วันพฤหัสบดี, มิถุนายน 04, 2569

ทำไมกรรมการบริหารพรรคประชาชน ควรฟังความคิดเห็นของคน Gen-Z

https://www.facebook.com/reel/1349815457068388

Karun Siringam
22 hours ago
·
#พรรคประชาชน #การเมือง
.....

คน Gen Z มีความคิดทางการเมืองอย่างไร

ความคิดทางการเมืองของคน Gen Z (คนที่เกิดช่วงปี พ.ศ. 2540 - 2555) มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงมาก เพราะพวกเขาเติบโตมาในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลหลั่งไหลอย่างรวดเร็ว และผ่านความผันผวนทางการเมืองและเศรษฐกิจมาตั้งแต่เด็ก

หากสรุปภาพรวมทั้งในระดับสากลและบริบทของประเทศไทย แนวคิดทางการเมืองของ Gen Z มีลักษณะเด่นๆ ดังนี้ครับ
1. เน้น "ประเด็นขับเคลื่อน" มากกว่า "ผูกขาดกับพรรคการเมือง" (Issue-Based Politics)

Gen Z ไม่ได้ยึดติดกับตัวบุคคลหรือตราสินค้าของพรรคการเมืองแบบคนรุ่นก่อน แต่พวกเขาเลือกสนับสนุนตาม "ประเด็นเชิงโครงสร้าง" ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและคุณค่าที่พวกเขาเชิดชู เช่น:

สิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียม: ความเท่าเทียมทางเพศ (เช่น สมรสเท่าเทียม), สิทธิแรงงาน, และเสรีภาพในการแสดงออก

ความยุติธรรมทางสังคม: การต่อต้านระบอบอุปถัมภ์ การกระจายอำนาจ และการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม

สิ่งแวดล้อม: ปัญหาโลกร้อน (Climate Change) ที่พวกเขามองว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายต่ออนาคต
2. ขับเคลื่อนผ่านโลกดิจิทัลและความเป็น "Active Citizen"

พวกเขาคือนักเคลื่อนไหวบนโลกออนไลน์ (Digital Activism) ที่ทรงพลัง การแสดงออกทางการเมืองไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเข้าคูหาเลือกตั้ง แต่รวมถึง:

การใช้แฮชแท็ก (#) เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมทางสังคมและตรวจสอบผู้มีอำนาจ

การระดมทุน การลงชื่อเรียกร้องกฎหมาย (Petition) และการคว่ำบาตร (Boycott) แบรนด์หรือองค์กรที่ไม่สะท้อนคุณค่าที่ถูกต้อง

การย่อยข้อมูลยากๆ หรือเรื่องกฎหมายซับซ้อนให้กลายเป็นคอนเทนต์สั้นๆ (Infographics หรือวิดีโอสั้น) เพื่อกระจายความตระหนักรู้

3. มองทะลุปัญหาเศรษฐกิจและปากท้อง

แม้จะถูกมองว่าเป็นรุ่นที่สนใจเรื่องอุดมการณ์สูง แต่ในความเป็นจริง Gen Z เผชิญกับ "วิกฤตค่าครองชีพ" (Cost of Living Crisis) หนี้สิน และความไม่มั่นคงในอาชีพการงาน (เช่น ปัญหา AI แย่งงาน หรือระบบสวัสดิการที่ไม่รองรับรูปแบบงานแบบใหม่) แนวคิดทางการเมืองของพวกเขาจึงเชื่อมโยงกับเรื่องรัฐสวัสดิการ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และการตั้งคำถามว่า "ทำไมทำงานหนักแต่สร้างตัวไม่ได้?"

4. ความหวัง ปะทะ ความเป็นจริง (จากพลังสู่ความอ่อนล้า)

ในบริบทของประเทศไทย Gen Z ถือเป็นกำลังหลักในการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยและการปฏิรูปโครงสร้างในช่วงปี พ.ศ. 2563–2564 อย่างไรก็ตาม เมื่อต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางกฎหมาย การยุบพรรคการเมือง หรือผลการเลือกตั้งที่ไม่ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอย่างที่คาดหวัง ทำให้ความคิดทางการเมืองของ Gen Z ในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มย่อย:

กลุ่มที่ยังสู้ต่อจากพื้นที่เล็กๆ (Quiet Resisters): ปรับเปลี่ยนวิธีคิดจากการลงถนน สู่การขับเคลื่อนเชิงประเด็นเฉพาะทางในพื้นที่ที่ตนเองถนัด (เช่น สิทธิชุมชน สิทธิสัตว์ สิทธิแรงงาน)

กลุ่มที่เกิดความเฉยชาทางเมือง (Political Burnout/Apathy): เกิดความรู้สึกสิ้นหวังกับระบบ (Doomerism) และหันไปโฟกัสกับการเอาตัวรอดส่วนบุคคล หรือการย้ายประเทศแทน

สรุปสั้นๆ: ความคิดทางการเมืองของ Gen Z คือการแสวงหา ความจริงใจ ความเท่าเทียม และเสรีภาพ โดยมองว่าการเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือเรื่องของพิธีกรรม แต่เป็นเรื่องของ "โครงสร้างสังคม" ที่กำหนดคุณภาพชีวิตและอนาคตของพวกเขาโดยตรง