญารัชดา ขณะมาคดีคนอยากเลือกตั้ง
ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า รวมสถิติลอบกัดเอกชัย หงส์กังวาน





ศาลรัฐธรรมนูญเป็นพันธมิตรอันสำคัญของคณะทหาร ที่มีหน้าที่ให้ความชอบธรรม อำนาจ และความอยู่รอดต่อการรัฐประหารและระบอบเผด็จการทหาร - ชวนอ่านบทความวิชาการของ Eugénie Mérieau