วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 22, 2564

“ช้างเผือก-ช้างบ้าน” ในห้องการเมืองไทย



Puangthong Pawakapan
13h ·

ช้าง 2 ตัวในห้องการเมืองไทย

ช้างๆๆๆๆ น้องเคยเห็นช้างหรือเปล่า? ช้างในห้องการเมืองไทยอ่ะค่ะ

สเตตัสนี้ไม่ได้กำลังจะพูดถึง “ตั๋วช้าง” แต่จะพูดถึง “ช้าง 2 ตัวในการเมืองไทย” ซึ่งจริงๆ ตั๋วช้างก็คืออาการโรคชนิดหนึ่ง อันเป็นผลมาจากการไม่ยอมรับว่าเรามีช้างขนาดแมมมอธในสังคมไทยนี้มานานแล้ว สเตตัสนี้ขอชวนผู้สนใจกลับไปอ่านบทความของอ.ธงชัย วินิจจะกูล เรื่อง “สถาบันกษัตริย์กับฝ่ายต่อต้านเครือข่ายกษัตริย์: ช้างสองตัวในห้องการเมืองไทยกับสภาวะปฏิเสธความเป็นจริง” ในหนังสือ “ประชาธิปไตยอันมีกษัตริย์อยู่เหนือการเมือง” (ขายของให้ “ฟ้าเดียวกัน” อีกแล้ว) เป็นบทความที่แปลมาจากภาษาอังกฤษที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 2556

ชื่อบทความนี้มาจากสำนวนฝรั่ง “An elephant in the room” ที่มีความหมายว่า ช้างตัวเบ้อเริ่มเทิ่มยืนอยู่กลางห้อง แต่กลับถูกมองข้าม หรือแสร้งมองไม่เห็น ปฏิเสธว่าไม่มีในกรณีสังคมไทย ซ้ำร้ายสังคมไทยนับตั้งแต่รัฐประหาร 2549 เป็นต้นมา ไม่ได้มีช้างแค่ตัวเดียว แต่มีถึง 2 ตัว ตัวหนึ่งคือ “ช้างเผือก” ตัวหนึ่งคือ “ช้างบ้าน”

ช้างเผือกคืออะไร
เป็นเวลาหลายปีทีเดียวหลังการรัฐประหาร 2549 กว่าวงวิชาการด้านการเมืองและรัฐไทยจะเริ่มอภิปรายถึงสถาบันกษัตริย์ ก่อนหน้านี้แทบไม่มีและมักทึกทักเอาเองว่าสถาบันกษัตริย์ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง อยู่เหนือการเมือง ฝ่ายรอยัลลิสต์ก็ยืนยันกระต่ายขาเดียวเช่นนี้เหมือนกัน

บทความชิ้นนี้ อ.ธงชัยไม่เพียงโต้แย้งความเชื่อดังกล่าว แต่ยังชี้ว่าสถาบันกษัตริย์มีบทบาทสำคัญในการก่อร่างสร้างระบอบประชาธิปไตยแบบอำมาตย์ (royalist democracy) มาหลายทศวรรษแล้ว ความชอบธรรมของระบอบนี้ตั้งอยู่บนอำนาจทางศีลธรรมและความเป็นที่รักใคร่ของกษัตริย์ การสถาปนาอุดมการณ์รอยัลลิสต์ถูกใช้ควบคู่ไปกับการใช้มาตรา 112 ต่อคนที่บังอาจตั้งคำถามและท้าทาย พวกเขาถูกเล่นงานด้วยข้อหาว่าไม่จงรักภักดี ทาสทักษิณ ควายแดง ฯลฯ สภาวะเช่นนี้จึงเปรียบเสมือนช้างเผือกในห้องการเมืองไทย ที่ฝ่ายรอยัลลิสต์แสร้างมองไม่เห็น ปฏิเสธว่าไม่มีอยู่จริง

ช้างบ้านคืออะไร
คือผู้ที่ตั้งคำถามและท้าทายต่อบทบาทและอำนาจของช้างเผือกและบริวารของช้างเผือกข้างต้น คำถามและการท้าทายขยายเติบโตมากขึ้นหลังรัฐประหาร 2549 ผลก็คือพวกเขาต้องเผชิญกับบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวมากขึ้น คดีความจากมาตรา 112 พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อปิดปาก ปิดการท้าทายจากประชาชน ฝ่ายนี้ถูกทำให้ล่องหนหายไป ราวกับไม่มีอยู่จริง ฝ่ายนี้จึงเป็นเสมือนช้างอีกตัวที่ปรากฏกายขึ้น กระนั้น แม้จะระดมกลไกโฆษณาชวนเชื่อสารพัดรูปแบบ (จนเกิด “hyper-royalism” ลัทธิกษัตริย์นิยมล้นเกิน) ควบคู่ไปกับเครื่องมือกดปราบ แต่ช้างบ้านตัวนี้กลับเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ ปรากฏการณ์คนเสื้อแดงคือช้างบ้านยุคเริ่มแรก ปรากฏการณ์คนรุ่นใหม่คือพลังที่ทำให้ช้างบ้านเติบโตคับห้องอยู่ในขณะนี้

เราจะไม่สามารถออกจากวิกฤติการณ์ที่นับวันปัญหาก็ยิ่งซับซ้อนเลวร้ายลงได้เลย ถ้าผู้มีอำนาจและปัญญาชนฝ่ายรอยัลลิสต์ไม่ยอมรับการดำรงอยู่และสาเหตุที่ทำให้ช้างสองตัวนี้ยืนเผชิญหน้ากัน อ.ธงชัยเตือนไว้ตั้งแต่ปี 2556 ว่าการปฏิเสธความจริง ทั้งๆ ที่ความจริงยืนผงาดอยู่ตรงหน้านี้ ได้ทำให้สังคมไทยตกอยู่ในภาวะไร้เสถียรภาพทางการเมือง “และอาจะเป็นต้นตอของความไร้เสถียรภาพที่ร้ายแรงกว่านี้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า”

ณ วันนี้เรามาถึงจุดนี้แล้ว และยังไม่รู้ว่าจะออกจากสภาวะนี้อย่างไร