เบญจา แสงจันทร์ I โลกไร้ระเบียบหลากอุดมการณ์ พรรคก้าวหน้าตกต่ำไม่สามารถนำกระแส
matichon tv
Sep 19, 2026
รายการประชาธิปไตยสองสี : ตอนที่ 128 อธึกกิต แสวงสุข (ใบตองแห้ง ) สนทนากับ เบญจา แสงจันทร์ อดีตกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล ว่าด้วยเรื่อง โลกไร้ระเบียบหลากอุดมการณ์ พรรคก้าวหน้าตกต่ำไม่สามารถนำกระแส เสาร์ 19 กย.2569 เวลา 18.00 น.
https://www.youtube.com/watch?v=FuQTgwjBKsU
เบญจา แสงจันทร์ ซึ่งประกาศชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยโหวตอนุทิน
มองการเคลื่อนไหวในยุคปัจจุบัน ว่ามันยิ่งมีความ "ไร้ระเบียบ" ท่ามกลางความแตกแยกรุนแรง เช่นการรวมตัวกันของคนรุ่นใหม่อินเดียต่อต้านทจริตสอบ ไม่ได้บอกว่าเป็นฝ่ายก้าวหน้าฝ่ายขวาหรือชาตินิยม แต่มีจุดร่วมกัน ถูกโกงอนาคต ซึ่งก็เหมือนกระแสค้าน โกง สว. มาจากหลากหลายกลุ่ม
แต่สภาวะเช่นนี้ อันตรายตรงที่กระแสฝ่ายก้าวหน้าต่ำ พรรคก้าวหน้าไม่สามารถเป็นผู้นำทางความคิด ให้กับสังคม กระแสถล่มระบอบสีน้ำเงินมาพร้อมกับความเกลียดชังนักการเมือง ชาตินิยม เกลียดเขมรเกลียดแรงงานข้ามชาติ เกลียดยิว เกลียดมุสลิม เกลียดคนสามจังหวัดเหมาเป็น BRN
ถ้าพรรคไม่สามารถนำกระแส นำความคิด มันก็จะไหลไปเข้าทางอนุรักษนิยม ซึ่งง่ายมากอยู่แล้วเพราะมันฝังรากลึก
https://www.youtube.com/watch?app=desktop&v=FuQTgwjBKsU...
:
พรรคส้มเนี่ย ถ้ามันเสื่อม ก็ไม่ต่างจากเพื่อไทยหรอก เดี๋ยวก็มีพรรคใหม่ขบวนใหม่ที่ก้าวหน้ากว่าขึ้นมานำ ถึงตอนนั้น ด้อมส้มก็ไม่สามารถโวยวายว่า เราสู้มาก่อน เราถูกกระทำ ธนาธร พิธา โดนตัดสิทธิ ครบสิบปีต้องคืนความยุติธรรมให้เราเป็นนายกฯ สิ

เพียงแต่พรรคส้มน่ะ มันยังมีการต่อสู้ทางความคิดอยู่ภายใน ไม่ว่าในพรรค ในคณะก้าวหน้า จะเดินแนวทางแหลมคมหรือมนกลม มันสามารถเถียงกันได้เสมอ ผิดก็ด่ากัน วิจารณ์กัน แต่ก็ยังสู้ร่วมกันอยู่
ไม่ใช่ไม่มีการต่อสู้ทางความคิดเลยสามัคคีกันแบกสถานเดียว
.....
วิดีโอนี้นำเสนอการสนทนาระหว่าง "ใบตองแห้ง" (อธึกกิต แสวงสุข) และเบญจา แสงจันทร์ อดีตกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล โดยมีเนื้อหาครอบคลุมสถานการณ์การเมืองไทยในปัจจุบัน ความท้าทายที่ขบวนการฝ่ายก้าวหน้ากำลังเผชิญ และแนวคิดเรื่อง "โลกที่ไร้ระเบียบและเต็มไปด้วยอุดมการณ์ที่หลากหลาย"
ประเด็นสำคัญจากการสนทนา:
ความสิ้นหวังทางการเมือง: ผู้สนทนาพูดคุยถึงความรู้สึกสิ้นหวังที่แพร่หลายในสังคมไทยภายหลังเหตุการณ์ทางการเมืองล่าสุด โดยตั้งข้อสังเกตว่าแม้แต่คนรุ่นใหม่ (Gen Z) ก็มักรู้สึกแปลกแยกหรือมองการมีส่วนร่วมทางการเมืองด้วยความไม่เชื่อมั่น (2:28 - 3:05, 5:00 - 5:44)
การสูญเสียแรงขับเคลื่อนของฝ่ายก้าวหน้า: เบญจายอมรับว่าพลังทางการเมืองฝ่ายก้าวหน้ามีศักยภาพในการกำหนดทิศทางวาทกรรมทางสังคมลดลง เธอเน้นย้ำว่าชัยชนะในการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องฟื้นฟูความเชื่อมั่นและนำเสนอวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและเป็นเอกภาพแก่สังคม (1:31 - 1:58, 27:27 - 28:54)
ผลกระทบของกระแสชาตินิยม: การสนทนาชี้ให้เห็นว่า การขาดภาวะผู้นำที่เข้มแข็งจากฝ่ายก้าวหน้าในประเด็นเฉพาะเจาะจง—เช่น ความขัดแย้งบริเวณชายแดนกับกัมพูชา หรือสถานการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้—เปิดช่องให้กระแสชาตินิยมและแนวคิดอนุรักษนิยมเข้ามาครอบงำวาทกรรมสาธารณะ (3:08 - 3:22, 30:16 - 31:03)
บริบทการเมืองโลก: เบญจาแบ่งปันมุมมองจากประสบการณ์การเป็นนักวิจัยรับเชิญที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด โดยตั้งข้อสังเกตว่าในระดับโลก เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคการเมืองที่ "ไร้ระเบียบ" ซึ่งมีลักษณะเด่นคือการเคลื่อนไหวโดยยึดอัตลักษณ์เป็นที่ตั้ง และกระแสขวาจัดที่เพิ่มสูงขึ้นอันเนื่องมาจากความไร้เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ (15:29 - 18:05, 53:34 - 55:18)
ย้อนมองอดีต: การสนทนาครอบคลุมถึงประวัติศาสตร์การเมืองในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา รวมถึงความท้าทายของพรรคก้าวไกลและการตัดสินใจที่เป็นประเด็นถกเถียงอย่างการโหวตเลือกอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งผู้สนทนามองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ส่งผลให้อิทธิพลของขบวนการฝ่ายก้าวหน้าถดถอยลง (55:22 - 58:09)
ขบวนการฝ่ายก้าวหน้ากำลังเผชิญกับความยากลำบากอยู่หรือไม่? ผู้พูดระบุอย่างชัดเจนว่าขณะนี้ขบวนการฝ่ายก้าวหน้ากำลังเผชิญกับภาวะที่ขาดแรงขับเคลื่อนและศักยภาพในการกำหนดทิศทางวาทกรรมทางสังคมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (27:27 - 28:05)
จากการอภิปรายพบว่ามีปัจจัยหลายประการที่ส่งผลให้เกิดสถานการณ์ดังกล่าว:
การสูญเสียความเชื่อมั่นจากสาธารณชน: เกิดความรู้สึกสิ้นหวังในหมู่ผู้สนับสนุน รวมถึงคนรุ่นใหม่ ซึ่งทำให้ยากต่อการกู้คืนความไว้วางใจกลับมา (1:31 - 1:58)
ขาดการนำเสนอวาทกรรมเชิงรุก: ฝ่ายก้าวหน้าล้มเหลวในการทำหน้าที่เป็น "เบรก" หรือกลไกถ่วงดุลกระแสชาตินิยมและแนวคิดอนุรักษนิยมที่กำลังเติบโตขึ้น ทำให้แนวคิดเหล่านั้นเข้ามาครอบงำพื้นที่ทางความคิดแทน (28:11 - 28:54)
ความท้าทายเชิงโครงสร้าง: ขบวนการต้องเผชิญกับอุปสรรคซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมถึงการสูญเสียบุคลากรคนสำคัญ และความจำเป็นในการต้องเริ่มต้นสร้างอัตลักษณ์ทางอุดมการณ์ใหม่อยู่เสมอ (42:33 - 43:03)
พรรคฝ่ายก้าวหน้าจะสามารถกู้คืนอิทธิพลกลับมาได้อย่างไร?
ผู้พูดได้อภิปรายถึงกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อให้ฝ่ายการเมืองก้าวหน้าสามารถฟื้นฟูอิทธิพลและก้าวข้ามภาวะขาดแรงขับเคลื่อนในปัจจุบัน:
สร้างความเชื่อมั่นจากสาธารณชนขึ้นใหม่: ขบวนการฝ่ายก้าวหน้าต้องมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน โดยต้องก้าวข้ามเพียงแค่การมุ่งชนะการเลือกตั้ง แต่ต้องนำเสนอวิสัยทัศน์สำหรับสังคมที่ชัดเจนและเป็นเอกภาพ (01:31-01:58)
เป็นผู้นำในวาทกรรมทางสังคม: ผู้พูดเห็นว่าฝ่ายก้าวหน้าต้องเข้ามาจัดการและแก้ไขประเด็นทางสังคมที่หลากหลายและเป็นเรื่องย่อยๆ ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของสาธารณชนในขณะนี้ หากไม่สามารถเข้ามา "รองรับ" หรือจัดการประเด็นเหล่านี้ได้ ก็จะเปิดโอกาสให้วาทกรรมของฝ่ายอนุรักษนิยมและชาตินิยมเข้ามาแทนที่ (28:11-28:54)
ขับเคลื่อนงานด้านอุดมการณ์เชิงรุก: แทนที่จะรอเพียงช่วงเวลาเลือกตั้ง พรรคฝ่ายก้าวหน้าจำเป็นต้องดำเนินงานด้านอุดมการณ์อย่างต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน สิ่งนี้จำเป็นอย่างยิ่งในการทำหน้าที่เป็น "เบรก" ยับยั้งกระแสความแตกแยกหรือแนวคิดชาตินิยม และช่วยฝังรากฐานค่านิยมหลักของพรรคลงในสังคม (1:03:15-1:04:14)
สร้างความชัดเจนในค่านิยมหลัก: มีข้อเสนอแนะว่าพรรคการเมืองควรรักษาค่านิยมพื้นฐานที่ชัดเจนไว้เพียงไม่กี่ประการเพื่อใช้เป็นรากฐาน การทำเช่นนี้จะช่วยให้พรรคสามารถรวมกลุ่มผู้สนับสนุนที่หลากหลาย ซึ่งอาจมีความเห็นต่างในประเด็นรอง แต่ยังคงความเป็นเอกภาพภายใต้ภารกิจหลักของพรรคไว้ได้ (46:10-49:25)