.jpg)
The Isaander
July 3
·
“ชาวบ้านด่าสื่อกันเยอะ พี่คิดว่าก็สมควรถูกด่าเนาะ แต่เขาคงไม่ได้สะดุ้งสะเทือนอะไรหรอก เพราะเขามีโลกทัศน์ หรือความเชื่อแบบเดียวกับอนุรักษ์นิยมและสลิ่ม”
The Isaander ชวนย้อนอ่าน บทสัมภาษณ์ของ สุชาดา จักรพิสุทธิ์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูล&ข่าวสืบสวนสิทธิพลเมือง (TCIJ)และอดีตบรรณาธิการนิตยสารสารคดี เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ย้อนมองวงการสื่อไทยในวันที่สังคมตั้งคำถาม
.
.
เป็นความสำเร็จของ The Isaander ที่สามารถหลอกล่อ พี่ดา-สุชาดา จักรพิสุทธิ์ มารับประทานเบียร์ร่วมกันได้ แต่ที่ประสบความสำเร็จยิ่งกว่า คือ การได้เป็นไมโครโฟนให้คนระดับอาจารย์ของวงการสื่อเช่นเธอ แสดงทัศนะที่มีต่อวงการสื่อในปัจจุบันสมัย สำหรับคนรุ่นใหม่ ชื่อ “สุชาดา” อาจจะไม่คุ้นหูนัก แต่สำหรับคนที่สะสมฤดูฝน และฤดูร้อนมามากพอ น่าจะจำเธอได้ในฐานะบรรณาธิการคนแรกของนิตยสาร “สารคดี”
“การด่าสื่อที่เรารู้สึกว่าไม่ทำหน้าที่อย่างที่ควรทำ หรือที่คนเรียกว่า สื่อเสี้ยมอะไรทั้งหลาย มันก็เป็นการต่อสู้-ต่อรองของภาคประชาชน ในการเมืองภาคประชาชน มันชัดขึ้นเมื่อสถานการณ์การเมืองมันเข้มข้น เพราะคนมีความคาดหวังว่า ขณะที่กูหมดพื้นที่ทุกอย่างแล้ว สื่อมันควรจะเป็นพื้นที่ตรงกลาง
“ตามอาชีวปฏิญาณ(การปฏิญาณตนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าจะประกอบวิชาชีพตามบรรทัดฐาน) สื่อควรเป็นพื้นที่ตรงกลางให้กับสังคม แต่เมื่อสื่อทำสิ่งที่ผิดไปจากความคาดหวัง หรือหลักการทั้งหลาย เราก็มีสิทธิที่จะด่าคุณ เพราะคุณอ้างว่า สื่อเป็นปากเสียงของประชาชน เสรีภาพของสื่อคือ เสรีภาพประชาชน ครั้นคุณไม่ได้แสดงออกถึงบทบาทหน้าที่ตามวาทกรรมนี้ มันก็เกิดปฏิกริยาที่จะต้องแสดงออกให้สื่อรู้ว่า คุณควรจะทำอะไร เมื่อคุณไม่ได้ทำ เราในฐานะประชาชนมีสิทธิที่จะด่าว่า วิพากษ์ วิจารณ์คุณ
“เมื่อ 10 ปีก่อน เคยมีงานวิจัยชิ้นนึงถามว่า อาชีพที่ประชาชนเกลียดที่สุดคืออาชีพอะไร อาชีพที่ติดอันดับคือ ตำรวจ, เอ็นจีโอ และสื่อ ซึ่งใน 3 อาชีพนี้ มันมีจุดร่วมหรือเอกลักษณ์ของความน่ารักเกียจ คือ คุณอ้างประชาชนเสมอ สื่อก็อ้างว่า ตัวเองเป็นปากเสียงของประชาชน ตำรวจก็บอกว่า พิทักษ์สันติราษฎร รับใช้ประชาชน และเอ็นจีโอก็มักพูดว่า ตัวเองคือภาคประชาชน พิทักษ์ผู้ด้อยโอกาส, ปกป้องทรัพยากร, คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน, เป็นตัวถ่วงดุลกับภาครัฐ
“การอ้างประชาชน คือ จุดร่วมของความน่ารังเกียจ เพราะขณะที่อ้างประชาชน ตำรวจก็ยังมีข้อครหา และสร้างปัญหาเชิงประจักษ์มากมาย เช่น ในสถานการณ์การชุมนุม เราก็เห็นว่า ตำรวจยืนอยู่ตรงไหน ตำรวจไม่ใช่กลไกของความยุติธรรมคนก็เห็นๆกัน เอ็นจีโอก็เหมือนกัน คุณอ้างว่าคุณเป็นภาคประชาชน แต่เอาเข้าจริงเอ็นจีโอจำนวนมากก็ไม่ได้เข้าถึงปัญหาของประชาชนจริงๆ อยู่ข้างหลังประชาชนซะด้วยซ้ำ หลายปัญหาที่เกิดขึ้นเอ็นจีโอเงียบกริบ สยบยอมต่ออำนาจ และคุณก็ไม่ได้ทำงานให้ประชาชนฟรีๆ คุณก็กินเงินเดือน
“สื่อก็เช่นเดียวกัน บอกเป็นปากเสียงประชาชน แม่งประชาชนส่วนไหนวะ เพราะฉะนั้น สมควรไหมที่ประชาชนจะต้องวิพากษ์-วิจารณ์ไปจนถึงขั้นด่า ในยุคสมัยนี้ Media Disruption(การเปลี่ยนแปลงของวงการสื่อหลังยุคอินเตอร์เน็ต) ทำให้คำว่าสื่อไม่ได้ถูกผูกขาดโดยสื่อกระแสหลักอีกต่อไปแล้ว การสร้างสื่อหรือพื้นที่สาธารณะเพื่อที่จะ Voice Out(ส่งเสียง) ไม่ได้ถูกผูกขาดโดยสื่อมืออาชีพ ไม่ต้องเป็นหนังสือพิมพ์ระดับชาติ เป็นทีวี เป็นวิทยุอีกต่อไปแล้ว
“มันมี Platform(ช่องทางการสื่อสาร) ใหม่ๆเกิดขึ้น มันมี Individual Journalist(สื่อมวลชนอิสระ) เกิดขึ้น มันมีคนที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการพูดปัญหาของตัวเอง ปัญหาของกลุ่ม ปัญหาของภาคประชาชนได้แล้ว อำนาจการสื่อสารนี้ขยายตัวมากขึ้น และสวนทางกับอำนาจที่น้อยลงของสื่อกระแสหลัก เพราะ Media Disruption ส่วนนึง แต่เพราะคุณก็ทำตัวเองส่วนนึง คุณกลายเป็น Actor(ตัวแสดง) ทางการเมืองที่ให้โทษประชาชน หรือให้โทษผู้บริโภคสื่อซะด้วยซ้ำ”
.
อ่านต่อลิงค์ใต้คอมเม้นท์
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1604432961684764&set=a.505263524935052