วันพุธ, กรกฎาคม 15, 2569

ทูตจีนรับทีมรัฐมนตรีเงาพรรคประชาชนเต็มที่ จะส่งต่อข้อมูล “มลพิษทางน้ำข้ามแดน” ให้รัฐบาล 'สี' ทราบทันที นี่เป็นผลงานบริหารประเทศเหนือกว่ารัฐบาลอนุทิน

ทีมรัฐมนตรีเงาพรรคประชาชน เข้าพบทูตจีน ยื่นหลักฐานอย่างละอียด ๒,๖๗๖ จุด กรณี “มลพิษทางน้ำข้ามแดน” ๖ สายทั้งแม่น้ำกก รวก สาย โขง กระบุรี ไปถึงสาละวิน ทูตขานรับเต็มที่ รับจะส่งต่อข้อมูลให้รัฐบาลทราบทันที

อาจกล่าวอ้างได้เลยว่า นี่เป็นผลงานบริหารประเทศเหนือกว่ารัฐบาลอนุทิน มากกว่านายกฯ ที่เอาแต่ร้องรำทำเพลงไปวันๆ และต่างกับทางการตำรวจไทย ซึ่ง ดร.โสภณ พรโชคชัย โพสต์แซะไว้ว่า “รัฐไทยใต้อุ้งเท้าจีน” (หรือเปล่า)

“ประท้วงจีนที่เชียงใหม่โดน ตร.ทำแขนหัก ชุมนุมหน้าสถานทูตจีนใน กท. สื่อถูกสั่งห้ามลงภาพข่าวคนใส่หน้ากาก ปธน.สี” แต่สี่ตัวแทนไทยจากพรรคฝ่ายค้าน กลับได้รับคำมั่น จากเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ว่านำส่งเอกสารข้อมูลทั้งหมดไปปักกิ่งแล้ว

มาดูรายละเอียดกันเล็กน้อยว่ามีอะไรบ้าง ข้อมูลที่ทางรัฐบาลจีนจะได้รับรู้ หรือถ้ารู้อยู่แล้วก็ต้องลงมือจัดการอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะที่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กล่าวถึงมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลจีนสามารถใช้กับเหมืองแร่หายากในประเทศเมียนมาได้

ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ หนึ่งในคณะตัวแทนเข้าพบทูตจีน กล่าวถึงข้อมูลที่ยื่นต่อเอกอัคราชทูตจีน ชิ้นหนึ่งเป็น “ผลตรวจทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่าสารพิษไม่ได้มีต้นทางมาจากประเทศไทย แต่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเมียนมา”

เขาเพิ่มเติมด้วยว่า “พวกตนได้ยื่นบันทึกและเอกสารอ้างอิงอย่างละเอียด เพื่อให้ทางการจีนได้เห็นอย่างชัดเจน โดยไม่ได้มีเพียงผลการตรวจน้ำ ตะกอนดิน หรือฝุ่น...แต่ยังมีข้อมูลที่ลงลึกถึงพิกัดเหมืองจำนวน ๒,๖๗๖ แห่งในประเทศเพื่อนบ้าน”

เขาพาดพิงรัฐบาลด้วยเหมือนกัน “ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมไม่มีเส้นแบ่งเขตแดน ประชาชนทุกคนได้รับผลกระทบร่วมกันไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติใด การดำเนินการในส่วนนี้ รัฐบาลไทยต้องเป็นแกนนำเดินหน้าอย่างจริงจัง” เพราะประเทศเราได้รับเอาผลกระทบไว้จังจัง

เขาแนะดังๆ ว่าในวันที่ ๑๖-๒๐ กรกฎานี้ นายกฯ มีกำหนดเดินทางไปเยือนจีน นัยว่าไปหารือเกี่ยวกับเทคโนโลยี่เอไอ เขาหวังว่าการเยือนครั้งนี้จะไม่มีเพียงพิธีกรรม และสร้างซ้อฟพาวเวอร์เท่านั้น เขาอยากเห็นความคืบหน้าการแก้ไขปัญหามลพิษอย่างจริงจัง

รวมทั้ง “การแก้ไขความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา การแก้ไขปัญหาทุนสีเทา หรือการสวมสิทธิ์ต่างๆ ทางการไทยพร้อมถือธงนำโดยใช้เวทีทางการทูต และทางการจีนพร้อมที่จะสนับสนุนการแก้ไขปัญหาข้ามพรมแดนเหล่านี้อย่างไรบ้าง”

(https://www.facebook.com/thai.udd.news/posts/2U1mKFwZ, https://www.facebook.com/pleelaphat/posts/3DaR71TJt และ https://www.facebook.com/dr.sopon4/posts/rJ3oTLEhR5)