·
แคธริน เกเบล สส.หญิงเยอรมัน จากพรรคฝ่ายซ้าย (Der Linke) กล่าวเปรียบเปรยนักการเมืองชายในสภาว่าเป็นคลิตอริส หรือปุ่มกระสัน หลังจากเธอถูกพูดแทรกขัดจังหวะระหว่างกล่าวสุนทรพจน์เรื่องความรุนแรงต่อผู้หญิง
.....
เรื่องนี้ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮาและกลายเป็นไวรัลในแวดวงการเมืองเยอรมันและระดับสากลอย่างมาก ซึ่งสะท้อนถึงการปะทะกันทางวาทกรรมเรื่องความเท่าเทียมทางเพศและวัฒนธรรมในรัฐสภาได้อย่างดุเดือด
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ แคธริน เกเบล (Kathrin Gebel) สส. หญิงจากพรรคซ้าย (Die Linke) กำลังอภิปรายในประเด็นที่จริงจังและละเอียดอ่อนอย่าง "ความรุนแรงต่อสตรี" แต่ในระหว่างที่เธอกำลังพูด กลับถูกบรรดา สส. ชาย (โดยเฉพาะจากฝั่งอนุรักษ์นิยมและขวาจัด) ส่งเสียงตะโกนแทรก ขัดจังหวะ และหัวเราะเยาะเย้ยอยู่เป็นระยะ
เมื่อความอดทนหมดลง เธอจึงตัดสินใจโต้กลับด้วยการเปรียบเปรยที่ทำเอาคนทั้งสภาถึงกับอึ้ง โดยระบุว่า:
"พวกคุณ (สส. ชายที่ชอบขัดจังหวะ) ก็เหมือนกับ 'คลิตอริส' (Clitoris) นั่นแหละ... เพราะพวกคุณโผล่มาส่งเสียงเฉพาะตอนที่รู้สึก 'ถูกกระตุ้น' (Stimulated) เท่านั้น แต่ที่สำคัญที่สุดคือ พวกคุณส่วนใหญ่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันอยู่ตรงไหนและทำงานยังไง!"
แคธริน เกเบล สส.หญิงเยอรมัน จากพรรคฝ่ายซ้าย (Der Linke) กล่าวเปรียบเปรยนักการเมืองชายในสภาว่าเป็นคลิตอริส หรือปุ่มกระสัน หลังจากเธอถูกพูดแทรกขัดจังหวะระหว่างกล่าวสุนทรพจน์เรื่องความรุนแรงต่อผู้หญิง
.....
เรื่องนี้ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮาและกลายเป็นไวรัลในแวดวงการเมืองเยอรมันและระดับสากลอย่างมาก ซึ่งสะท้อนถึงการปะทะกันทางวาทกรรมเรื่องความเท่าเทียมทางเพศและวัฒนธรรมในรัฐสภาได้อย่างดุเดือด
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ แคธริน เกเบล (Kathrin Gebel) สส. หญิงจากพรรคซ้าย (Die Linke) กำลังอภิปรายในประเด็นที่จริงจังและละเอียดอ่อนอย่าง "ความรุนแรงต่อสตรี" แต่ในระหว่างที่เธอกำลังพูด กลับถูกบรรดา สส. ชาย (โดยเฉพาะจากฝั่งอนุรักษ์นิยมและขวาจัด) ส่งเสียงตะโกนแทรก ขัดจังหวะ และหัวเราะเยาะเย้ยอยู่เป็นระยะ
เมื่อความอดทนหมดลง เธอจึงตัดสินใจโต้กลับด้วยการเปรียบเปรยที่ทำเอาคนทั้งสภาถึงกับอึ้ง โดยระบุว่า:
"พวกคุณ (สส. ชายที่ชอบขัดจังหวะ) ก็เหมือนกับ 'คลิตอริส' (Clitoris) นั่นแหละ... เพราะพวกคุณโผล่มาส่งเสียงเฉพาะตอนที่รู้สึก 'ถูกกระตุ้น' (Stimulated) เท่านั้น แต่ที่สำคัญที่สุดคือ พวกคุณส่วนใหญ่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันอยู่ตรงไหนและทำงานยังไง!"
นัยยะและผลกระทบจากวาทะนี้
การประชดประชันเชิงโครงสร้าง: เกเบลไม่ได้ตั้งใจจะใช้คำลามกเพื่อความสนุก แต่เป็นการใช้ตลกร้าย (Satire) เพื่อโจมตี "ความไม่รู้" (Ignorance) ของนักการเมืองชายบางกลุ่ม ที่นอกจากจะไม่เข้าใจปัญหาความรุนแรงทางเพศที่ผู้หญิงต้องเผชิญแล้ว ยังชอบทำตัวเป็นศูนย์กลางและคอยขัดขวางการพูดถึงสิทธิสตรี
ปฏิกิริยาในสภา: แน่นอนว่าฝั่ง สส. ชายที่ถูกพาดพิงแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง และพยายามเรียกร้องให้ประธานสภาตักเตือนเธอเรื่องการใช้ "คำไม่เหมาะสม" ในห้องประชุมอันทรงเกียรติ แต่ฝั่งสนับสนุนกลับมองว่านี่คือการเอาคืนที่ชาญฉลาดและทรงพลัง
กระแสวิจารณ์: วาทะนี้ถูกแชร์ต่อในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว กลุ่มสิทธิสตรีและคนรุ่นใหม่มองว่ามันเป็นการตอบโต้อย่างเจ็บแสบต่อวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ (Mansplaining / Manterruption) ในขณะที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมวิจารณ์ว่าเป็นการลดทอนความน่าเชื่อถือของการอภิปรายในรัฐสภา
นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการใช้โวหารการเมืองยุคใหม่ที่เลือกใช้ประเด็นแหลมคมทางเพศมาตอกกลับการคุกคามในพื้นที่สาธารณะได้อย่างตรงจุด