วันเสาร์, กันยายน 26, 2569

ชวนฟังแนวคิดของ อ.กชกร วรอาคม จาก Landprocess ประเด็นหัวใจสำคัญของแนวคิด "กรุงเทพฯ ท่วมได้" (Living with Water) แนวคิดนี้ไม่ได้หมายถึงการยอมให้น้ำท่วมบ้านเรือนหรือสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ แต่คือการ "จัดสรรพื้นที่ให้น้ำอยู่" อย่างเป็นระบบ เพื่อเปลี่ยน Mindset ของสังคม








https://x.com/PHATI0/status/2103413854378307686
.....

แนวคิดของ อ.กชกร วรอาคม (Kotchakorn Voraakhom) จาก Landprocess ถือเป็นมุมมองทางภูมิสถาปัตยกรรมและการวางผังเมืองแบบ Transformative & Regenerative Design ที่เปลี่ยนวิธีคิดในการรับมือกับสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) อย่างสิ้นเชิง

ประเด็นหัวใจสำคัญของแนวคิด "กรุงเทพฯ ท่วมได้" (Living with Water) ที่แกสื่อสารเสมอผ่านสื่ออย่าง The Cloud สามารถสรุปมุมมองหลักออกมาได้ดังนี้:

1. เปลี่ยนจาก "ต่อสู้" (Fight) เป็น "อยู่ร่วม" (Adapt/Live with)

ปัญหาของแนวคิดเดิม: กรุงเทพฯ ยึดติดกับแนวคิด "เมืองห้ามท่วม" มาโดยตลอด ทำให้เราสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบแข็ง (Hard Infrastructure) เช่น เขื่อน คอนกรีต ผนังกั้นน้ำ และการเร่งสูบน้ำออก ซึ่งเป็นการพยายามต้านพลังธรรมชาติตลอดเวลา

กรุงเทพฯ เป็นเมืองดินพอกแอลูเวียล (Delta City): โดยธรรมชาติตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำ การที่น้ำจะหลากหรือท่วมขังเป็นเรื่องปกติทางนิเวศวิทยา การพยายามทำให้เมือง "แห้งสนิท" ตลอดเวลาจึงเป็นการฝืนธรรมชาติที่ต้องใช้ต้นทุนมหาศาลและล้มเหลวในระยะยาว

2. "รับน้ำให้อยู่" แทนที่จะ "ไล่น้ำให้ออก"

การสร้าง Amphibious City (เมืองครึ่งนกครึ่งน้ำ): เปลี่ยนพื้นที่ในเมืองให้เป็นเหมือน "ฟองน้ำ" (Sponge City Concept) ที่สามารถชะลอ กักเก็บ และซับน้ำไว้ชั่วคราวเมื่อเกิดน้ำท่วมขัง แล้วค่อยๆ ปล่อยออกหรือนำกลับมาใช้

ตัวอย่างเชิงประตูกลทางออกแบบ:

อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ: ออกแบบให้พื้นที่ยกเอียง (Inclined Plane) เพื่อดึงน้ำฝนไหลลงสู่บ่อรับน้ำ (Retention Pond) สวนแห่งนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามอย่างเดียว แต่ทำหน้าที่เป็น "แก้มลิงกลางเมือง" ที่รองรับน้ำได้หลายล้านลิตรในช่วงฝนตกหนัก

สวนป๋วย 100 ปี (มธ. รังสิต): ใช้หลังคาสีเขียว (Green Roof) ขนาดใหญ่รองรับน้ำฝน ชะลอการไหลซึมลงสู่ระบบระบายน้ำเมือง และเป็นแปลงเกษตร urbano ในตัว

3. น้ำท่วมไม่ใช่ "ภัยพิบัติ" แต่คือ "ปรากฏการณ์ธรรมชาติ"

เปลี่ยน Mindset ของสังคม: ความเสียหายจากน้ำท่วมส่วนใหญ่เกิดจากการที่เราไปปลูกสร้างขวางทางน้ำ หรือการออกแบบเมืองที่ไม่เว้นสเปซให้น้ำอยู่

หากเมืองมีพื้นที่รองรับน้ำที่เป็นมิตร (Water-centric Infrastructure) น้ำท่วมขังในระยะเวลาสั้นๆ บนพื้นที่ที่เตรียมไว้รองรับ จะไม่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและเศรษฐกิจ และถูกมองว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวงจรฤดูกาล

มุมมองของ อ.กชกร อาจจะฟังดู Radical สำหรับเมืองที่ชินกับการพึ่งพาปั๊มน้ำและผนังคอนกรีต แต่ในทางสถาปัตยกรรมสิ่งแวดล้อมระดับโลก แนวคิดการ "ปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกับน้ำ" (เช่น โมเดลการจัดการน้ำของเนเธอร์แลนด์ หรือ Sponge City ของจีน) กลายเป็นทางออกเดียวที่ยั่งยืนสำหรับเมืองหลวงที่กำลังจมลงเรื่อยๆ อย่างกรุงเทพมหานคร

แนวคิด "กรุงเทพฯ ท่วมได้" ของ อ.กชกร วรอาคม ไม่ใช่การปล่อยเกาะให้เมืองจมน้ำตามยถากรรม แต่คือการเสนอ Paradigm Shift (การเปลี่ยนกระบวนทัศน์) ในการวางผังเมืองและงานสถาปัตยกรรม โดยเปลี่ยนจากการพยายามเอาชนะธรรมชาติ มาเป็นการออกแบบเมืองที่ยืดหยุ่นและลู่ตามธรรมชาติ (Climate Resilience)

1. ทำไมถึงบอกว่า "กรุงเทพฯ ห้ามท่วม" คือความเชื่อที่ผิดธรรมชาติ?

กรุงเทพมหานครตั้งอยู่บนพื้นที่ดินพอกแอลูเวียล (River Delta) ซึ่งเกิดจากการทับถมของตะกอนแม่น้ำ มีลักษณะเหมือน "ฟองน้ำตามธรรมชาติ" ที่เคยซึมซับและกระจายน้ำหลากในฤดูน้ำแดงมาตั้งแต่อดีต

โครงสร้างแบบแข็ง (Grey Infrastructure): ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา เราพยายามทำให้เมืองแห้งด้วยการสร้างเขื่อน คอนกรีต และท่อระบายน้ำเพื่อเร่งผลักน้ำออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด

ผลลัพธ์ที่ล้มเหลว: ยิ่งเราถมคลอง ปูพื้นคอนกรีตทับพื้นที่รับน้ำ และสร้างกำแพงกั้น น้ำก็ยิ่งหาทางไปไม่ได้ เมื่อบวกกับปัญหากรุงเทพฯ จมลง (Land Subsidence) และระดับน้ำทะเลสูงขึ้น การพยายามทำเมืองให้ "แห้งสนิท" จึงกลายเป็นเรื่องที่ไม่ยั่งยืนและต้องจ่ายค่าบำรุงรักษามหาศาล

2. หัวใจของ "กรุงเทพฯ ท่วมได้" (Living with Water)

แนวคิดนี้ไม่ได้หมายถึงการยอมให้น้ำท่วมบ้านเรือนหรือสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ แต่คือการ "จัดสรรพื้นที่ให้น้ำอยู่" อย่างเป็นระบบ โดยสรุปเป็นหลักการออกแบบได้ดังนี้:

เปลี่ยนเมืองให้เป็นฟองน้ำ (Sponge City Concept): เพิ่มพื้นที่เขียวและระบบซึมน้ำธรรมชาติ (Green-Blue Infrastructure) เพื่อชะลอน้ำฝนไม่ให้ทะลักลงท่อระบายน้ำพร้อมกันทั้งหมด

การออกแบบให้ท่วมอย่างเป็นมิตร (Design for Flooding): ออกแบบพื้นที่สาธารณะ ลานกิจกรรม หรือสวนสาธารณะ ให้ทำหน้าที่เป็น "แก้มลิงชั่วคราว" ในช่วงฝนตกหนัก น้ำท่วมขังในสวนได้เป็นเวลาไม่กี่ชั่วโมงหรือกี่วัน โดยไม่รบกวนการจราจรหรือพื้นที่เศรษฐกิจโดยรอบ
3. ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมจากงานออกแบบของ Landprocess

แกไม่ได้เสนอเพียงแค่ทฤษฎี แต่ใส่แนวคิดนี้ลงในงานออกแบบระดับเมืองจริง เช่น:

อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ: ออกแบบให้พื้นที่ทั้งสวนมีความเอียง 3 องศา เพื่อใช้แรงโน้มถ่วงดึงน้ำฝนไหลผ่านสวนบำบัด พื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetlands) และลงสู่บ่อกักเก็บน้ำ (Retention Pond) ส่วนปลาย สวนแห่งนี้สามารถกักเก็บและชะลอน้ำได้ถึง 1 ล้านแกลลอน ในยามวิกฤต

สวนป๋วย 100 ปี (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต): เปลี่ยนหลังคาอาคารเป็น สวนหลังคาสีเขียว (Green Roof) ขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งช่วยชะลอการไหลของน้ำฝนลงสู่พื้นดินได้มากกว่า 50% พร้อมทั้งมีบ่อรับน้ำรอบอาคารเพื่อหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้
สรุปข้อคิดจากแนวคิด อ.กชกร

แนวคิด "กรุงเทพฯ ท่วมได้" คือการย้ายมุมมองจาก "การจัดการภัยพิบัติ" (Disaster Management) ไปสู่ "การออกแบบเมืองเพื่อปรับตัว" (Adaptive Urban Design) น้ำท่วมไม่ใช่ศัตรูที่ต้องเอาชนะ แต่เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เมืองต้องหาทางสเปซและระบบรองรับอย่างชาญฉลาด
.....


Coming of Age | EP. 306 | กชกร วรอาคม ภูมิสถาปนิกที่ UN มอบรางวัลให้ สู่ศาสตราจารย์พิเศษ Cornell

The Cloud

Jul 14, 2026 
Coming of Age | The Cloud Podcast

กชกร วรอาคม ศาสตราจารย์พิเศษแห่งมหาวิทยาลัย Cornell ภูมิสถาปนิกไทยผู้คว้ารางวัล UN Global Climate Action Awards พ.ศ. 2563 สาขา Woman for Results จากผลงานดังอย่างอุทยาน 100 ปี จุฬาฯ, อุทยานการเรียนรู้ ป๋วย 100 ปี และสวนลอยฟ้าเจ้าพระยา จากเด็กฝึกงานในสหรัฐอเมริกา เรียนต่อที่ Harvard ก่อตั้งองค์กรเพื่อสังคม ไปจนถึงได้รับเกียรติให้ดำรงตำแหน่ง A.D. White Professor-at-Large หนึ่งในเกียรติยศทางวิชาการสูงสุดของมหาวิทยาลัย Cornell 

รายการ Coming of Age ตอนนี้ ไม่ได้ชวนอาจารย์กชมาคุยแค่เรื่องการออกแบบ แต่ชวนเธอเล่าถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต ทั้งการค้นพบว่างานในฝันอาจไม่ใช่คำตอบ ตัดสินใจกลับเมืองไทยเพราะความรัก เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว และบทเรียนจากความล้มเหลวที่ทำให้เธอเข้าใจความหมายของคำว่า ‘การเปลี่ยนแปลง’ และคุณค่าของครอบครัวมากขึ้น

เพราะการออกแบบที่แท้จริงไม่ใช่แค่การสร้างให้สวยงาม แต่รวมถึงการออกแบบกระบวนการ ออกแบบพฤติกรรม และสร้างอนาคตที่ดีขึ้นให้กับทุกคน

ดำเนินรายการ : ทรงกลด บางยี่ขัน
กำกับ : คฑาวุฒิ เผือกสอาด
ถ่ายภาพ : คฑาวุฒิ เผือกสอาด, ศวิตา ศีลตระกูล
ตัดต่อ : กิตติรักษ์ คงอาวุธ
ควบคุมการผลิต : วรัมพร ศิริสวัสดิ์, วิจักร์ สกลพงศ์ไพโรจน์, พัชรพร ขันธะรัก


https://www.youtube.com/watch?v=2hzNfhMa3Fk