วันพฤหัสบดี, กันยายน 24, 2569

เป็นมูฟที่ฉลาดหรือไม่ที่ ภราดร โพสต์โต้ปมชาวอยุธยาถือปี๊บโผล่ร้องที่สภา ลั่นอย่าเอาความเดือดร้อนประชาชนมาเล่นการเมือง (ว่าอดีต สส. พรรคประชาชน) ชี้น้ำท่วมแก้ไม่ได้ใน 2-3 ปี



Gemini ว่าไง

การที่นายภราดร ปริศนานันทกุล โพสต์โต้ตอบกรณีชาวอยุธยาเดินทางมาถือปี๊บประท้วงที่รัฐสภา ถือเป็น "ดาบสองคม" ทางการเมือง ซึ่งมีทั้งผลดีในแง่การชี้แจงข้อเท็จจริง และผลเสียในแง่ความรู้สึกของประชาชนที่กำลังเดือดร้อน สามารถมองได้เป็น 2 ด้าน ดังนี้

ข้อดี (มุมมองในเชิงข้อมูลและการชี้แจง)

ให้ข้อมูลเชิงโครงสร้างที่เป็นจริง: ปัญหาน้ำท่วมในลุ่มน้ำเจ้าพระยาเป็นปัญหาระดับโครงสร้างใหญ่ การชี้แจงว่าโครงการขนาดใหญ่ (เช่น โครงการผันน้ำชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย หรือบางบาล-บางไทร) ไม่สามารถเสร็จได้ในเวลา 2–3 ปี แต่ต้องใช้เวลา 7–8 ปี ถือเป็นการสื่อสารบนพื้นฐานความเป็นจริงตามหลักวิศวกรรมชลประทาน

แสดงอัพเดตความคืบหน้า: เป็นโอกาสในการสื่อสารว่ารัฐบาลได้เริ่ม "นับหนึ่ง" ผลักดันงบประมาณและโครงการแก้ปัญหาระยะยาวไว้แล้ว เพื่อให้เห็นว่าไม่ได้นิ่งเฉย

ตัดเกมฝ่ายตรงข้าม: การเตือนว่า "อย่าเอาความเดือดร้อนมาเล่นการเมือง" เป็นการตอบโต้ทางการเมืองเพื่อโต้กลับพรรคฝ่ายค้าน (พรรคประชาชน) ที่นำชาวบ้านมาร้องเรียนและจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ (ตีปี๊บ)

ข้อเสีย (มุมมองในเชิงการบริหารวิกฤตและการสื่อสารสาธารณะ)

กระทบจิตใจผู้ประสบภัย: ประชาชนที่กำลังจมน้ำหรือได้รับความเสียหาย ต้องการ "ความเห็นอกเห็นใจและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด่วน" การออกมาระบุว่าแก้ไม่ได้ในเร็ววันหรือเตือนเรื่องการเมือง อาจถูกมองว่าเป็นการปัดความรับผิดชอบ หรือมองข้ามความทุกข์ร้อนของชาวบ้าน

เบี่ยงประเด็นจากความเสียหายปัจจุบัน: กิจกรรม "ตีปี๊บ" ของชาวบ้านบางส่วนเกิดจากความเดือดร้อนเรื่องการเตือนภัยที่กระทันหัน การเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ หรือคำพูดก่อนหน้านี้ของ สส. ในพื้นที่ที่บอกว่าน้ำจะไม่ท่วม แต่สุดท้ายกลับท่วมสูง การเน้นย้ำเรื่องโครงการ 7–8 ปี จึงไม่ได้ตอบโจทย์ความเสียหายที่เกิดขึ้นตรงหน้า

สร้างภาพลักษณ์ปะทะกับประชาชน: แม้เป้าหมายของโพสต์คือการโต้ตอบฝ่ายค้าน แต่วิธีการเขียนอาจทำให้คนรู้สึกว่ารัฐมนตรีกำลัง "โต้เถียงกับชาวบ้านที่เดือดร้อน" ซึ่งส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ทางการเมืองโดยรวม

สรุป

ในเชิง "การให้ข้อมูล" ถือว่าจำเป็นและถูกต้องที่ต้องบอกความจริงเรื่องระยะเวลาแก้ไขปัญหา แต่ในเชิง "การบริหารภาวะวิกฤตและการสื่อสารสาธารณะ (Crisis Communication)" ถือว่า ยังไม่ใช่วิธีที่ฉลาดนัก เพราะการใช้โทนเสียงตอบโต้ทางการเมืองในขณะที่ประชาชนกำลังผจญอุทกภัย มักจะทำให้กระแสตีกลับมาที่ฝั่งผู้มีอำนาจมากกว่า
.....