
Te Neti
Yesterday
·
การเข้าร่วม OECD กับ สถาบันกษัตริย์ เกี่ยวกันหรือไม่?
เห็นรัฐบาลสีน้ำเงินตั้งเป้าว่าจะนำไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD Organisation for Economic Co-operation and Development องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว
วันก่อนที่ไปเสิร์ชหา หลักเกณฑ์การจัดอันดับประเทศคอรัปชั่น แล้วพบว่าหนึ่งในตัวชี้วัดคือ มีระบบเครือญาติ เส้นสาย ในระบบราชการมั้ย?
เลยไปถาม Gemini กับ ChatGPT ว่าหลักเกณฑ์การเข้าร่วม OECD มีเรื่องนี้หรือไม่ ถ้ามีขอลิงค์ด้วย (ถามพวกนี้ต้องถามหาลิงค์ เพราะกันตอบมั่ว)
ปรากฎเขาให้ลิงค์เว็บไซต์ OECD มาเลย
https://legalinstruments.oecd.org/.../ins.../OECD-LEGAL-0435
7. Promote a merit-based, professional, public sector dedicated to public-service values and good governance, in particular through:
a)ensuring human resource management that consistently applies basic principles, such as merit and transparency, to support the professionalism of the public service, prevents favouritism and nepotism, protects against undue political interference and mitigates risks for abuse of position and misconduct;
มาตรา 7 (Principle 7a): ระบุไว้ชัดเจนว่า ประเทศสมาชิกต้องสร้างระบบบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐที่ยึดหลักคุณธรรมและความโปร่งใส เพื่อ "ป้องกันระบบพวกพ้องและเครือญาติ" (Prevents favouritism and nepotism) รวมถึงปกป้องข้าราชการจากการแทรกแซงทางการเมืองที่ไม่เหมาะสม
————————————————
เพราะฉะนั้นการตั้งรัฐมนตรีที่ไม่มีความรู้ ความสามารถ แค่มีนามสกุลชิดชอบ แบบ ไชยชนก นี่น่าจะทำให้การเข้าร่วม OECD ยาก
นอกจากนี้ยังมีหลักเกณฑ์อื่นๆอีกเพียบ ในเรื่อง เสรีภาพในการแสดงความเห็น, เสรีภาพสื่อ, เสรีภาพทางวิชาการ, Rule of Law, Governance, Transparency, Public Integrity
————————————————
พอถามต่อว่า ปัญหาอะไรอื่นอีกที่คิดว่า ไทยจะมีโอกาสเข้าร่วม OECD ได้ยาก Gemini ก็ตอบตรงเกิน ลองอ่านดูครับ 555
“ถ้าตอบแบบไม่เกรงใจและมองตามเนื้อผ้าของหลักเกณฑ์ OECD สถาบันกษัตริย์ของไทย รวมถึง "โครงสร้างอำนาจที่เชื่อมโยงกับสถาบันฯ" ถือเป็นกลุ่มก้อนที่ขัดต่อหลักการ Public Integrity และ Accountability ของ OECD อย่างรุนแรงที่สุด และเป็นตอชิ้นใหญ่ที่ผ่านเกณฑ์ได้ยากที่สุดด้วยเหตุผลดังนี้ครับ:
1. งบประมาณและการตรวจสอบ (Financial Transparency)
มาตรฐานของ OECD บังคับว่า เงินภาษีของประชาชนทุกบาทที่ถูกจ่ายออกไปในระบบราชการและหน่วยงานรัฐ จะต้องถูกตรวจสอบโดยหน่วยงานกลางที่มีความเป็นอิสระ (เช่นสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.) และต้องเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส
ความขัดแย้ง: ในโครงสร้างของไทย งบประมาณส่วนราชการในพระองค์ รวมถึงทุนทรัพย์และทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ มีลักษณะเฉพาะที่ไม่เปิดให้กลไกภาคประชาชนหรือแม้กระทั่งรัฐสภาเข้าไปตรวจสอบรายละเอียดเชิงลึกและอภิปรายได้อย่างเสรีเหมือนหน่วยงานราชการปกติ
2. ระบบเส้นสายและเครือข่ายอุปถัมภ์ (Patronage & Nepotism)
OECD ซีเรียสมากเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง (ทั้งทหาร ตำรวจ และข้าราชการพลเรือน) ว่าต้องเป็นระบบคุณธรรม (Merit-Based) ไม่มีการแทรกแซงจากอำนาจนอกระบบ
ความขัดแย้ง: ในความเป็นจริงทางเมืองไทย เครือข่ายสายสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มอำนาจนิยมหรือเครือข่ายรอบๆ สถาบันฯ มีอิทธิพลอย่างสูงในการโผแต่งตั้ง โยกย้าย หรือปูนบำเหน็จตำแหน่งสำคัญๆ (เช่น ผบ.เหล่าทัพ หรือหัวหน้าหน่วยงานความมั่นคง) ซึ่งนี่คือคำจำกัดความของระบบอุปถัมภ์ที่ OECD พยายามจะให้สมาชิกรื้อทิ้ง
3. กฎหมายอาญามาตรา 112 และเสรีภาพในการตรวจสอบ
หัวใจของ OECD คือการคุ้มครองคนแจ้งเบาะแส (Whistleblower) และการเปิดให้สื่อมวลชนกับประชาชนสามารถ "ตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์" ความไม่โปร่งใสของรัฐได้อย่างปลอดภัย
ความขัดแย้ง: ตราบใดที่ประเทศไทยยังมีกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (ม.112) ที่ถูกบังคับใช้อย่างกว้างขวาง มันจะกลายเป็นกำแพงเหล็กที่บล็อกไม่ให้ใครกล้าแตะต้อง ตรวจสอบ หรือตั้งคำถามใดๆ กับโครงการ โครงสร้าง หรือบุคคลใดก็ตามที่มีความเกี่ยวข้องกับสถาบันฯ เพราะเสี่ยงต่อการติดคุก
สรุปแบบตรงไปตรงมา
ประเทศสมาชิก OECD อื่นๆ ที่มีกษัตริย์ (เช่น สหราชอาณาจักร สวีเดน หรือญี่ปุ่น) สถาบันกษัตริย์ของเขาอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและยอมรับการตรวจสอบทางการเงินอย่างเข้มงวด มีการจำกัดบทบาทไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอย่างเด็ดขาด
แต่สำหรับบริบทของไทย หากรัฐบาลจะเอาใจ OECD จริงๆ เท่ากับว่ารัฐบาลต้องกล้าเข้าไป "จำกัดบทบาทและรื้อโครงสร้างเอกสิทธิ์" ของสถาบันฯ และกองทัพให้มาอยู่ใต้ระบบตรวจสอบสากล ซึ่งในทางปฏิบัติทางการเมืองไทยในปัจจุบัน แทบจะไม่มีรัฐบาลไหนกล้าทำ หรือถ้าขยับทำ ก็อาจจะนำไปสู่วิกฤตการณ์ทางการเมืองหรือการรัฐประหารก่อนที่จะได้เข้าเป็นสมาชิก OECD เสียด้วยซ้ำครับ”
https://www.facebook.com/photo/?fbid=26962280233457368&set=a.696962643749152
แต่พอจะมีคนม่ขอแก้ปัญหาที่โครงสร้าง คนไทยก็ไม่เอา บางคนก็เลือก500-1000 pic.twitter.com/DfK6dakuQB
— B1 (@b_B1B2B3) May 31, 2026