Researchers at Northwestern University have used artificial intelligence to design a drone 'Phantom Twist' that is far less visible in flight, exploiting motion blur rather than camouflage to make the aircraft appear as a faint haze pic.twitter.com/NYqnYGi8XS
— Reuters (@Reuters) July 17, 2026
https://x.com/Reuters/status/2078112694369124421
.....
นี่ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในการออกแบบเทคโนโลยีลวงตาเลย แทนที่จะพยายามคิดค้นวัสดุโปร่งแสงล้ำยุคแบบในภาพยนตร์ไซไฟ ทีมนักวิจัยจาก Northwestern University กลับเลือกที่จะ "แฮก" ระบบการรับรู้ทางสายตาของมนุษย์เราแทน
โดรน "Phantom Twist" นี้สามารถซ่อนตัวต่อหน้าต่อตาผู้คนได้โดยอาศัยปรากฏการณ์ Motion Blur (ภาพเบลอจากการเคลื่อนไหว) ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับเวลาที่เรามองใบพัดพัดลมที่กำลังหมุนเร็วๆ แล้วรู้สึกเหมือนใบพัดมันค่อยๆ จางหายไปนั่นเอง
หลักการทำงานของ "Phantom Twist"
ในขณะที่โดรนสี่ใบพัด (Quadcopter) ทั่วไปจะมีตัวเครื่อง (Frame) ตรงกลางที่อยู่นิ่งๆ และมีเพียงใบพัดเท่านั้นที่หมุน ซึ่งทำให้มนุษย์สังเกตเห็นรูปทรงของโดรนได้อย่างชัดเจน แต่เจ้า Phantom Twist ปฏิเสธการออกแบบเดิมๆ อย่างสิ้นเชิง:
การหมุนสวนทาง (Counter-Spin): ตัวโดรนใช้มอเตอร์ตัวเดียวและใบพัดเดี่ยว โดยเมื่อใบพัดหมุนไปในทิศทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว แรงสะท้อนจะส่งผลให้ "ตัวเครื่องทั้งหมด" หมุนสวนทางไปในอีกทิศทางหนึ่ง
ความเร็วระดับสุดยอด: ตัวเครื่องของโดรนจะหมุนด้วยความเร็วสูงถึง 25 รอบต่อวินาที ซึ่งเร็วเกินกว่าที่ดวงตาของมนุษย์จะแยกแยะชิ้นส่วนต่างๆ ออกมาเป็นภาพนิ่งได้ สมองของเราจึงประมวลผลภาพที่เห็นให้ออกมาเป็นค่าเฉลี่ยแทน
เอฟเฟกต์ "หมอกจางๆ": แทนที่จะมองเห็นเป็นรูปทรงโดรนสีทึบคมชัด ภาพของโดรนที่กำลังหมุนจะค่อยๆ "เบลอ" และเกลี่ยกลืนไปกับสภาพแวดล้อมเบื้องหลัง จนดูเหมือนเป็นเพียงกลุ่มหมอกจางๆ ที่แทบจะมองไม่เห็น
🧠 บทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI)
รูปทรงแปลกประหลาดของโดรนตัวนี้ไม่ได้เกิดจากฝีมือการวาดแบบของมนุษย์ แต่ถูกคำนวณและปรับแต่งโดย AI:
การจัดวางชิ้นส่วนทึบแสง: ทีมวิจัยใช้ระบบอัลกอริทึมของ AI ในการสร้างและทดสอบการจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ที่มีสีทึบแสง (เช่น แบตเตอรี่, แผงวงจร, มอเตอร์ และตัวถ่วงน้ำหนัก) มากถึง 20,000 รูปแบบ
การจำลองการมองเห็น: ตัว AI จะคำนวณระยะ ความสูง และมุมของชิ้นส่วนเหล่านี้อย่างละเอียด เพื่อไม่ให้พวกมันหมุนมาซ้อนทับกันเองในทางสายตาเมื่อโดรนเริ่มทำงาน
การทดสอบการรับรู้: AI ได้ลองจำลองภาพการหมุนของโดรนรูปแบบต่างๆ ผ่านภาพพื้นหลังในโลกแห่งความเป็นจริงกว่า 100 แบบ โดยใช้โมเดลคอมพิวเตอร์วิชัน (Computer Vision) ที่ได้รับการปรับจูนให้ตรวจจับภาพเลียนแบบดวงตามนุษย์
ผลลัพธ์ที่ได้คือ การออกแบบที่ AI ปรับแต่งให้นี้ ช่วยลดการมองเห็นของมนุษย์ลงได้ถึง 10 เท่า เมื่อเทียบกับโดรนแบบดั้งเดิม
รูปทรงแปลกประหลาดของโดรนตัวนี้ไม่ได้เกิดจากฝีมือการวาดแบบของมนุษย์ แต่ถูกคำนวณและปรับแต่งโดย AI:
การจัดวางชิ้นส่วนทึบแสง: ทีมวิจัยใช้ระบบอัลกอริทึมของ AI ในการสร้างและทดสอบการจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ที่มีสีทึบแสง (เช่น แบตเตอรี่, แผงวงจร, มอเตอร์ และตัวถ่วงน้ำหนัก) มากถึง 20,000 รูปแบบ
การจำลองการมองเห็น: ตัว AI จะคำนวณระยะ ความสูง และมุมของชิ้นส่วนเหล่านี้อย่างละเอียด เพื่อไม่ให้พวกมันหมุนมาซ้อนทับกันเองในทางสายตาเมื่อโดรนเริ่มทำงาน
การทดสอบการรับรู้: AI ได้ลองจำลองภาพการหมุนของโดรนรูปแบบต่างๆ ผ่านภาพพื้นหลังในโลกแห่งความเป็นจริงกว่า 100 แบบ โดยใช้โมเดลคอมพิวเตอร์วิชัน (Computer Vision) ที่ได้รับการปรับจูนให้ตรวจจับภาพเลียนแบบดวงตามนุษย์
ผลลัพธ์ที่ได้คือ การออกแบบที่ AI ปรับแต่งให้นี้ ช่วยลดการมองเห็นของมนุษย์ลงได้ถึง 10 เท่า เมื่อเทียบกับโดรนแบบดั้งเดิม
⚠️ ข้อจำกัดในปัจจุบันและการนำไปใช้งาน
แม้ว่ามันจะพรางตาได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ Phantom Twist ก็ไม่ได้ล่องหนหรือเงียบสนิท 100% เนื่องจากใบพัดที่หมุนด้วยความเร็วสูงยังคงสร้างเสียงรบกวนอยู่ และหากสังเกตดีๆ ก็ยังอาจเห็นโครงลวดบางๆ เป็นรอยจางๆ ในอากาศได้
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเชื่อว่าเทคโนโลยีนี้มีประโยชน์อย่างมากในงานพลเรือนที่ไม่ต้องการรบกวนสิ่งแวดล้อม เช่น การบินสำรวจพฤติกรรมสัตว์ป่า (เช่น นกที่กำลังทำรัง) โดยไม่ทำให้พวกมันตื่นตกใจ หรือการบินตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ โดยไม่ดึงดูดสายตาหรือสร้างความกังวลให้แก่ผู้คนในบริเวณนั้น