วันพุธ, กรกฎาคม 08, 2569

เกือบแน่ชัดแล้วว่าผู้ต้องหาคดีอาญามาตรา 112 ในทุกกรณีจะไม่ถูกรวมอยู่ในการนิรโทษกรรมตามร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .. ชวนฟังเสียงจากครอบครัวผู้ต้องหา ม.112 ในวันที่ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ไม่รวมนิรโทษกรรมคดีนี้



เสียงจากครอบครัวผู้ต้องหา ม.112 ในวันที่ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ไม่รวมนิรโทษกรรมคดีนี้

จิราภรณ์ ศรีแจ่ม
ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
7 ชั่วโมงที่แล้ว

เกือบแน่ชัดแล้วว่าผู้ต้องหาคดีอาญามาตรา 112 ในทุกกรณีจะไม่ถูกรวมอยู่ในการนิรโทษกรรมตามร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. ... ซึ่งถูกส่งกลับมายังการพิจารณาของที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในวันพุธที่ 8 ก.ค. หลังจากที่ประชุมสมาชิกวุฒิสภา (สว.) มีมติเห็นชอบร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยไม่มีการแก้ไขหลักการสำคัญจากร่างที่สภาเห็นชอบ

ร่างกฎหมายฉบับนี้มีเป้าประสงค์เพื่อนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2548 จนถึง 2565 ครอบคลุมความเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มสีเสื้อต่าง ๆ ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น "กลุ่มคนเสื้อเหลือง" อย่างกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ "กลุ่มคนเสื้อแดง ไปจนถึงคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า "ม็อบนกหวีด" และกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "คณะราษฎร" หรือ "กลุ่มราษฎร"

ทว่า หนึ่งในเงื่อนไขของร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข คือการไม่นิรโทษกรรมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 (หมิ่นประมาทกษัตริย์ ราชินี รัชทายาท) ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม

จากสถิติของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่าตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. 2563-30 มิ.ย. 2569 มีผู้ถูกกล่าวหาในคดีมาตรา 112 อย่างน้อย 291 คน ใน 321 คดี โดยคดีบางส่วนยังไม่สิ้นสุดลง

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนประเมินว่าจากจำนวนผู้ต้องขังคดีทางการเมืองทั้งหมด 55 คน จะมีผู้ต้องขังที่อาจได้รับประโยชน์จากการนิรโทษกรรมตามร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เพียง 10 คนเท่านั้น ขณะที่ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 จำต้องอยู่ในเรือนจำต่อไป

ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 2 ก.ค. ระบุว่าในจำนวนผู้ต้องขังคดีทางการเมือง 55 คน มีผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 จำนวน 31 คน และคดีมาตรา 110 (การประทุษร้ายต่อพระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์) จำนวน 5 คน โดยในจำนวนนี้เป็นผู้ต้องขังที่ไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างการต่อสู้คดีอย่างน้อย 25 คน ผู้ต้องขังคดีถึงที่สุดแล้ว 29 คน และเยาวชนที่ถูกคุมขังในสถานพินิจอีก 1 คน

"ยิ่งขัง คนก็ยิ่งดื้อ"

ดาริน แม่เลี้ยงเดี่ยววัย 33 ปี ซึ่งขอให้บีบีซีไทยใช้นามแฝงเนื่องด้วยข้อกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว เล่าว่าสามีวัย 34 ปี ถูกศาลอาญาในชั้นอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 6 ปี ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เนื่องจากแชร์โพสต์เฟซบุ๊ก 3 โพสต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการผูกขาดวัคซีนโควิด-19 ตั๋วช้าง และคำปราศรัยของ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล นักกิจกรรมในช่วงที่มีการชุมนุมของกลุ่ม "คณะราษฎร" เมื่อปี 2564

นับตั้งแต่สามีถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครเมื่อช่วงปลายปี 2566 และได้รับอนุญาตจากศาลให้ประกันตัว 1 ครั้งเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ในช่วงปลายปี 2567 ก่อนจะกลับไปรับโทษจำคุกอีกครั้งตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เธอเล่าย้อนว่าในช่วงที่สามีถูกคุมขังรอบแรก ลูกสาวยังเล็กมาก แต่จำได้ว่าเคยไปเยี่ยมพ่อที่เรือนจำ แม้ในตอนนั้นดารินบอกกับลูกว่า "พ่อป่วย เลยต้องอยู่ในนั้น" โดยไม่บอกว่าเป็นคุก

เมื่อสามีกลับไปรับโทษรอบที่ 2 เธอสังเกตว่าลูกสาวเริ่มถามหาพ่อบ่อยมากขึ้น และถามว่าไปหาพ่อที่เดิมได้ไหม ดารินจึงจำใจต้องโกหกว่า "พ่อไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว แต่ไปล่องเรือ ไปเก็บหมึก" เนื่องจากมองว่าลูกยังเด็กเกินไปที่จะรับรู้เรื่องราวทุกอย่าง แต่เธอตั้งใจว่าจะบอกความจริงทุกอย่างเมื่อลูกโตขึ้น

"อยากจะบอกกับลูกว่าบางทีคนที่อยู่ข้างในก็ไม่ใช่คนไม่ดีนะลูก" เธอกล่าว

เส้นทางในกระบวนการยุติธรรมทั้งหมดไม่ได้เปลี่ยนแค่ชีวิตของชายที่เป็นหนึ่งในเสาหลักของครอบครัวเท่านั้น แต่มันเปลี่ยนชีวิตของดารินมาจนถึงทุกวันนี้ด้วย เธอเล่าว่าสถานการณ์บังคับให้เธอต้องขึ้นมาเป็นเสาหลักของครอบครัวและดูแลลูกสาววัย 8 ขวบเพียงลำพัง ขณะที่เธอเองก็ต้องต่อสู้กับโรคมะเร็งไปด้วย ท่ามกลางสภาพการเงินในบ้านที่ไม่ดีนัก

"เราต้องรับบทบาทเป็นทั้งพ่อและแม่ 80-90% ถึงแม้จะมีคน support (สนับสนุน) บ้าง แต่ทุกอย่างเลยตั้งแต่ตื่นเช้ามา อาบน้ำ เตรียมเสื้อผ้า อาหาร ส่งลูกไปโรงเรียน ไปรับไปส่ง มันก็ทำให้ gap (ช่องว่าง) ที่ต้องทำงานมันน้อยลงตามไปด้วย"

เมื่อทราบว่าร่างกฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุขจะไม่รวมการนิรโทษกรรมคดี ม.112 ไว้ด้วย เธอมีความรู้สึกผสมปนเปกัน

"รวมก็ดี ไม่รวมก็ไม่เป็นไร ก็สู้ชีวิตกันต่อไป" เธอกล่าว และอธิบายว่าโดยส่วนตัวแล้วเธอถอดใจตั้งแต่ศาลมีคำพิพากษาให้สามีต้องโทษจำคุก 6 ปี และมีการพูดคุยกันกับสามีแล้วว่าอย่างไรเสียก็ต้องติดคุกอีกประมาณ 3 ปี เนื่องจากในช่วงที่คดียังไม่สิ้นสุด สามีของเธอได้ถูกคุมขังไปแล้วประมาณ 2 ปีครึ่ง ด้วยเหตุนี้ เธอจึงไม่ได้คาดหวังกับการนิรโทษกรรมไว้สูงตั้งแต่แรก



ดารินให้ความเห็นต่อว่า ในกรณีของสามีเธอ เขาอาจพ้นเรือนจำในช่วงเดียวกันกับที่กฎหมายนิรโทษกรรมจะมีผลบังคับใช้จริงก็เป็นได้ เพราะกระบวนการต่าง ๆ ทางกฎหมายต้องใช้เวลา ทำให้ในตอนนี้ครอบครัวโฟกัสไปที่การรออภัยโทษหรือพักโทษมากกว่า ซึ่งสามีของเธอได้รับการอภัยโทษมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้โทษลดลงเหลือจำคุกอีกเพียง 2 ปีกว่า ๆ เท่านั้น และนั่นคือสิ่งที่เธอตั้งตารอเพราะอยากให้เรื่องราวต่าง ๆ ที่พวกเขาเผชิญ "จบลงเสียที"

ถึงกระนั้น เธอมองว่าความผิดอาญาตามมาตรา 112 นั้นเป็นเรื่องของ "ความคิด" ดังนั้นการนำตัวผู้กระทำความผิดไปคุมขังไว้ในเรือนจำไม่สามารถเปลี่ยนทัศนคติหรือความเชื่อของพวกเขาได้ นอกจากจะมีกระบวนการอื่น ๆ ที่ทำงานกับทัศนคติหรือความคิดของผู้ต้องหากลุ่มนี้แทน โดยเฉพาะนักกิจกรรมหลาย ๆ คนซึ่งมักมีอุดมการณ์แรงกล้า

"เพราะมันเป็นความคิดของเขาไง แล้วยิ่งขัง คนก็ยิ่งดื้อ" ดารินกล่าว

"ทำไมจะต้องมองว่าเป็นปีศาจ"

นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา วัย 34 ปี หรือที่คนรู้จักกันในชื่อว่า "ไผ่ ดาวดิน" "ไผ่ ทะลุฟ้า" คือหนึ่งในผู้ต้องขังทางการเมือง 55 คนที่จะไม่ได้รับประโยชน์จากร่างกฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุข

ก่อนหน้านี้ เขาได้รับการประกันตัวระหว่างฎีกาคดีมาตรา 112 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี 12 เดือน จากกรณีปราศรัยในการชุมนุมที่ อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เมื่อเดือน ก.พ. 2564 แล้ว แต่ล่าสุดศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่า นายจตุภัทร์ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เนื่องจากศาลอาญาไม่อนุญาตให้ประกันตัวในคดีชุมนุม "19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร" ซึ่งจัดขึ้นที่สนามหลวงเมื่อปี 2563 โดยนายจตุภัทร์ถูกฟ้องในข้อหาตามมาตรา 112 และคดีอยู่ระหว่างการสืบพยานศาลชั้นต้น

นางพริ้ม บุญภัทรรักษา วัย 60 ปี มารดาของนายจตุภัทร์บอกกับบีบีซีไทยว่า "รู้สึกผิดหวัง" เมื่อทราบว่าร่างกฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุขจะไม่ร่วมนิรโทษกรรม 112 เข้าไปด้วย

"มันไม่ยุติธรรม มันไม่สันติสุข คุณเอาตรงไหนมาสันติสุข" เธอกล่าว "ในเมื่อคุณให้ทุกคนแต่ยกเว้นตรงนี้ แล้วมันจะสันติสุขตรงไหน"

แม่ของนายจตุภัทร์ซึ่งอีกด้านหนึ่งประกอบอาชีพทนายความ กล่าวต่อว่าชื่อของ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ควรหมายถึงการสร้างความสงบสุขให้กับคนในชาติ เป็นการ "เซ็ตซีโร่" (Set Zero) เพื่อเริ่มต้นกันใหม่สำหรับทุกฝ่ายทางการเมือง แต่การยกเว้นคนกลุ่มใดกลุ่มโดยเฉพาะผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 นั้นไม่อาจสร้างความปรองดองหรือสมานฉันท์ในสังคมได้ เพราะยังทำให้เกิดคำถามในสังคมว่าเหตุใดผู้ต้องขังทางการเมืองกลุ่มนี้จึงไม่เข้าข่ายได้รับการนิรโทษกรรมเหมือนกับกลุ่มอื่น ๆ

"ถ้าเขาเลือกที่จะทำบางอย่าง แต่ไม่ทำบางอย่าง มันจะทำให้สังคมไทยไม่เข้าใจว่าเลือกข้างได้อย่างไร"


นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ในการชุมนุมปี 2564

ในฐานะแม่และนักกฎหมาย นางพริ้มบอกว่าเธอรู้สึกผิดหวังต่อมาตรฐานที่เหลื่อมล้ำ โดยเธอยกตัวอย่างการชุมนุมของกลุ่ม พธม. ที่บุกยึดท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองและสุวรรณภูมิในปี 2551 โดยเธอมองว่า "คดีปิดสนามบิน" สร้างความเสียหายร้ายแรงมากกว่า โดยเฉพาะในด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจ แต่กลับถูกนับรวมอยู่ในข่ายที่ได้รับนิรโทษกรรม แม้ว่าในปี 2567 ศาลอาญายกฟ้องแกนนำ พธม. ในคดีกบฏและก่อการร้ายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ก็ตาม

"คนแก่ที่อนาคตไม่เห็นอะไรเลย จะเป็นอัลไซเมอร์ข้างหน้า แต่คุณให้โอกาสเขา แต่คนหนุ่มที่จะพัฒนาประเทศ เป็นพลังขับเคลื่อนสังคม ขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ คุณกลับฝังเขาไว้ไม่ให้เขาเติบโต ไม่ให้อะไรเลย ขนาดจำนวนนี้ที่คุณบอกว่าไม่เยอะ คุณยังไม่ให้โอกาส มันก็ไม่ยุติธรรม" นางพริ้ม กล่าว โดยจำนวนที่เธอกล่าวอ้างนั้นคือผู้ต้องขังคดีทางการเมือง 55 คน

"มองว่าเด็กมันหัวแข็ง หัวรั้น แค่นี้พอไหม ทำไมจะต้องมองว่ามันเป็นปีศาจ" เธอกล่าว

"มันขึ้นอยู่กับว่าคุณจะช่วยเหลือใคร บังคับใช้กฎหมายกับใคร จะสวมหมวกให้ใครเป็นคนดี เป็นคนรักชาติ เป็นปีศาจ" นางพริ้มกล่าวและเสริมว่า "ในเมื่อคุณจะให้อภัย ทำไมให้ไม่ได้ ก็แค่นั้นแหละ มันเศร้าใจทุกครั้งที่ไปเจอหน้าลูก"

"ใช้พระคุณกันบ้าง ไม่ใช่ใช้แต่พระเดช"

เป็นเวลาสองปีกว่าที่ น.ส.ยุพิน มะณีวงศ์ วัย 59 ปี ไม่ได้เจอหน้านายภาณุพงศ์ มะณีวงษ์ (นามสกุลเดิมคือจาดนอก) หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า "ไมค์ ระยอง" นักกิจกรรมที่เคยเป็นแกนนำการชุมนุมของกลุ่มราษฎรในช่วงปี 2563-2564 และถูกดำเนินคดีมาตรา 112 รวมถึงคดีอื่น ๆ รวมกัน 43 คดี

ปัจจุบัน นายภาณุพงศ์ลี้ภัยไปอยู่ประเทศแคนาดา ซึ่งนางยุพินบอกว่า "หากปั่นจักรยานไปหาได้ แม่คงปั่นไปหาแล้ว เพราะคิดถึงลูกมากที่สุด"

ในช่วงที่นายภานุพงศ์เดินทางออกนอกประเทศเมื่อปี 2567 แม่ของเขาเล่าย้อนให้ฟังว่า "คิดในทางที่ดีไม่ได้เลย" แม้ 50-50 ว่าลูกจะถูกอุ้มหายไปหรือเปล่า แต่ก็พยายามบอกว่าจะไม่เชื่อความคิดลบ ๆ เช่นนั้นจนกว่าจะมีข้อพิสูจน์

ครึ่งปีผ่านไป ลูกชายคนเล็กวัย 30 ปีคนนี้แจ้งให้ผู้เป็นแม่ทราบว่าเขาเดินทางมาถึงแคนาดาแล้ว

"ไมค์เล่าให้แม่ฟังหลังจากเดินทางถึงที่ปลอดภัยแล้วว่า ทีแรกเขาไม่ได้อยากไปเลย แต่เขาฉุกคิดขึ้นมาว่า 'ถ้าหนูถูกจับอยู่ แม่จะอยู่ยังไง'" นางยุพินกล่าว "เมื่อถึงเวลาที่เขาโดนจับ แม่ก็จะต้องงก ๆ เงิ่น ๆ ไปเยี่ยม ไปดูเขา แล้วอีกอย่างเงินทอง แม่ก็ไม่ใช่ว่าทำงานได้ แม่จะอยู่อย่างไร"

"พอออกไป [นอกประเทศ] เขาก็เจอคำว่า 'ทิ้งเพื่อน' อีก แม่เลยปลอบใจว่าคุณไม่ต้องคิดมากหรอก คุณคิดดูว่าหากเขาขังคุณเหมือนกันหมด คุณจะไปช่วยอะไรใครได้ ตัวคุณเองยังช่วยไม่ได้เลย" ผู้เป็นแม่สะท้อนความรู้สึกของอดีตแกนนำที่เปิดเผยต่อครอบครัว

วันที่ 28 ก.ค. ที่จะถึงนี้ นางยุพินจะมีอายุครบ 60 ปี เธอบอกว่าของขวัญวันเกิดในวัย 60 คือ "อยากเจอลูกมาก ๆ" แต่รู้ดีว่าเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อร่างกฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุขไม่รวมนิรโทษกรรม 112 เข้าไปด้วย


นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ในการชุมนุมปี 2564

ในฐานะแม่และนักกฎหมาย นางพริ้มบอกว่าเธอรู้สึกผิดหวังต่อมาตรฐานที่เหลื่อมล้ำ โดยเธอยกตัวอย่างการชุมนุมของกลุ่ม พธม. ที่บุกยึดท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองและสุวรรณภูมิในปี 2551 โดยเธอมองว่า "คดีปิดสนามบิน" สร้างความเสียหายร้ายแรงมากกว่า โดยเฉพาะในด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจ แต่กลับถูกนับรวมอยู่ในข่ายที่ได้รับนิรโทษกรรม แม้ว่าในปี 2567 ศาลอาญายกฟ้องแกนนำ พธม. ในคดีกบฏและก่อการร้ายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ก็ตาม

"คนแก่ที่อนาคตไม่เห็นอะไรเลย จะเป็นอัลไซเมอร์ข้างหน้า แต่คุณให้โอกาสเขา แต่คนหนุ่มที่จะพัฒนาประเทศ เป็นพลังขับเคลื่อนสังคม ขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ คุณกลับฝังเขาไว้ไม่ให้เขาเติบโต ไม่ให้อะไรเลย ขนาดจำนวนนี้ที่คุณบอกว่าไม่เยอะ คุณยังไม่ให้โอกาส มันก็ไม่ยุติธรรม" นางพริ้ม กล่าว โดยจำนวนที่เธอกล่าวอ้างนั้นคือผู้ต้องขังคดีทางการเมือง 55 คน

"มองว่าเด็กมันหัวแข็ง หัวรั้น แค่นี้พอไหม ทำไมจะต้องมองว่ามันเป็นปีศาจ" เธอกล่าว

"มันขึ้นอยู่กับว่าคุณจะช่วยเหลือใคร บังคับใช้กฎหมายกับใคร จะสวมหมวกให้ใครเป็นคนดี เป็นคนรักชาติ เป็นปีศาจ" นางพริ้มกล่าวและเสริมว่า "ในเมื่อคุณจะให้อภัย ทำไมให้ไม่ได้ ก็แค่นั้นแหละ มันเศร้าใจทุกครั้งที่ไปเจอหน้าลูก"

"ใช้พระคุณกันบ้าง ไม่ใช่ใช้แต่พระเดช"

เป็นเวลาสองปีกว่าที่ น.ส.ยุพิน มะณีวงศ์ วัย 59 ปี ไม่ได้เจอหน้านายภาณุพงศ์ มะณีวงษ์ (นามสกุลเดิมคือจาดนอก) หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า "ไมค์ ระยอง" นักกิจกรรมที่เคยเป็นแกนนำการชุมนุมของกลุ่มราษฎรในช่วงปี 2563-2564 และถูกดำเนินคดีมาตรา 112 รวมถึงคดีอื่น ๆ รวมกัน 43 คดี

ปัจจุบัน นายภาณุพงศ์ลี้ภัยไปอยู่ประเทศแคนาดา ซึ่งนางยุพินบอกว่า "หากปั่นจักรยานไปหาได้ แม่คงปั่นไปหาแล้ว เพราะคิดถึงลูกมากที่สุด"

ในช่วงที่นายภานุพงศ์เดินทางออกนอกประเทศเมื่อปี 2567 แม่ของเขาเล่าย้อนให้ฟังว่า "คิดในทางที่ดีไม่ได้เลย" แม้ 50-50 ว่าลูกจะถูกอุ้มหายไปหรือเปล่า แต่ก็พยายามบอกว่าจะไม่เชื่อความคิดลบ ๆ เช่นนั้นจนกว่าจะมีข้อพิสูจน์

ครึ่งปีผ่านไป ลูกชายคนเล็กวัย 30 ปีคนนี้แจ้งให้ผู้เป็นแม่ทราบว่าเขาเดินทางมาถึงแคนาดาแล้ว

"ไมค์เล่าให้แม่ฟังหลังจากเดินทางถึงที่ปลอดภัยแล้วว่า ทีแรกเขาไม่ได้อยากไปเลย แต่เขาฉุกคิดขึ้นมาว่า 'ถ้าหนูถูกจับอยู่ แม่จะอยู่ยังไง'" นางยุพินกล่าว "เมื่อถึงเวลาที่เขาโดนจับ แม่ก็จะต้องงก ๆ เงิ่น ๆ ไปเยี่ยม ไปดูเขา แล้วอีกอย่างเงินทอง แม่ก็ไม่ใช่ว่าทำงานได้ แม่จะอยู่อย่างไร"

"พอออกไป [นอกประเทศ] เขาก็เจอคำว่า 'ทิ้งเพื่อน' อีก แม่เลยปลอบใจว่าคุณไม่ต้องคิดมากหรอก คุณคิดดูว่าหากเขาขังคุณเหมือนกันหมด คุณจะไปช่วยอะไรใครได้ ตัวคุณเองยังช่วยไม่ได้เลย" ผู้เป็นแม่สะท้อนความรู้สึกของอดีตแกนนำที่เปิดเผยต่อครอบครัว

วันที่ 28 ก.ค. ที่จะถึงนี้ นางยุพินจะมีอายุครบ 60 ปี เธอบอกว่าของขวัญวันเกิดในวัย 60 คือ "อยากเจอลูกมาก ๆ" แต่รู้ดีว่าเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อร่างกฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุขไม่รวมนิรโทษกรรม 112 เข้าไปด้วย

https://www.bbc.com/thai/articles/c3eyk1z4lx0o
.....


iLaw
6 hours ago
·
8 กรกฎาคม 2569 ที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) มีนัดพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. …. หลัง สส. เคยผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้และส่งต่อให้ที่ประชุมวุฒิสภา (สว.) พิจารณาต่อ ซึ่งที่ประชุม สว. มีมติให้แก้ไขบางส่วน จึงทำให้ที่ประชุม สส. ต้องนำร่างกลับมาพิจารณาอีกครั้ง

ร่างกฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุขมีเจตนารมณ์ในการนิรโทษกรรมล้างผิดให้คดีความทางการเมืองที่เกิดขึ้นตั้งแต่การชุมนุมเพื่อขับไล่ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในช่วงปี 2548 มาจนถึงการชุมนุมของคนรุ่นใหม่ในปี 2568 ประเด็นสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้คือ เป็นการนิรโทษกรรมที่ไม่รวมคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

อ่านทั้งหมด: https://www.ilaw.or.th/articles/58550

https://www.facebook.com/photo?fbid=1454647883375493&set=a.625664036273886