วันศุกร์, กันยายน 18, 2569

เซงกับการเมืองไทยวันนี้


Kiatichai Pongpanich
2 hours ago ·

๐ เซงครับ กับถ้อยแถลงเรื่องฮั้ว ส ว ที่ให้อารมณ์ “หลงจ๊งเก๋าเจ๊ง“ ไปตามๆกันนั่นกระมัง นี่ไงความรู้สึกร่วมของสังคม(Public sentiment) มันเป็นไปในทางลบอยู่มากกว่า เพระฐานความ
ศรัทธาเชื่อมั่น ความน่าเชื่อถือ มันล่มสลายลงแทบทุกเสาหลัก อย่างไม่อธิบายก็รู้สึกกันได้
๐ ทุรกรรม ”ฮั้ว“ กันขนาดนี้ ปลาซิวปลาสร้อยทั้งนั้นที่ติดร่างแห ส่วนคนทอดแหแห่ระเบิดเถิด
เทอง กระหยิ่มยิ้มย่อง อวดโอ่อีโก้แตกกันอยู่ใต้เงาอสูรย์ภายไต้ความเป็น ”รัฐพันลึก“ (Deep State) หรือไม่เล่านั่น
๐ ” กูละเบื่อ“ เหมือนชื่อหนังสือเล่มล่าสุดของ ดร สุเมธ ตันติเวชกุล เลยละเธอ
๐ นี่เอง ใช่ไหม ที่กล่าวขานร่านอธิบายกันว่า มันเป็น ” ประชาธิปไตยแบบไทยๆ“ ของเมือง
ไถ พัฒากันมายังไง้ ถึงได้ ”รัฐบาลมากมนทิน“ แก้ตัวกันไปวันๆกับข้อกล่าวหาที่ขุดคุ้ยหลักฐานเป็นพะเรอเกวียนออกมาให้เห็น
๐ มหกรรมใหญ่โตโอราฬทั่วประเทศ ปลาซิวปลาสร้อยทำกันเองจ้า ปลาฉลาม ปลาชะโด ไม่
รู้ไม่เห็นจ้า
๐ ฉากทัศน์ที่จะเกิดจากนี้ ฟ้องกันระเบิดเถิด
เทองเลยละเธอ คอยดู
๐ พัฒนาการของเหตุเหล่านี้ บ่งชี้ความเป็น ”รัฐอ่อนแอ“ ( Weak State) ที่กับพฤติกรรมทาง
การเมืองอย่างนี้ ดูราวกำลังจะก้าวเดินไปยืนอยู่บนหุบเหวหายนะของความเป็น ”รัฐล้มเหลว”
( Failed State) ซึ่งปล่อยไปอย่างนี้ก็คงอีกไม่นาน ในท่ามกลางเสียงเยาะเย้ยหยันของชุมชนโลก
๐ ความฉิบหายมันเกิดขึ้นแล้ว ( Damages had been done) กับระบอบประาธิปไตยของเมืองไถ หรือมันก็เป็นไปอย่างเพื่อนประเทศในเอเซียด้วยกัน ที่ในที่สุดก็ลงเอยด้วยทหารทำการ
รัฐประหารยึดอำนาจ แล้วก็ทำเสียของ อย่างที่มองเห็นเป็นมาในประเทศไทยนี่เอง
๐ เอ่ยอ้างสร้างประชาธิปไตยอย่างฮึกเหิมคึกคนอง ใช้วาทะกรรมเพื่อชาติประชาชนละลาย
พฤติกรรมสร้างบาดแผลประชาธิปไตย( Democratic deficit) หน้าตาเฉย เอ่ยอ้างสร้างประชาธิปไตยรูปแบบต่างๆให้ดูสวยหรู สร้างภาพความเป็นผู้นำเก่งกาจ
๐ รวบอำนาจเล่นการเมืองแบบนายทุน ขุนศึก ศักดินา รัฐบาลครอบครัว บ้านใหญ่ เจ้าพ่อ
เจ้าแม่ นายใหญ่ ( the Crony government) ในคราบใครความหมายแท้จริงของระบอบอำนาจนิยม ต่างอะไรกันหรือกับรูปแบบการใช้อำนาจความเป็นเผด็จการ
๐ เห็นได้ชัดจากนิยามความเป็นประชาธิปไตยของผู้นำเหล่านี้ อย่างเช่น อายุป ข่าน เรียกว่า
Basic Demorcracy ซูการ์โน เรียกว่า Guided Democracy ซูร์ฮาโต เรียกว่า Panchasila
Demorcracy วราดิมีร์ ปูติน เรียกว่า Managed Demorcracy นายพลตานฉ่วยของเมียนมา
ปัจจุบัน เรียกประชาธิปไตยว่า Discipline-flourishing Democracy
๐ ล้วนมาจากการรัฐประหารทั้งสิ้น ประชาธิปไตยแบบไทยๆ ต่างกันตรงไหนหรือ
๐ ผลที่ได้ออกมา(outcome) ล้วนได้เห็นความฉ้อฉลของการรวบอำนาจรัฐ ผลอันมีผลออกไป (output) คือ การมีรัฐบาลในเงามืด และความยากจนยิ่งขึ้นของมวลชนในประเทศ และกับความแตกแยกเรียกร้องอำนาจของประชาชน ความเป็นรัฐอ่อนแอ รัฐล้มเหลว ที่น่ากังวลยิ่ง
๐ อนาคตที่มืดมัวในความเป็นประชาธิปไตยในนิยามของคนผู้นำเหล่านี้ จะเห็นตัวอย่างเหลือค้างสร้างปัญหาทางการเมืองตามมาเสมออย่างหนึ่ง คือการสร้างปฏิมากรรมทางการเมืองเลอะเทอะในรัฐธรรมนูญที่ร่างกันเองขึ้นมา ไม่ว่าจะอ้างมติมหาชนที่ทำกันขึ้นมาอย่างไรก็ตาม
๐ นี่เป็นตัวอย่างเห็นชัดเฉพาะกับประเทศไถ และนี่เองที่เห็นการเคลื่อนไหวของสังคมการเมือง
ต่อความพยายามที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ใช่ไหม หาไม่ เราก็จะมีรัฐบาล “มากมนทิน“
อย่างที่มองเห็นเป็นอยู่ขณะนี้
๐ ไหวหรือ ?
๐ น้ำที่ถูกตีจนกระเพื่อมจากกรณี ”ฮั้ว ส ว “ จนต่อจากวันที่ 28 กันยายนนี้ จะกลายเป็นคลื่นใหญ่ลูกใหม่ที่จะโหมกระหน่ำรัฐบาลเรียกร้องความชอบธรรมของอีกหลายคดีที่ังคั่งค้างเรียกร้องกันอยู่
๐ ที่สำคัญ ประเด็นแก้ไขหรือร่างรัฐธรรมนญใหม่ จะเป็นคลื่นอีกลูกหนึ่งที่จะเผชิญหน้ากันในทางการเมือง ยืดเยื้อกันอยู่ได้ ไม่เป็นสัปรดกันเสียจริง

เกีวรติชัย พงษ์พาณิชย์
18. กันยายน 2569

https://www.facebook.com/kiatichai.pongpanich.18/posts/1412025387563785