วันพุธ, กรกฎาคม 08, 2569

คำพิพากษายกฟ้องคดี ม.112 ที่ “บุ้ง” เนติพร ไม่มีโอกาสได้รับรู้ ความสูญเสียที่ไม่อาจย้อนคืน


ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
11 hours ago
·
คำพิพากษายกฟ้องคดี ม.112 ที่ “บุ้ง” เนติพร ไม่มีโอกาสได้รับฟัง
.
“บุ้ง” เนติพร หนึ่งในจำเลยคดีมาตรา 112 กรณีโพลขบวนเสด็จ เคยถูกขังเพราะศาลเพิกถอนประกัน แม้จะเคยยื่นประกันตัว แต่ศาล “ยกคำร้อง” หลังจากนั้นสามเดือนบุ้งเสียชีวิต ผ่านมาสองปี ศาลพิพากษายกฟ้องคดีนี้
.
แล้วชีวิตที่สูญเสียไป ต้องมีใครรับผิดชอบหรือไม่?
.
.
วันที่ 6 ก.ค. 2569 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษายกฟ้องจำเลยทุกคนในข้อหามาตรา 112 และมาตรา 116 จากเหตุทำโพลสำรวจความคิดเห็น “คุณคิดว่า ขบวนเสด็จสร้างความเดือดร้อนหรือไม่” แต่ทว่าคำพิพากษานี้กลับมาถึงช้าเกินไปสำหรับจำเลยคนหนึ่ง คือ “บุ้ง” เนติพร ที่ควรได้ร่วมรับฟัง แต่เธอไม่มีชีวิตอยู่แล้ว
.
.
ชีวิตระหว่างกระบวนการยุติธรรม กลายเป็นความสูญเสียที่ไม่อาจย้อนคืน
.
เดิมคดีนี้มีจำเลยทั้งหมด 8 คน แต่ภายหลังจากบุ้งเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2567 ทำให้ศาลจำหน่ายคดีในส่วนของบุ้งออกไป จำเลยในคดีนี้จึงเหลือ 7 คน
.
หากย้อนไปยังช่วงที่บุ้งยังมีชีวิต ตลอดเวลาที่คดีดำเนินอยู่ บุ้งถูกคุมขังรวม 204 วัน จากการถูกเพิกถอนการประกันตัวในคดีนี้ถึงสองครั้ง และทั้งสองครั้งเธออดอาหารประท้วงเรียกร้องสิทธิประกันตัว รวมทั้งเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม
.
ครั้งที่ 1 ศาลเพิกถอนประกันบุ้งและใบปอในปี 2565 หลังเห็นว่าการไปร่วมกิจกรรมทำโพลอีกครั้ง เป็นการร่วมชุมนุมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ผิดเงื่อนไขประกันตัว ทั้งสองคนถูกคุมขัง 94 วัน และอดอาหารประท้วง 64 วัน ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวหลังยื่นประกันเป็นครั้งที่ 8
.
ครั้งที่ 2 ศาลเพิกถอนประกันบุ้งในปี 2567 จากเหตุร่วมชุมนุมและพ่นสีหน้ากระทรวงวัฒนธรรมเมื่อปี 2566 เห็นว่าการพ่นสีธงพระราชินีอาจทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันกษัตริย์ ผิดเงื่อนไขการประกันตัว และในวันเดียวกันบุ้งถูกลงโทษจำคุก 1 เดือนในคดีละเมิดอำนาจศาล เป็นเหตุให้บุ้งอดน้ำและอาหารประท้วงไม่น้อยกว่า 65 วัน
.
ขณะที่ทนายความเคยยื่นประกันตัวบุ้งไปหนึ่งครั้งในวันที่ 22 ก.พ. 2567 ศาลอาญากรุงเทพใต้ยกคำร้อง ระบุว่า “พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ศาลเคยปล่อยชั่วคราวจำเลยแล้ว แต่จำเลยกระทำผิดเงื่อนไขตามที่ศาลกำหนดเกี่ยวกับการปล่อยชั่วคราว จนเป็นเหตุให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวจำเลย ดังนั้นหากปล่อยชั่วคราวจำเลยอีก เกรงว่าจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น เหตุตามคำสั่งประกอบการปล่อยชั่วคราวยังไม่มีเหตุสมควรที่จะอนุญาต ยกคำร้อง”
.
หลังจากนั้น บุ้งเสียชีวิตระหว่างถูกขังในเรือนจำเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2567 รวมระยะเวลาที่ถูกขังครั้งที่สอง 110 วัน
.
ไม่ใช่เพียงบุ้งเท่านั้นที่ต้องถูกคุมขังระหว่างการต่อสู้คดี ตลอดการพิจารณาคดีนี้ ยังมีจำเลยอีกหลายคนที่เคยถูกเพิกถอนหรือไม่ได้รับการประกันตัวในช่วงเวลาหนึ่ง ทำให้ต้องถูกขังอยู่ในเรือนจำ ก่อนจะได้รับการปล่อยชั่วคราวภายใต้เงื่อนไขของศาล
.
หนึ่งในนั้นคือ “ใบปอ” ที่ถูกเพิกถอนประกันในชั้นสอบสวน เป็นเหตุให้ถูกคุมขังพร้อมกับบุ้งเป็นเวลากว่า 3 เดือน ก่อนจะได้ประกันตัวด้วยหลายเงื่อนไข และหนึ่งในนั้นคือ “ห้ามออกนอกเคหสถาน”
.
นอกจากนี้ ทั้ง 8 คนที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้เคยถูกติดกำไล EM จากการประกันชั้นสอบสวนและหลังอัยการสั่งฟ้องคดี
.
.
เมื่อผู้บริสุทธิ์อาจไม่ได้รอถึงวันพิพากษา
.
หลังศาลมีคำพิพากษา “ทนายด่าง” กฤษฎางค์ นุตจรัส หนึ่งในทนายความคดี ม.112 โพลขบวนเสด็จฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกระบวนการพิจารณาคดี โดยชี้ว่า คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นถึงความสำคัญของหลัก "สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์" และสิทธิในการประกันตัวระหว่างการพิจารณาคดี พร้อมระบุว่า
.
“คดีมีหลายคนถูกกล่าวหาในมาตรา 112 และมาตรา 116 หลายคนไม่ได้ประกันตัวในระหว่างพิจารณา แต่ภายหลังก็ได้รับสิทธิประกันตัวโดยมีเงื่อนไข อย่างการให้ติด EM หรือห้ามเดินทางออกนอกประเทศ
.
“การตัดสินในวันนี้เป็นการพิสูจน์ว่า จะไปจับกุมคุมขังเขา (ผู้ต้องหาหรือจำเลย) ในฐานะผู้กระทำความผิดไม่ได้ จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด และให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ อย่างที่ศาลมักจะไม่ให้ปล่อยชั่วคราวในคดีมาตรา 112 โดยมักอ้างเหตุผลว่า เป็นข้อหาที่ร้ายแรง เกรงว่าจะหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จริง ๆ แล้วเหตุผลเหล่านี้เป็นหลักที่รองกว่าเรื่องการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์”
.
ทนายกฤษฎางค์กล่าวต่อว่า คำพิพากษาในคดีนี้ ถึงแม้ว่าจะยังไม่ถึงที่สุด และเป็นคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเท่านั้น แต่ก็ทำให้เห็นว่าข้อสันนิษฐานตามกฎหมายเป็นประโยชน์ ทำให้ทุกคนมีโอกาสได้รับการประกันตัวและออกมาสู้คดีได้ คำพิพากษานี้จึงเป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่า “ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด”
.
ถ้ามองเฉพาะในประเด็นเรื่องการพิจารณาคดี ทนายกฤษฎางค์มองว่าคดีนี้ได้รับโอกาสให้ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่เพื่อพิสูจน์ความผิดและความถูก กระบวนพิจารณาก็เป็นไปตามปกติ แต่เรื่องที่ไม่ให้ประกันตัวหรือเงื่อนไขในการประกันตัว อำนาจในการให้ประกันตัว ไม่ได้เป็นอำนาจของผู้พิพากษาที่พิจารณาคดี เป็นอำนาจของผู้บริหารศาล
.
“บุ้งควรได้รับสิทธิประกันตัว และถ้าหากบุ้งยังมีชีวิตอยู่ ด้วยเหตุและลักษณะคดีที่ศาลพิพากษามาโดยละเอียด ก็อาจนำไปสู่ผลลัพธ์เดียวกันว่า ศาลก็จะยกฟ้องมาตรา 112 บุ้งด้วยเหมือนกัน”
.
วันที่ศาลนัดฟังคำพิพากษา จำเลยทั้งเจ็ดคนทยอยเดินทางมาศาล ศาลพิพากษายกฟ้องมาตรา 112 และมาตรา 116 เนื่องจากเห็นว่าเพียงการตั้งคำถาม และการกระทำของจำเลยไม่เข้าองค์ประกอบความผิด ดูหมิ่น หมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้าย แต่ลงโทษปรับคนละ 5 พันบาท ข้อหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานฯ
.
หลังอ่านคำพิพากษา ศาลได้แจ้งให้จำเลยที่เคยถูกขังก่อนหน้านี้ไปหักวันคุมขังแทนค่าปรับ เช่น “ใบปอ” ที่ไม่ต้องชำระค่าปรับ เพราะถูกคุมขังเกินค่าปรับไปแล้ว (ถูกขัง 94 วัน ถูกคิดเป็นค่าปรับวันละ 500 บาท รวมเป็นเงิน 47,000 บาท)
.
“แล้วบุ้ง เนติพรที่โดนขังล่ะ” คำถามจากเพื่อนของบุ้งที่ดังขึ้นมาในห้องพิจารณาคดี
.
.
อย่างไรก็ตาม แม้ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 มาตรา 20 วรรคสอง ระบุว่าจำเลยที่ถึงแก่ความตายก่อนคดีถึงที่สุดว่าไม่มีความผิด จะมีสิทธิได้รับค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายหากถูกคุมขังระหว่างการพิจารณาคดีได้ หากจำเลยอื่นในคดีได้รับสิทธิ แต่การเยียวยาตามกระบวนการดังกล่าว แม้กฎหมายจะเปิดช่องให้ครอบครัวหรือทายาทได้รับค่าทดแทนในบางกรณี แต่การเยียวยานั้นเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว
.
หากคดีถึงที่สุด การถูกคุมขังไปก่อนโดยไม่มีความผิด ต้องได้รับการทดแทนตามกฎหมาย แต่ระบบออกแบบการเยียวยาไว้เป็นจำนวนเงิน แต่วันเวลา โอกาสในชีวิต เสรีภาพ ความเป็นมนุษย์ รวมถึงชีวิตของบุ้งที่สูญเสียไปจากการถูกคุมขัง คงไม่มีอะไรชดเชยเยียวยาได้
.
ทั้งนี้ สำหรับกรณีการเสียชีวิตของ “บุ้ง” เนติพร ศาลจังหวัดธัญบุรีมีนัดฟังคำสั่งไต่สวนการตายในวันที่ 15 ก.ค. 2569 ที่จะถึงนี้
.
.
อ่านบนเว็บไซต์: https://tlhr2014.com/archives/84420

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1434175461886253&set=a.656922399611567