วันจันทร์, กันยายน 21, 2569

ฮั้ว สว. "คายพิษ" ทุกขั้วเสียงแตก จับตารัฐบาล "พลิกเกมการเมือง"








https://x.com/ThaiPBS/status/2101669079308493146
.....

สรุปสาระสำคัญของข่าว

1. ความอลหม่านหลังมติ กกต. คดีฮั้วเลือก สว.
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติชี้ขาดสำนวนไต่สวนคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยสั่งยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งและดำเนินคดีอาญารวม 77 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็น สว. ชุดปัจจุบันที่ดำรงตำแหน่งอยู่ 26 คน

หากศาลฎีกาประทับรับฟ้อง สว. ทั้ง 26 คน จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที จนกว่าจะมีคำพิพากษา ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อดุลอำนาจและการทำงานในวุฒิสภา

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะกลุ่ม สว. เสียงข้างน้อยและฝ่ายค้าน เกี่ยวกับมติของ กกต. รายบุคคลที่เสียงแตก (มีทั้งมติ 6 ต่อ 1, 5 ต่อ 2 และ 4 ต่อ 3) รวมถึงกรณีการยกคำร้องกลุ่มผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมือง

2. ท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาลต่อมติดังกล่าว
มติของ กกต. ก่อให้เกิดแรงสะเทือนทางการเมืองและทำให้ทุกขั้วทางการเมือง "เสียงแตก"

ฝ่ายพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านต่างประเมินสถานการณ์ฉากทัศน์ใหม่ เนื่องจากคดีฮั้ว สว. เริ่มส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพสภาสูง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการให้ความเห็นชอบกฎหมายและแต่งตั้งบุคคลในองค์กรอิสระ

มีการจับตาอย่างใกล้ชิดว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะมีการปรับแผนบริหารอำนาจอย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งในวุฒิสภาลามมาถึงเสถียรภาพของฝ่ายบริหาร

3. การเดินเกมของพรรคภูมิใจไทยเพื่อรักษาเสถียรภาพรัฐบาล
ในส่วนของกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ตลอดจนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เคยถูกร้องเรียนในคดีนี้ กกต. มีมติ ยกคำร้อง/ไม่ส่งฟ้อง ทำให้แกนนำพรรคภูมิใจไทยรอดพ้นคดีดังกล่าว

พรรคภูมิใจไทยเดินหน้าชี้แจงย้ำให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในกระบวนการกฎหมายและพยานหลักฐานตามที่ กกต. พิจารณา

การรอดพ้นคดีของแกนนำพรรคช่วยลดแรงบีบเค้นทางการเมือง และทำให้พรรคภูมิใจไทยยังคงสามารถกุมเปรียบในการเดินเกมการเมืองเพื่อประคองเสถียรภาพของรัฐบาล ท่ามกลางกระแสการพลิกเกมการเมืองของทุกฝ่ายในสภา