วันจันทร์, กรกฎาคม 13, 2569

คดีฮั้ว สว. ต้องไปถึงศาล : เปิดหลักฐานและข้อมูลบนเวที จากปากพยาน 4 คน 4 จังหวัดทั่วประเทศ


พริษฐ์ วัชรสินธุ - ไอติม - Parit Wacharasindhu
2 hours ago
·
[ คดีฮั้ว สว. ต้องไปถึงศาล : เปิดหลักฐานและข้อมูลบนเวที จากปากพยาน 4 คน 4 จังหวัดทั่วประเทศ ]
.
วันนี้ ทางฝ่ายค้านได้จัดงานครบรอบ 2 ปี เลือก สว. เพื่อเจาะลึกหลักฐานในคดี “ฮั้ว สว.” หรือ “โกง สว.” ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่ได้หมายถึงแค่การจัดตั้งเครือข่ายผู้สมัครเพื่อ “ทำโพย” และ “แลกคะแนน” กันอย่างเป็นระบบ แต่ยังรวมไปถึงพฤติกรรมของการ “จ้าง” คนมาสมัครหรือมาโหวต เพื่อเข้าสู่อำนาจรัฐ
.
คดีดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตประเทศไทย เพราะหากกลุ่มการเมืองกลุ่มใดสามารถแทรกแซงกระบวนการเลือก สว. จนทำให้กำกับทิศทางการลงมติของ สว. ได้ ก็เท่ากับกลุ่มการเมืองนั้นชี้ขาดว่าใครจะดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระได้เช่นกัน - ตรงนี้ เสี่ยงจะก่อให้เกิดสภาวะของการ “ฮั้วกันทั้งกระดาน” ที่ทำให้กลไกตรวจสอบอ่อนแอลง และอาจทำให้กลุ่มการเมืองดังกล่าว “ทำอะไร ก็ไม่ผิด”
.
แม้ตอนนี้ คดีดังกล่าวกำลังถูกตรวจสอบโดย 2 หน่วยงาน (กกต. และ DSI) แต่หลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา ทำให้สังคมบางส่วนยังไม่ไว้วางใจ กกต. กับ DSI ในการทำหน้าที่ตรวจสอบคดีดังกล่าว - หากมีการเป่าคดี สังคมคงอาจไม่ได้รับความชัดเจน ว่าเป็นเพราะหลักฐานไม่ชัดเจนพอ หรือ เป็นเพราะหน่วยงานไม่ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา
.
วันนี้ ผมจึงต้องขอบคุณ พยานบุคคลทั้ง 4 คน จาก 4 จังหวัดทั่วประเทศ ที่ได้ตัดสินใจด้วยความกล้าหาญ ในการนำเอาหลักฐานและข้อมูลที่พวกเขาเคยได้ให้การกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปก่อนหน้านี้ มาเล่าให้สังคมได้รับรู้ว่าหลักฐานที่อยู่ในมือ กกต. และ DSI ควรจะมีความชัดเจนเพียงใด - ข้อมูลดังกล่าวจึงเป็นประโยชน์มากสำหรับสังคมในการตรวจสอบการทำงานของ กกต. และ DSI
.
ผมอยากชวนทุกคนไปฟังคำบอกเล่าของพยานทั้ง 4 คน เต็มๆบนเวที เพื่อจะได้เห็นภาพชัดว่าขบวนการโกง สว. นี้ ทำงานอย่างไร และเชื่อมโยงกับใครบ้าง
.
อย่างไรก็ตาม ในเมื่อผมเห็นบางรายงานข่าวมีการสรุปบางประเด็นที่อาจเป็นการพาดพิงบุคคลที่ไม่ตรงหรือนอกเหนือจากบุคคลที่ถูกเอ่ยถึงจากคำพูดของพยานบนเวที ผมเลยขอสรุปสาระสำคัญของข้อมูลจากปากพยานทั้ง 4 คน บนเวที เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะในการเข้าถึงชุดข้อมูลที่สอดคล้องกับข้อมูลที่ถูกนำเสนอในงาน:
.
[ สรุปข้อมูลบนเวทีจากปากพยาน 1/4 : ดิเรก พรสีมา (มหาสารคาม) ]
.
1. ก่อนการเลือกระดับประเทศ พยานถูกนัดให้ไปคุยกับอดีตนายกท้องถิ่น ตัวย่อ “ส. ภ.” ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดย ส. ภ. ได้ชวนให้พยานรวบรวมผู้สมัครให้ได้เยอะที่สุด เพื่อไปร่วมขบวนการที่ดำเนินการอยู่ที่โรงแรม ปทุมธานี เพลส จ.ปทุมธานี โดยพยานได้รับแจ้งว่าผู้ที่เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการจัดการเรื่องที่พัก คือ “ม.” (ปัจจุบันเป็น สว. ศรีสะเกษ)
.
2. ส. ภ. บอกพยานว่า ฝั่งเขาจะเป็นฝ่ายดูแลค่าที่พัก ค่าเดินทางไป-กลับภูมิลำเนา และค่าสมนาคุณที่จะประเมินเป็นรายบุคคลอีกที
.
3. ในปลายปี 68 กกต. ได้มีการสั่งฟ้อง ส. ภ. ไปที่ศาล ด้วยข้อหารวบรวมผู้สมัครและสัญญาเงิน 6 หลัก ให้กับผู้สมัครเพื่อมาร่วมขบวนการฮั้ว สว. - นอกจากนั้น พยานให้ข้อมูลว่า ลูกชาย ของ ส. ภ. ปัจจุบันเป็น สส. พรรคภูมิใจไทย อุดรธานี (ตั้งแต่การเลือกตั้ง 2569)
.
4. หลังจากการเลือก สว. เสร็จสิ้นแล้ว พยานได้รับข้อมูลเพิ่มเติมว่าขบวนการดังกล่าว ถูกริเริ่มโดยกลุ่มคนรุ่นใหม่ในพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งตั้งเป้าหมายว่าต้องการมี สว. อย่างน้อย 120 คน (อย่างน้อย 6 คน ต่อกลุ่มอาชีพ) เพื่อหวังจะก้าวขึ้นมาเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล ดึงดูดนักการเมืองบ้านใหญ่ และกำกับควบคุมองค์กรอิสระ
.
[ สรุปข้อมูลบนเวทีจากปากพยาน พยาน 2/4 : ธารินทร์ พินธุมัย (นครพนม) ]
.
1. ก่อนการเลือกระดับประเทศ พยานถูกชักชวนโดย “ส.” (ปัจจุบันเป็น สว. นครพนม) ให้ไปร่วมประชุมกับขบวนการที่ โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จ.อยุธยา 1 วันก่อนวันเลือก
.
2. พยานเดินทางไปที่โรงแรม โดยได้เจอกับทั้ง “ศ.” (อดีต สส. ภูมิใจไทย นครพนม และอดีตรองประธานสภา) และผู้สมัคร สว. ประมาณ 20 คน รวมถึงผู้สมัคร สว. 3 คน ที่ในที่สุดได้รับเลือกมาเป็น สว. จากนครพนม
.
3. พยานรอสักพักที่โรงแรมจนตัดสินใจเดินทางกลับ กทม. แต่พอถึง กทม. แล้ว พยานถูกโทรตามให้กลับไปที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ อีกรอบหนึ่ง
.
4. พยานเดินทางกลับไปที่โรงแรมช่วงเย็นหรือค่ำ และร่วมประชุมที่มีการจัดทำโพย แต่พอพยานเห็นว่าไม่มีเลขผู้สมัครของตนเองในโพย พยานจึงไม่เห็นชอบกับแนวทางดังกล่าว เลยตัดสินใจแจ้ง “ศ.” ว่าไม่ขอร่วมด้วย ฉีกคืนโพย และเดินทางออกจากโรงแรม
.
[ สรุปข้อมูลบนเวทีจากปากพยาน พยาน 3/4 : สนั่นชัย ช่วยอุดมธนิกิจ (หนองบัวลำภู) ]
.
1. พยานเป็นผู้ประสานงานให้กับ “ส.” (ปัจจุบันเป็น สว. หนองบัวลำภู) ตั้งแต่การเลือกระดับอำเภอและจังหวัด โดยพยานเล่าว่าตน (และอีกหลายคนในทีม) ได้รับเงิน 3,000 บาท เพื่อใช้สำหรับค่าสมัคร สว.
.
2. ก่อนการเลือกระดับประเทศ พยานเคยไปร่วมประชุมกับ ส. และ ทีมงานของ “ว.” (ปัจจุบันเป็น สว. หนองบัวลำภู) ที่โรงแรม ณัฐพงษ์ แกรนด์ จ.หนองบัวลำภู เพื่อวางแผนและแบ่งรายชื่อผู้สมัครที่แต่ละฝ่ายรับบผิดชอบ - โดยพยานเล่าว่า ส. ได้มีการส่งรายชื่อดังกล่าวและโทรยืนยันกับนักการเมืองคนหนึ่งที่เป็น รมช. มหาดไทย ณ เวลานั้น
.
3. พยานมาร่วมประชุมจัดทำโพยที่โรงแรม ธาราแกรนด์ จ.ปทุมธานี โดยพยานอ้างว่า ส. เคยสัญญาว่าจะจ่ายเงินให้พยาน 500,000 บาท ในฐานะที่ทำหน้าที่เป็น “โหวตเตอร์” (กล่าวคือ เป็นผู้สมัครที่ลงคะแนนให้คนอื่น โดยตนเองไม่อยู่ในโพยที่จะเป็น สว.) และช่วยประสานงานมา - อย่างไรก็ตาม พยานไม่เคยได้รับเงินดังกล่าว แม้จะทวงถามเป็นระยะ (เช่น ตอนจัดทำโพยเสร็จ / ตอนเลือก สว. เสร็จ / ตอนมีการรับรอง สว. แล้ว)
.
4. ในที่สุด พยานได้รับแจ้งว่าจะไม่ได้รับเงินดังกล่าว เพราะมีผู้สมัครในรายชื่อที่ไม่ได้ลงคะแนนตามโพย - พยานเลยได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วย สว. ของ ส. แทน โดยมีเงื่อนไขว่าให้เก็บ 5,000 บาท/เดือน ไว้ที่ตนเอง และ โอนที่เหลือกลับมาให้ภรรยาของ ส. เพื่อแบ่งให้ผู้สมัครคนอื่น / แต่หลังจากตั้งไป 2 เดือน พยานก็ถูกปลดจากการเป็นผู้ช่วย สว.
.
[ สรุปข้อมูลบนเวทีจากปากพยาน พยาน 4/4 : มนตรี เฉียบแหลม (นครศรีธรรมราช) ]
.
1. ก่อนการเลือกระดับประเทศ พยานถูกชักชวนให้ไปร่วมประชุมกับผู้สมัครคนอื่น 20+ คน จากนครศรีธรรมราช ที่โรงแรม อัศวิน กทม. (ห้อง 706)
.
2. ในที่ประชุมดังกล่าว นอกจากได้มีการอธิบายเรื่องโพย พยานอ้างว่า “ว. ช.” (ปัจจุบันเป็น นายกท้องถิ่นจากนครศรีธรรมราช) ได้มอบซองเงินให้พยานและผู้สมัครคนอื่น คนละ 20,000 บาท โดยบอกว่าเป็นค่าเดินทาง - แต่นับถึงวันนี้ พยานยังไม่ได้นำเงิน 20,000 บาทดังกล่าวไปใช้ (โดยพยานได้นำเงินดังกล่าวมาให้ดูในงานวันนี้)
.
3. หลังจากนั้น พยานและผู้สมัครคนอื่นๆจากที่ประชุมดังกล่าว ถูกสั่งให้เดินทางไปประชุมต่อที่ โรงแรม ธาราแกรนด์ จ.ปทุมธานี โดยเป็นการประชุมจัดทำโพยนำโดย “ส.” (พ่อของ รมช. มหาดไทย ปัจจุบัน)
.
4. พยานอ้างว่า ส. ได้สัญญาว่าทุกคนจะได้รับคะแนนจากผู้สมัครจังหวัดอื่นๆ (แม้ไม่มีเลขตนเองปรากฎในโพยของตนเอง) โดยหากใครไม่ได้เป็น สว. จะได้เป็นผู้ช่วยหรือมีตำแหน่ง รวมถึงมีการสัญญาค่าตอบแทนเป็นเงิน 6 หลักให้ทุกคน - นอกจากนั้น ทีมงานยังมีการแจกเสื้อเหลืองให้กับผู้สมัครทุกคนในขบวนการ
.
5. ในวันเลือก สว. พยานไม่ได้ลงคะแนนตามโพย โดยหลังจากการเลือกเสร็จ พยานเล่าว่ามีผู้สมัครคนอื่นซึ่งได้รับเลือกเป็น สว. จากนครศรีธรรมราช ได้ขอโทษพยานที่ไม่ได้เลือกพยาน เพราะต้องเลือกตามโพย
.
(พยานทั้ง 4 คน ได้ให้ข้อมูลว่ารายชื่อและพฤติการณ์ที่ถูกกล่าวถึงบนเวที ได้รวมอยู่ในถ้อยคำที่พยานทั้ง 4 คนได้ให้ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว / อย่างไรก็ตาม ต้องถือว่าบุคคลดังกล่าวยังมีสถานะเป็นเพียงผู้ที่ถูกกล่าวหา และย่อมมีสิทธิชี้แจง หากข้อเท็จจริงไม่เป็นดังที่ได้มีการกล่าวหา-พาดพิง)
.
รับฟังงานเสวนาเต็มๆ รวมถึงข้อมูลจากพยานทั้ง 4 คน เต็มๆ (นาที 48:09 - 1:43:05):


@trendforMFP
·12h

พยานคดีฮั้ว สว. จากนครพนมเล่าไว้หลายจุดที่น่าสนใจ

- เดิมไม่ได้สนใจสมัคร สว. เพราะกังวลว่าจะมีการเมืองเข้ามาเกี่ยว
- มีคนในเครือข่ายที่รู้จักมาชวนสมัคร และบอกว่าจะมีคนออกค่าสมัครให้
- พยานบอกว่าตัวเองไม่รับเงิน สมัครเอง และผ่านถึงระดับประเทศด้วยคะแนนสูงสุดของจังหวัด
- หลังจากนั้นมีคนติดต่อให้ไปร่วมกลุ่ม โดยอ้างว่าอยากให้คนจากนครพนมได้เป็น สว.
- ก่อนเลือกระดับประเทศ พยานเล่าว่าถูกนัดไปที่โรงแรมในอยุธยา และเจอกลุ่มผู้สมัครกับคนการเมืองบางคน
- จุดที่พยานบอกว่าสะดุดคือ ตอนถูกให้ขีดช่อง 20 ช่อง แต่กลับไม่มีเบอร์ตัวเองอยู่ในนั้น ทั้งที่ตัวเองก็เป็นผู้สมัคร

ประโยคที่แรงคือพยานบอกประมาณว่า “มาสมัครทำไม ถ้าไม่ได้เลือกตัวเอง” เพราะมันขัดกับหลักการเลือกโดยสิ้นเชิง และอาจกลายเป็นหลักฐานผูกกลับมาที่ตัวผู้สมัครเอง

เรื่องนี้ยังต้องพิสูจน์ตามกระบวนการ แต่ถ้าคำบอกเล่านี้จริง คำถามเรื่องการจัดกลุ่มและการชี้เป้าในการเลือก สว. ก็เลี่ยงไม่ได้เลย

#คดีฮั้วสว