
วิเคราะห์บอลจริงจัง
7 hours ago
·
เคสของโฟลาริน บาโลกุน ที่จากจะโดนแบน เหลือแค่รอลงอาญา ถือเป็นเรื่องแปลกประหลาดที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลโลกเลยทีเดียว
และนั่นทำให้เกิดกระแสโจมตีฟีฟ่าอย่างดุเดือด ว่าตัวเองเป็นคนคุมกฎซะเอง แต่ไม่เคารพกฎนั้น นี่มันพิลึกจนไม่รู้จะพิลึกยังไงแล้ว
ย้อนกลับไปในเกมฟุตบอลโลกรอบ 32 ทีมสุดท้าย ที่อเมริกา พบกับบอสเนีย บาโลกุนยิงช่วยให้อเมริกาขึ้นนำ 1-0
แต่ในครึ่งหลัง มีจังหวะที่บาโลกุน ปะทะกับ ทาริก มูฮาเรโมวิช กองหลังบอสเนีย จังหวะที่บาโลกุนจะปักหลักยืน เท้าขวาของเขาไปยืนบนข้อเท้าของมูฮาเรโมวิชพอดี
ถามว่าตั้งใจทำร้ายเพื่อนร่วมอาชีพไหม ก็คงไม่ แต่เมื่อมาย้อนดู VAR ภายหลัง ก็ต้องยอมรับว่าเป็นภาพที่รุนแรงเหมือนกัน มีโอกาสทำให้ข้อเท้าหักได้ แม้จะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม
ผู้ตัดสินควักใบแดงไล่บาโลกุน ออกจากสนาม ในเรื่องนี้ก็มองได้สองมุม บางคนก็บอกว่า สมควรแล้วนะ แต่บางคน เช่น มาร์ก แคลตเท่นเบิร์ก อดีตผู้ตัดสินพรีเมียร์ลีกบอกว่า "บาโลกุนแค่จะเอาเท้าลง แต่มันดันไปเหยียบข้อเท้าของคู่แข่งที่มาขวางในจังหวะนั้นพอดี ช็อตนี้ ไม่ได้ตั้งใจ ไม่มีความแรงมากพอ ที่จะเป็นใบแดงได้"
เกรแฮม สกอตต์ อดีตผู้ตัดสินพรีเมียร์ลีกอีกคน ก็บอกว่า น่าจะเป็นใบเหลืองมากกว่า จริงๆ ก็ไม่ต่างจากจังหวะที่เมสซี่ ไม่โดนใบแดงในเกมกับแอลจีเรีย คือดูภาพช้ามันแรงมาก แต่ในจังหวะเกมที่รวดเร็ว ดูรู้ว่าบาโลกุนไม่ได้ตั้งใจฟาวล์
แต่เมื่อกรรมการตัดสินใจควักใบแดงแล้ว ก็ต้องยอมรับตามนั้น อเมริกาเล่นในช่วงเวลาที่เหลือ แบบ 10 คน แต่ก็ยังแกร่งพอที่จะชนะบอสเนียได้ 2-0 เข้ารอบ 16 ทีมไปเจอกับเบลเยี่ยมต่อไป
แน่นอน เรื่องการเถียงกันว่า ควรแดงไหม? ก็แลกเปลี่ยนความคิดกันไป แต่ในเมื่อเกมจบแล้ว ทุกคนก็ต้องยอมรับความจริง ว่าบาโลกุน จะโดนแบน 1 เกม โทษฐานใบแดงโดยตรง แต่ถ้าอเมริกาชนะเบลเยี่ยมได้ เขาก็จะคัมแบ็กกลับมาในรอบ 8 ทีมสุดท้าย
เอาจริงๆ ถ้าเรื่องนี้ ถูกปล่อยผ่านไปเลย ก็คงจบแล้ว อเมริกาก็ไปวางแผนว่าจะใช้ใครลงแทน มันก็ไม่น่าจะมีดราม่าอะไร
ที่บาโลกุนจะโดนแบนมันก็ช่วยไม่ได้ ก็เขาโดนใบแดงจริงๆ ในโลกนี้มีคนไม่น่าโดนแดงยิ่งกว่านี้อีกหลายเคส แต่ทุกคนก็ยอมรับสภาพกันแต่โดยดี
แต่แล้ว ฟีฟ่ากลับตัดสินใจเรื่องน่าเหลือเชื่อขึ้น คือ แทนที่จะแบน 1 นัด แต่เปลี่ยนมาเป็น รอลงอาญา 1 ปี แทน
อธิบายคือ บาโลกุนจะยังไม่โดนแบนในเกมเจอเบลเยี่ยม แต่อนาคตในรอบ 1 ปี ถ้าเขาทำความผิดร้ายแรงในลักษณะเดียวกัน ก็จะแปลว่าตั้งใจ โทษแบน 1 นัดนี้จะกลับมา แล้วบวกเพิ่มไปกับโทษแบนของใหม่
สรุป คือรอลงอาญาไว้ แต่ยังไม่มีบทลงโทษจริง แปลง่ายๆ ว่า ใบแดงที่เกิดขึ้นในเกมกับบอสเนีย อาจจะไม่โดนแบนอะไรเลยก็ได้ (ถ้าบาโลกุน ไม่ทำฟาวล์แบบเดิมอีกครั้งใน 1 ปี)
ถามว่าฟีฟ่าทำได้ไหม คำตอบคือทำได้ เพราะคณะกรรมการตุลาการของฟีฟ่า จะมีอำนาจพิเศษ ในข้อที่ 27 ระบุว่า สามารถระงับโทษแบนให้แก่ใครก็ได้ตามแต่ดุลยพินิจ
มันเป็นอำนาจที่มีบันทึกไว้ในหน้ากระดาษ แต่ถามว่าควรจะใช้ไหม? คำตอบคือ ไม่ควร เพราะทุกคนเข้าใจตรงกันแล้วว่าโดนใบแดง = แบนอัตโนมัติ 1 นัด
การที่คุณต้องเคารพคำตัดสิน และปล่อยให้ทุกอย่างจบตรงนั้น นี่คือกฎศักดิ์สิทธิ์ของโลกฟุตบอล แต่วันนี้ฟีฟ่ากลับก้าวข้ามเส้นนั้น ด้วยการเอาใจสหรัฐอเมริกา
เมื่อฟีฟ่าประกาศไม่แบนบาโลกุน ทำให้โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาโพสต์ผ่าน Truth Social ทันทีว่า "ขอบคุณฟีฟ่า ที่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง และแก้ไขความอยุติธรรมครั้งใหญ่"
มีการเปิดเผยผ่านสื่อมวลชนหลายแห่ง ว่าโดนัลด์ ทรัมป์ อาจจะมีการล็อบบี้ส่วนตัวกับจานนี่ อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่า เพื่อใช้พาวเวอร์กดดันให้บาโลกุนไม่ต้องโดนแบนในเกมสำคัญกับเบลเยี่ยม รวมถึงอเมริกาจะได้มีโอกาสชนะมากขึ้นในเกม 90 นาที แต่นี่ก็เป็นแค่ข่าวลือเท่านั้น ยังไม่รู้ว่ามีมูลความจริงแค่ไหน
สำหรับกฎรอลงอาญา ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฟีฟ่าหยิบมาใช้ ก่อนหน้านี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไปชักศอกใส่ดารา โอเช นักเตะไอร์แลนด์ ในรอบเพลย์ออฟฟุตบอลโลก แปลว่าโรนัลโด้ต้องโดนแบน 3 นัด
คือ 1-เจออาร์เมเนีย ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกนัดสุดท้าย 2-ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายนัดแรกที่เจอกับดีอาร์ คองโก และ 3-ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่เจอกับอุซเบกิสถาน
ปรากฏว่า ฟีฟ่าแบนโรนัลโด้แค่ 1 เกมแรก กับอาร์เมเนีย แต่อีก 2 เกมที่จะเจอกับดีอาร์ คองโก และ อุซเบกิสถาน ให้รอลงอาญาไว้
ดูก็รู้ว่าเจตนาของฟีฟ่า คืออยากให้โรนัลโด้ นักเตะที่เป็นแม่เหล็ก ได้ลงเล่นในฟุตบอลโลกแบบเต็มๆ โดยไม่โดนแบน
ตอนโรนัลโด้ ได้รับการรอลงอาญา ก็จะมีแฟนๆ ดีอาร์ คองโก กับ อุซเบฯ ออกมาบ่น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะพวกเขาเป็นชาติเล็กๆ ไม่ได้มีปากเสียงใดๆ ในเวทีโลกอยู่แล้ว โรนัลโด้ก็ได้ลงเล่นปกติ แล้วก็ยิงใส่อุซเบฯ ไปสองลูกด้วย
แล้วอีกอย่าง โรนัลโด้โดนแบนจากรอบคัดเลือก แต่ในรอบสุดท้ายเล่นได้ ก็ยังดูพอรับได้ ไม่น่าเกลียด
แต่กับเคสของบาโลกุน โดนแดงในรอบ 32 ทีมสุดท้าย แต่จะอนุญาตให้ลงเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายทันที มันก็เกินไป เหมือนว่าคุณไม่เคารพดุลยพินิจของผู้ตัดสินหน้างานเลยด้วยซ้ำ
เบลเยี่ยมเป็นชาติที่โดนแจ๊กพอตเต็มๆ ตอนแรกพวกเขาซ้อมแผนที่ไม่ต้องรับมือบาโลกุนไปแล้ว แต่อยู่ๆ ก็ต้องเปลี่ยนแท็กติกกันใหม่ ก่อนแข่งแค่ไม่กี่วัน
รูดี้ การ์เซีย ผู้จัดการทีมชาติเบลเยี่ยมออกมาด่าฟีฟ่า แบบไม่ไว้หน้า โดยบอกว่า "ผมไม่คิดว่าวันนี้เป็นวันที่ 5 กรกฎาคมหรอกนะ แต่เป็นวันที่ 1 เมษายนต่างหาก เพราะมันคือ April Fool's ชัดๆ"
เบลเยี่ยมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการใช้กฎรอลงอาญา รูดี้ การ์เซียบอกว่า "ที่เราทำอยู่ เราไม่ได้ปกป้องทีมชาติ หรือสหพันธ์ฟุตบอลของเรา แต่เราปกป้องวงการฟุตบอลทั้งหมดเลย"
ขณะที่สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ก็ออกมาด่าฟีฟ่ายับเหมือนกัน โดยบอกว่า "โทษแบน 1 นัดหลังได้รับใบแดง มันไม่ใช่เรื่องที่จะใช้ดุลยพินิจได้ แต่เป็นหลักพื้นฐานที่กำหนดเอาไว้อย่างชัดเจน"
"ถ้าผู้รักษากฎ ไม่สามารถรับประกันได้ว่า กฎที่มีอยู่จะถูกใช้ ความน่าเชื่อถือในกติกา และในการแข่งขันก็จะถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง"
ไม่ใช่แค่ยูฟ่าที่ไม่พอใจ แต่โซนอเมริกาใต้ก็คงไม่แฮปปี้นัก เพราะผู้ตัดสินที่ควักใบแดงไล่ออก คือ ราฟาเอล เคลาส์ จากบราซิล ถ้าฟีฟ่ารอลงอาญาแบบนี้ แปลว่า มีข้อสงสัยในการตัดสินของกรรมการจากอเมริกาใต้งั้นหรือ?
อย่างไรก็ตาม แม้ใครจะประท้วงอะไรก็ช่าง แต่ฟีฟ่ามีอำนาจพิเศษในมือ ที่จะปรับเปลี่ยน แก้ไขอะไรก็ได้ลงไปตามใจชอบ เพราะนี่คือรายการที่ฟีฟ่าเป็นผู้จัดสูงสุดนั่นเอง
พวกเขาไม่อธิบาย ไม่ให้เหตุผลอะไรด้วยซ้ำ ใครจะประท้วงก็ตีหน้ามึนใส่ ถ้าคุณไม่พอใจก็ไม่ต้องแข่งแค่นั้น
มีการวิเคราะห์ว่า ฟีฟ่าทำแบบนี้ทำไม? หลายคนมองว่า อินฟานติโน่ อาจจะอยากเอาใจทรัมป์ และคนสหรัฐฯ เพื่อที่ฟุตบอลจะสามารถเปิดตลาดในแผ่นดินอเมริกาได้อย่างแข็งแรงในอนาคต รวมถึงมีแผนหว่านล้อมให้อเมริกา กลับมาเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกอีกครั้งในปี 2038 ด้วย
สำหรับเรื่องนี้ ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรครับ ฟีฟ่าพยายามแหกกฎของตัวเอง เพื่อช่วยเหลืออเมริกา ให้ไม่เสียตัวหลักก่อนเจอเบลเยี่ยมนั่นเอง
แต่หนึ่งเรื่องที่ฟีฟ่าควรรู้ไว้ คือนับตั้งแต่กฎใบเหลือง-ใบแดง ถูกนำมาใช้ในฟุตบอลโลก 1970 นับจากนั้นมาจนถึงปัจจุบัน นักเตะทุกคนที่โดนใบแดงโดยตรง จะโดนแบนในนัดต่อไปเสมอ ไม่เคยมีใครรอดจากกฎนี้ได้เลย ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย
แต่บาโลกุน จะเป็นคนแรก ที่ไม่โดนแบน และช่างบังเอิญ ที่เขาดันเป็นคีย์แมนของสหรัฐอเมริกาชาติเจ้าภาพพอดี
จริงๆ แล้ว เรื่องนี้ในระยะยาว มันไม่ดีกับใครเลย แม้แต่กับตัวสหรัฐอเมริกาเอง ที่อาจจะโดนมองว่า ใช้อำนาจการเมืองนอกสนามล็อบบี้ฟีฟ่าได้สำเร็จ
สำหรับฟีฟ่า กับเรื่องนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของพวกเขาแย่ลงมากๆ อุตส่าห์จัดบอลโลกมาได้ดี จนเกือบจะจบอยู่แล้วแท้ๆ
ฟีฟ่าในฐานะผู้คุมกฎ คุณควรเป็นกลางสิ แต่เคสนี้ ดันใช้ช่องว่างนี้ แถๆ ไป แล้วแหวกกฎเสียเอง
คำถามคือ แล้วจากนี้ไปคนวงการฟุตบอลจะไปพึ่งพาใครได้ เขาจะมั่นใจได้ไงว่าคุณจะหลังตรง ยึดมั่นในหลักการจริงๆ
ดูๆ ไปแล้ว เหมือนศาลรัฐธรรมนูญบางประเทศน่ะครับ ที่หาช่องว่างของกฎเพียงเล็กน้อย แล้วตีความเพื่อเล่นงานคนที่อยากเล่น และปกป้องคนที่อยากปกป้อง
ค้ายาในต่างประเทศ แต่เป็นรัฐมนตรีต่อได้ เพราะคำตัดสินนั้นไม่ได้บังคับใช้ในประเทศด้วย คือศาลที่ไหน ถ้าเลือกจะตัดสินแบบนี้ ประเทศชาติคงจะเจริญหรอกครับ ไม่แปลกที่คนเขาจะตราหน้าว่าศาลพระภูมิยังศักดิ์สิทธิ์กว่า
ส่วนเคสของบาโลกุน ถึงจุดนี้ก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว ยังไงเขาลงแน่ในเกมเช้านี้กับเบลเยี่ยม
ไม่อยากคิดเลยว่า ถ้าบาโลกุน ยิงประตูชัยให้อเมริกาเข้ารอบ ชนะเบลเยี่ยม 1-0 ความเดือดดาลของทั้งโลกที่มีต่อความเอียงของฟีฟ่าในครั้งนี้ จะรุนแรงขนาดไหน
#FIFAControversy
-------------------
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1637114231113756&set=a.243815820443611
.....
.jpeg)
Pipob Udomittipong
9 hours ago
·
#UEFA สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป ให้ความเห็นต่อกรณีที่ FiFA ระงับการลงโทษแบนอัตโนมัติหนึ่งนัด หลังจากได้รับใบแดงของโฟลาริน บาโลกัน เป็นเวลาหนึ่งปีว่า เป็นการกระทำที่เกินขอบเขต “crossed a red line”
ในขณะที่ FIFA เป็นองค์กรกำกับดูแลกีฬาฟุตบอลระดับโลก UEFA ดูแลการแข่งขันในภาคฟื้นยุโรป ในแถลงการณ์พวกเขาบอกว่า
“ฟุตบอลก็เหมือนกับกีฬาอื่น ๆ ที่ต้องอาศัยกฎกติกา ซึ่งเป็นพื้นฐานของการแข่งขันที่ยุติธรรม ซื่อสัตย์ และโปร่งใส” “บางครั้งกฎก็เปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจตีความได้ แต่ในกรณีนี้ไม่ใช่ การลงโทษแบนอัตโนมัติอย่างน้อยหนึ่งนัดหลังได้รับใบแดง ไม่ใช่ทางเลือกตามดุลพินิจ และไม่จำเป็นต้องมีการแทรกแซงจากหน่วยงานที่มีอำนาจ”
UEFA ปิดท้ายด้วยการบอกว่า “ฟุตบอลเป็นกีฬาที่มีคนรักมากสุดในโลก เพราะเป็นเกมที่สวยงามและได้รับความไว้วางใจ เพราะมีการเล่นกันทั่วโลกภายใต้กฎกติกาเดียวกัน”
“เราจึงขอแสดงประหลาดใจอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจครั้งนี้ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่เข้าใจได้ และไม่สามารถหาเหตุผลมาสนับสนุนได้”
สำหรับเรื่องนี้ ผมว่าเราไม่สามารถโทษบาโลกันได้ ทางออกที่สวยงามคือ ทีมสหรัฐฯ ไม่ควรส่งชื่อเขาลงแข่งในเกมวันพรุ่งนี้ เพื่อตบหน้าทรัมป์และอินฟานติโน
https://www.uefa.com/.../02a7-2109c8e9ef81-de5a993db109.../
.jpeg)
Pipob Udomittipong
9 hours ago
·
#UEFA สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป ให้ความเห็นต่อกรณีที่ FiFA ระงับการลงโทษแบนอัตโนมัติหนึ่งนัด หลังจากได้รับใบแดงของโฟลาริน บาโลกัน เป็นเวลาหนึ่งปีว่า เป็นการกระทำที่เกินขอบเขต “crossed a red line”
ในขณะที่ FIFA เป็นองค์กรกำกับดูแลกีฬาฟุตบอลระดับโลก UEFA ดูแลการแข่งขันในภาคฟื้นยุโรป ในแถลงการณ์พวกเขาบอกว่า
“ฟุตบอลก็เหมือนกับกีฬาอื่น ๆ ที่ต้องอาศัยกฎกติกา ซึ่งเป็นพื้นฐานของการแข่งขันที่ยุติธรรม ซื่อสัตย์ และโปร่งใส” “บางครั้งกฎก็เปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจตีความได้ แต่ในกรณีนี้ไม่ใช่ การลงโทษแบนอัตโนมัติอย่างน้อยหนึ่งนัดหลังได้รับใบแดง ไม่ใช่ทางเลือกตามดุลพินิจ และไม่จำเป็นต้องมีการแทรกแซงจากหน่วยงานที่มีอำนาจ”
UEFA ปิดท้ายด้วยการบอกว่า “ฟุตบอลเป็นกีฬาที่มีคนรักมากสุดในโลก เพราะเป็นเกมที่สวยงามและได้รับความไว้วางใจ เพราะมีการเล่นกันทั่วโลกภายใต้กฎกติกาเดียวกัน”
“เราจึงขอแสดงประหลาดใจอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจครั้งนี้ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่เข้าใจได้ และไม่สามารถหาเหตุผลมาสนับสนุนได้”
สำหรับเรื่องนี้ ผมว่าเราไม่สามารถโทษบาโลกันได้ ทางออกที่สวยงามคือ ทีมสหรัฐฯ ไม่ควรส่งชื่อเขาลงแข่งในเกมวันพรุ่งนี้ เพื่อตบหน้าทรัมป์และอินฟานติโน
https://www.uefa.com/.../02a7-2109c8e9ef81-de5a993db109.../
https://www.facebook.com/photo?fbid=10164361117296649&set=a.10150096728651649