วันอังคาร, กรกฎาคม 14, 2569

#ฝากถึงรัฐมนตรียุติธรรม และ #ศาลยุติธรรม กรณี #เอกชัยหงส์กังวาน 🙏

https://www.facebook.com/angkhana.nee/posts/10166414917493268

Angkhana Neelapaijit 
Yesterday
·
#ฝากถึงรัฐมนตรียุติธรรม และ #ศาลยุติธรรม
ส่วนตัวรู้จัก #เอกชัยหงส์กังวาน มาหลายปี ตั้งแต่ทำหน้าที่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เอกชัยมาร้องเรียนทุกครั้งที่เขาถูกทำร้าย ถ้าจำไม่ผิดน่าจะ 7-8 ครั้งรวมถึงกรณีที่รถของเขาถูกบุคคลไม่ทราบชื่อเผา คดีทำร้ายร่างกายทั้งหมด รวมถึงคดีเผารถ ตำรวจจับผู้กระทำผิดได้รายเดียวโดยเอกชัยเป็นผู้ชี้ให้ตำรวจจับ คดีนั้นสุดท้ายไกล่เกลี่ยขอโทษกันไป ซึ่งเอกชัยก็ยินดีไม่เอาโทษคนที่ทำร้าย ส่วนคดีที่เขาถูกทำร้ายอีกหลายคดี ผู้กระทำผิดยังคงลอยนวล และเอกชัยไม่เคยได้รับการเยียวยาในความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งการเยียวยาด้วยความยุติธรรม (judicial remedy) และการเยียวยาทางจิตใจ
.
เอกชัยเป็นทั้งผู้เสียหาย และผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยในหลายคดี เขาเคยถูกฟ้องตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (4) #นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลลามก และประชาชนเข้าถึงได้ ตอนที่เชาโพสต์เปิดเผยเรื่องราวการล่วงละเมิดทางเพศในเรือนจำ โดยเขาเล่าประสบการณ์ทางเพศที่เขาพบระหว่างถูกจำคุก ซึ่งจากประสบการณ์ส่วนตัว การมีเพศสัมพันธ์ รวมถึงการล่วงละเมิดทางเพศในเรือนจำเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่มีใครกล้าร้องเรียน เคยศึกษาถึงปัญหาการแพร่ระบาดของ HIV ในเรือนจำที่พบว่าสูงขึ้นในแต่ละปี ซึ่งเรื่องนี้ทางเรือนจำรู้ดี
.
เมื่อเดือนกันยายน 2566 เอกชัย ป่วยเป็นฝีในตับมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ตับโต พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สมัยนั้นให้การดูแลอย่างดี โดยส่งตัวเขามารักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคตับที่โรงพยาบาลราชวิถี โดยแพทย์ได้ทำการเจาะระบายหนองออกและให้ยาฆ่าเชื้อ จนอาการทุเลาเป็นปกติ .. มาปีนี้เขาเริ่มมีอาการปวดท้อง แพทย์โรงพยาบาลราชทัณฑ์ตรวจพบมีอาการตับม้ามโต ปวดท้อง แต่เห็นว่ายังช่วยเหลือตัวเองได้ จึงไม่ส่งตัวเข้ารับการรักษาตามที่เอกชัยร้องขอ
.
พรุ่งนี้ ศาลนัดพิจารณาตามคำขอปล่อยตัวชั่วคราว ครั้งที่ 4 ของเอกชัย หงส์กังวาน หลังจากที่ศาลยกคำร้องมาแล้ว 3 ครั้ง ก็หวังว่าศาลจะพิจารณาถึงสภาพการเจ็บป่วย และอนุญาตให้เอกชัยได้รับสิทธิในการปล่อยตัวชั่วคราว หรือให้เอกชัยได้รับการส่งตัวเพื่อพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคเพื่อสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสุขภาพได้ตาม #มาตรฐานขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง (United Nations Standard Minimum Rules for the Treatment of Prisoners - Mandela Rules) ข้อกำหนด 27
(1) ในกรณีฉุกเฉิน ผู้ต้องขังทุกคนต้องได้รับการประกันว่าสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้โดยพลัน ผู้ต้องขังที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาหรือการผ่าตัดเฉพาะทาง ต้องได้รับการส่งตัวไปยังหน่วยงานที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางหรือโรงพยาบาลของพลเรือน ในกรณีที่เรือนจำมีโรงพยาบาลของตนเอง โรงพยาบาลนั้นต้องมีบุคลากรและอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างเพียงพอ และมีศักยภาพที่จะให้การรักษาและดูแลอย่างเหมาะสมกับผู้ต้องขังที่ได้รับตัวมา
(2) การตัดสินใจทางการแพทย์ให้กระทำได้เฉพาะผู้รับผิดชอบที่มีวิชาชีพด้านการแพทย์เท่านั้นและการตัดสินใจดังกล่าวจะต้องไม่ถูกลบล้าง หรือเพิกเฉยโดยผู้ที่มิใช่บุคคลากรทางด้านการแพทย์