A new brand of leftist thinking is on the rise. Gen-Z socialism is less about the collective and more about a me-first doctrine. And it’s not just the young that support it.@OwenWntr and @ArchieHall dig into what’s driving Gen-Z socialism. Watch the full Insider show:… pic.twitter.com/zGfwE4DHWG
— The Economist (@TheEconomist) June 5, 2026
https://x.com/TheEconomist/status/2062943400106545264
.....
แนวคิดฝ่ายซ้ายรูปแบบใหม่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยแนวคิดสังคมนิยมในแบบฉบับของคนรุ่น Gen-Z นั้นไม่ได้เน้นเรื่องส่วนรวมเป็นหลักเหมือนในอดีต แต่กลับให้ความสำคัญกับแนวคิดที่ยึด "ตนเองเป็นที่ตั้ง" (me-first) มากกว่า และไม่ใช่แค่คนหนุ่มสาวเท่านั้นที่สนับสนุนแนวคิดนี้
ข้อสังเกตที่ว่า "สังคมนิยมแบบ Gen-Z" ในยุคปัจจุบันมีทิศทางต่างไปจากแนวคิดสังคมนิยมแบบเน้นส่วนรวม (collectivism) ในศตวรรษที่ 20 อย่างสิ้นเชิงนั้นถือว่าถูกต้องแม่นยำ สิ่งที่เราเห็นไม่ใช่ความต้องการระบบวางแผนเศรษฐกิจจากส่วนกลางแบบโซเวียต แต่เป็นแนวคิดฝ่ายซ้ายที่เน้นความเป็นปัจเจกบุคคลสูงและให้ความสำคัญกับวิถีการบริโภค
แนวคิดนี้ผสมผสานการวิพากษ์วิจารณ์โครงสร้างสังคมเข้ากับความสมจริงเชิงปฏิบัติที่ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง และกำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในกลุ่มคนที่มีอายุมากกว่าแค่กลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่ที่สุด
เจาะลึกสังคมนิยมแบบ "ยึดตนเองเป็นที่ตั้ง"
ในอดีต สังคมนิยมแบบดั้งเดิมเน้นการยอมลดทอนตัวตนเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ไม่ว่าจะเป็นโรงงาน สหภาพแรงงาน หรือรัฐ แต่กระแสสังคมนิยมยุคใหม่ ซึ่งขับเคลื่อนโดยคนรุ่น Gen-Z เป็นหลักและได้รับการยอมรับจากคนรุ่นเก่าที่เหนื่อยล้ากับสภาพเศรษฐกิจ ได้พลิกโฉมแนวคิดนี้ไปอย่างสิ้นเชิง พวกเขามองนโยบายสังคมนิยมไม่ใช่เครื่องมือสำหรับการเสียสละเพื่อส่วนรวม แต่เป็นหลักประกันสูงสุดสำหรับอิสรภาพส่วนบุคคลและการรักษาไว้ซึ่งวิถีชีวิตของตนเอง
1. จาก "ชนชั้นแรงงาน" สู่ "คุณภาพชีวิตของฉัน"
สำหรับคนกลุ่มนี้ การสนับสนุนนโยบายต่างๆ เช่น ระบบสาธารณสุขถ้วนหน้า การยกเลิกหนี้สินเพื่อการศึกษา และการรับประกันที่อยู่อาศัย ไม่ใช่เรื่องของการสร้างสังคมอุดมคติแบบคอมมูน แต่เป็นเรื่องของการขจัดความกังวลทางเศรษฐกิจอันหนักอึ้งที่ขัดขวางไม่ให้พวกเขาได้ใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ ตรรกะของพวกเขาตั้งอยู่บนความเป็นปัจเจกบุคคลที่ว่า "หากสวัสดิการรักษาพยาบาลไม่ได้ผูกติดอยู่กับงานที่ทำ และมีการควบคุมเพดานค่าเช่าที่พักอาศัย ฉันก็จะมีอิสระในการทำตามความหลงใหล เปลี่ยนสายงาน หรือสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ ได้อย่างเต็มที่"
2. อิทธิพลของเศรษฐกิจแบบ Creator Economy
Gen-Z เป็นคนรุ่นแรกที่เติบโตมาพร้อมกับเศรษฐกิจแบบ Creator Economy (เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยนักสร้างสรรค์คอนเทนต์) ซึ่งการสร้าง "แบรนด์ของตัวเอง" (brand of me) ถือเป็นกลยุทธ์การอยู่รอดที่ใช้ได้จริง สิ่งนี้ก่อให้เกิดความย้อนแย้งที่น่าสนใจ:
มีแนวคิดทางการเมืองแบบต่อต้านทุนนิยม (วิพากษ์วิจารณ์การผูกขาดขององค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ความมั่งคั่งของมหาเศรษฐี และการขูดรีดแรงงาน)
มีวิถีปฏิบัติในชีวิตประจำวันแบบทุนนิยมสุดโต่ง (สร้างรายได้จากงานเสริม ปรับภาพลักษณ์ส่วนตัวให้ดูดีที่สุด และบริหารจัดการตัวตนบนโลกออนไลน์อย่างพิถีพิถัน)
พวกเขาไม่มองว่ามีความขัดแย้งทางอุดมการณ์แต่อย่างใดในการบริจาคเงินสมทบกองทุนสนับสนุนการนัดหยุดงานของกลุ่มก้าวหน้า ในขณะเดียวกันก็ยอมจ่ายเงินซื้อซอฟต์เสิร์ฟราคา 10 ดอลลาร์ที่ดูมีระดับและผ่านการโปรโมตโดยอินฟลูเอนเซอร์สายไลฟ์สไตล์แบบดั้งเดิม เป้าหมายของพวกเขาคือสุขภาวะส่วนบุคคลและการได้เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง ท่ามกลางระบบสังคมที่พวกเขามองว่าถูกกำหนดไว้แล้วอย่างไม่เป็นธรรม 3. โมเดลนอร์ดิกในฐานะเกณฑ์มาตรฐาน
เมื่อคนรุ่นเก่าได้ยินคำว่า "สังคมนิยม" พวกเขามักนึกถึงยุคสงครามเย็น การควบคุมโดยรัฐ และภาวะขาดแคลนสินค้า แต่เมื่อคนรุ่นใหม่ใช้คำนี้ พวกเขามักหมายถึงรัฐสวัสดิการที่เข้มแข็งในแบบสแกนดิเนเวีย สำหรับพวกเขาแล้ว "สังคมนิยม" หมายถึงระบบตลาดทุนนิยมที่มีประสิทธิภาพสูง ควบคู่ไปกับระบบตาข่ายรองรับทางสังคมที่แข็งแกร่งเพื่อป้องกันไม่ให้ชีวิตของปัจเจกบุคคลต้องพังทลายลง
ทำไมแนวคิดนี้จึงแพร่หลายไปไกลกว่าแค่คนรุ่น Gen-Z
คุณตั้งข้อสังเกตว่าไม่ใช่แค่คนหนุ่มสาวเท่านั้นที่สนับสนุนแนวคิดนี้ แนวคิดทางเศรษฐกิจที่ให้ความสำคัญกับตัวบุคคล (หรือแนวคิดที่เน้นประโยชน์ของปัจเจก) กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่น Millennials และ Gen-X ด้วยเหตุผลเชิงโครงสร้างหลายประการ:
กับดักภาวะชะงักงัน: ค่าเช่าที่พักอาศัย ค่าดูแลเด็ก และค่าใช้จ่ายด้านอุปโภคบริโภคพื้นฐานต่างพุ่งสูงขึ้นแซงหน้าอัตราค่าจ้างมานานกว่าทศวรรษ คนวัยทำงานตอนกลางที่ใช้ชีวิตตามครรลองที่ถูกต้องมาตลอดกลับยังต้องใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือน ทำให้พวกเขาเปิดรับแนวคิดการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจขนานใหญ่ได้ง่ายขึ้น
ความภักดีต่อองค์กรที่เสื่อมถอย: หลังจากได้เห็นคลื่นการเลิกจ้างพนักงานออฟฟิศและการเข้ามาของระบบบริหารจัดการด้วยอัลกอริทึม (ซึ่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นตัวกำหนดสถานะการจ้างงานของคุณ) คนวัยทำงานรุ่นเก่าจึงเลิกเชื่อไปแล้วว่าการทำงานหนักจะทำให้องค์กรภักดีต่อตนเอง
ความเป็นจริงของ "แรงงานที่ไร้ตัวตน" (Ghost Worker): ในขณะที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติเข้ามาปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานในสำนักงาน แรงงานทุกช่วงวัยต่างตระหนักว่าระบบตาข่ายรองรับทางสังคมแบบเดิมนั้นล้าสมัยไปแล้ว ข้อเรียกร้องให้รัฐจัดหาหลักประกันทางเศรษฐกิจขั้นพื้นฐานจึงไม่ใช่แค่การประท้วงเชิงอุดมคติของนักศึกษาอีกต่อไป แต่เป็นเสมือนกรมธรรม์ประกันภัยที่เน้นการปฏิบัติได้จริง
ท้ายที่สุดแล้ว การเมืองรูปแบบใหม่นี้ไม่ได้มองว่ารัฐเป็นสิ่งที่ต้องเทิดทูนบูชา แต่มองว่าเป็นเสมือนผู้ให้บริการสาธารณูปโภค ข้อเรียกร้องไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การรับใช้ส่วนรวม แต่เป็นการเรียกร้องให้ระบบมอบความมั่นคงทางวัตถุขั้นพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อให้ปัจเจกบุคคลสามารถเติบโตและก้าวหน้าต่อไปได้
.....
‘LIFELINE OR DEATH WISH’: Young American voters go FULL BLOWN socialist
Fox Business
Jun 4, 2026
‘The Big Money Show’ discusses why growing numbers of young Americans view socialism and communism favorably, and what the trend could mean for Democrats, Republicans, and the future of U.S. politics. #foxbusiness #bigmoneyshow 0:00 Young Americans Embrace Socialism and Communism
0:26 Why Financial Frustration Is Driving Political Radicalism
1:29 Financial Literacy, Investing, and Economic Opportunity
2:52 The Push to Promote Capitalism to the Next Generation
3:44 Why Young Voters Feel Drawn to Socialist Ideas
https://www.youtube.com/watch?v=JZrPBum5tww