วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 09, 2569

วันนี้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ฉบับที่วุฒิสภาแก้ไขกลับมา จำไว้เลยว่า สส.ฝ่ายรัฐบาลประสานเสียงโหวตเห็นชอบตาม สว. #นิรโทษกรรม ไม่รวมคดี #ม112 แต่ล้างผิดคนปิดสนามบิน ล้มเลือกตั้ง … #เลือกปฏิบัติ แบบนี้ยังจะเรียก #ปรองดอง เหรอ?






พริษฐ์ วัชรสินธุ - ไอติม - Parit Wacharasindhu 
6 hours ago
·
[ การนิรโทษกรรมที่จะ “สร้างเสริมสังคมสันติสุข” ได้จริง ต้องไม่ใช่การนิรโทษกรรมแบบ “สองมาตรฐาน” ]
.
ข้อกังวลที่ผมมีต่อร่าง พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เฉพาะประเด็นที่ สว. มีการแก้ไข แต่ผมเห็นว่า การแก้ไข ของ สว. กำลังทำให้เนื้อหาของร่างกฎหมายฉบับนี้ ห่างไกลจากเป้าหมายในการ “สร้างเสริมสังคมสันติสุข” มากขึ้นกว่าเดิม
.
แม้ผมเชื่อว่าสภาเราตกผลึกร่วมกัน ว่ากลไกของการนิรโทษกรรม เป็นกลไกที่มีส่วนในการคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมืองได้ แต่คำถามสำคัญที่สภาแห่งนี้ยังเห็นต่างกันคือ การนิรโทษกรรม “แบบไหน” ที่จะคลี่คลายความขัดแย้ง และสร้างเสริมสังคมที่สันติสุขได้จริง?
.
สำหรับผม การนิรโทษกรรมที่จะคลี่คลายความขัดแย้งได้ ต้องไม่ใช่การนิรโทษกรรมแบบ “สองมาตรฐาน”:
- เช่น พอเป็นคดีที่เกี่ยวกับการแสดงออกทางการเมืองของกลุ่มหนึ่ง (ไม่ว่าจะแสดงออกผ่านการปิดสถานที่ราชการ หรือ ล้อมคูหาเลือกตั้ง) เราก็พร้อมจะลบล้างความผิด พร้อมจะโอบรับเขากลับคืนสู่สังคม / แต่พอเป็นคดีที่เกี่ยวกับการแสดงออกทางการเมืองของอีกกลุ่มหนึ่ง (แม้จะเป็นเพียงการแชร์โพสต์ใน Facebook หรือแม้คนทำจะอายุยังไม่ถึง 18 ปี) เรากลับตีตราว่าการกระทำของพวกเขา ยังไงก็ยกโทษให้ไม่ได้
.
แต่ในความเป็นจริง การ “นิรโทษกรรมแบบสองมาตรฐาน” ที่ว่านี้ คือสิ่งที่รัฐสภาแห่งนี้กำลังผลักดัน
- 1 มาตรฐานสำหรับ ผู้ที่ถูกดำเนินคดีในมาตรา 112 / อีก 1 มาตรฐานสำหรับ ผู้ที่ถูกดำเนินคดีอื่นๆ (รวมถึงกฎหมายอาญาบางมาตราที่โทษแรงกว่า 112)
.
ที่ผ่านมา เราพยายามเต็มที่ เพื่อไม่ให้เกิดสภาวะ “สองมาตรฐาน” เช่นนี้
.
1.
ในวาระ 1 ของสภาผู้แทนราษฎร ร่างของพรรคประชาชนเสนอให้มี คณะกรรมการ 1 คณะ ที่พิจารณาทุกคดีเป็นรายกรณี ด้วยมาตรฐานเดียวกัน กับคนทุกกลุ่ม
- คดีไหน เกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางการเมือง ก็พิจารณานิรโทษ
- คดีไหน ไม่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางการเมือง ก็ไม่นิรโทษ
- คดีไหนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต หรือความผิดต่อชีวิตหรือร่างกาย จะต้องไม่นิรโทษในทุกกรณี
.
แต่วันนั้น เสียงข้างมากของสภาไม่เห็นด้วย และยืนยันว่าต้องปฏิบัติกับคดี 112 ต่างจากคดีอื่น
.
2.
ในชั้น กมธ. และ วาระ 2 ของสภาผู้แทนราษฎร เราพยายามเสนอว่า หากจำเป็นต้องใช้มาตรฐานที่แตกต่างกันจริงๆ ระหว่างคดี 112 กับคดีอื่น อย่างน้อยจะพอเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะเปิดช่องให้นิรโทษกรรมคดี 112 ได้ “แบบมีเงื่อนไขหรือข้อแม้พิเศษ”
- เช่น ถ้าเป็นคดีอื่น ก็นิรโทษกรรมกันไปตามปกติ / แต่ถ้าเป็นคดี 112 อาจเพิ่มเงื่อนไขเข้าไป ว่าจะพิจารณานิรโทษกรรม หากมาควบคู่กับข้อตกลงเกี่ยวกับการแสดงออกบางอย่างในอนาคต ซึ่งน่าจะคลี่คลายข้อกังวลของบางฝ่ายได้
.
แต่วันนั้น เสียงข้างมากของสภาก็ยังไม่เห็นด้วย
.
3.
หลายฝ่ายในสภาแห่งนี้ พยายามหาทางออกร่วมกันในการเปิดช่องให้พิจารณานิรโทษกรรมคดี 112 ได้ สำหรับเด็กและเยาวชน
.
ในวันนั้น แม้เสียงส่วนใหญ่ของสภา ไม่ได้เห็นด้วยกับข้อเสนอของเราทั้งหมด แต่เสียงส่วนใหญ่ของสภา อย่างน้อยก็ตัดสินใจเพิ่ม มาตรา 11 เข้ามา เพื่อยืนยันกลไกบางอย่าง ในการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดี 112
.
.
แต่มาถึงวันนี้ เจตนารมณ์ดังกล่าว ก็ถูกปฏิเสธโดยสิ้นเชิง โดย สว. ที่ไปแก้ไขมาตรา 11 ให้ระบุไว้อย่างชัดเจน ว่าห้ามนำกลไกดังกล่าว มาช่วยเด็กและเยาวชนในคดี 112
.
.
สิ่งที่ผมและพรรคประชาชนพยายามย้ำมาตลอด คือหากเราต้องการสร้าง “ประตู” บานหนึ่ง เพื่อนำพาประชาชนทุกคนที่เคยพัวพันอยู่ในความขัดแย้งทางการเมืองในอดีต ก้าวไปสู่สังคมสันติสุขร่วมกัน: ประตูบานนั้นจะต้องเป็นประตูที่เปิดกว้างพอให้กับทุกกลุ่มและปฏิบัติกับทุกกลุ่มด้วยมาตรฐานเดียวกัน
.
แต่สิ่งที่สภาแห่งนี้กำลังทำ กลับเป็นการบอกกับคนบางกลุ่ม ว่าสังคมสันติสุขที่อยู่หลังประตูบานนั้น ไม่ต้อนรับพวกเขา และไม่อนุญาตให้พวกเขาเดินเข้ามา
.
- พอเราเสนอว่าให้ใช้ประตูอีกบาน ที่อาจจะเดินผ่านลำบากกว่า ต้องเดินอ้อมบ้าง หรือมีเงื่อนไขที่ต้องพิสูจน์มากกว่า สภาก็ยังไม่ยอม
.
- พอเราเสนอว่าให้มีประตูอีกบาน ที่เป็นเป็นประตูเล็กๆ ที่เปิดให้เฉพาะเด็กและเยาวชนที่เดินผ่านได้ สภาก็ยังไม่ยอม
.
มาถึงวันนี้ สิ่งที่สภาแห่งนี้กำลังทำ เปรียบเสมือนการเดินไปที่ประตูบานเล็กๆที่เคยแง้มไว้อยู่ และปิดประตูใส่หน้าพวกเขา แถมใส่ล็อกเพิ่มไปอีกหลายชั้น เพื่อตอกย้ำว่าสังคมสันติสุขที่พวกท่านกำลังสร้าง ไม่ยินดีต้อนรับพวกเขา
.
ผมรู้ว่าวันนี้ พวกผมเป็นเสียงข้างน้อย เป็นเสมือนก้อนหินก้อนเล็กๆ ที่คงไม่มีน้ำหนักพอที่จะค้ำให้ท่านปิดประตูไม่ได้
.
แต่หากพวกผมในฐานะก้อนหินชิ้นเล็กๆ สามารถทำให้ท่านปิดประตูได้ยากขึ้น พวกผมก็ต้องทำ
.
และยิ่งท่านฝืนปิดประตูแรงเท่าไหร่ ผมกังวล ประตูบานนั้นเอง ก็จะยิ่งพังเร็วเท่านั้น
.

โดยสิ่งที่ผมเชื่อว่า เราทุกคนไม่อยากเห็นพังทลายลงมา คือ “สังคมสันติสุข” ที่เราพยายามร่วมกันสร้าง ซึ่งผมยืนยันว่าจะสร้างได้อย่างแท้จริง ต่อเมื่อการนิรโทษกรรมนั้น เป็นการนิรโทษกรรมที่ไม่เลือกข้าง ไม่เลือกปฏิบัติ และเป็นธรรมกับทุกคนทุกกลุ่ม








@trendforMFP
·4h

ฟัง ส.ส.ผึ้งอธิบายมาตรา 11 แล้วเราเพิ่งเข้าใจจุดนี้ชัด ๆ สิ่งที่ถูกปิดสำหรับเด็กคดี 112 มันไม่ใช่ “นิรโทษกรรม” เด็กไม่ได้ถูกลบความผิด ไม่ได้ล้างคำพิพากษา แต่เดิมมาตรา 11 เปิดช่องให้เข้าสู่กระบวนการแก้ไขฟื้นฟูแทนการเดินหน้าคดีหรือยุติคดีได้ แล้ว ส.ว. เพิ่มข้อความมาอีกบรรทัดว่า กลไกนี้ใช้กับความผิด ม.112 ไม่ได้ ส.ส.ผึ้งเลยถามว่า ตกลงกังวลอะไรกับการเปิดโอกาสให้เด็กเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู? เออ เราว่าต้องแยกตรงนี้ให้ชัดจริง

เพราะพูดว่า “ไม่เอานิรโทษ 112” คนอาจเข้าใจอีกแบบ แต่สิ่งที่ถูกล็อกเพิ่มรอบนี้ คือแม้แต่ช่องฟื้นฟูเด็กในกฎหมายฉบับนี้ก็ไม่ให้ใช้กับคดี 112
.....