วันอังคาร, มิถุนายน 30, 2569

ความน่ากลัวของ AI... อนาคตที่อาจเป็นได้... AI จะนำ "เศรษฐกิจรูปดัมบ์เบลล์" มา ? ชนชั้นกลางระดับบนจะหายไป สังคมจะเหลือแค่กลุ่มชนชั้นนำ(นายทุน)กลุ่มเล็กๆ กับกลุ่มแรงงานภาคบริการที่ AI ยังแทนที่ไม่ได้ เกิดความเหลื่อมล้ำแบบสุดขั้ว







https://x.com/TheEconomist/status/2071363042818887968

คาร์สัน บล็อก (Carson Block) ผู้ก่อตั้ง Muddy Waters Research ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการทำชอร์ตเซลและการมองโลกในแง่ร้ายแบบจี้จุด (Short-seller) มักจะโยนระเบิดความคิดแบบนี้ใส่ตลาดเสมอ แต่ประโยคที่ว่า "จุดจบของสัญญาประชาคม (Social Contract)" ถือเป็นคำเตือนที่หนักหน่วงและชวนให้คิดต่อในหลายมิติครับ

คำว่า "สัญญาประชาคม" ในบริบทนี้คือกติการ่วมกันของสังคมยุคใหม่ที่ว่า “ถ้าคุณตั้งใจเรียน คว้าปริญญา และใช้สมองทำงานในออฟฟิศ คุณจะได้ผลตอบแทนเป็นรายได้ที่สูง ความมั่นคงในชีวิต และสถานะทางสังคม” หาก AI สามารถทลายกำแพงนี้ลงได้ โครงสร้างสังคมที่เราคุ้นเคยจะสั่นคลอนทันที

นี่คือการวิเคราะห์เจาะลึกว่าทำไมมุมมองนี้ถึงน่ากลัว และทำไมมันถึงอาจจะเกิดขึ้น (หรือไม่เกิดขึ้น) ก็ได้ครับ

1. ทำไม "คนกลุ่ม Knowledge Workers" ถึงตกเป็นเป้าหลัก?

ในอดีต การปฏิวัติอุตสาหกรรมทดแทน "แรงงานทางกาย" (เช่น เครื่องจักรแทนคนในโรงงาน) แต่ปฏิวัติ AI รอบนี้พุ่งเป้าไปที่ "แรงงานทางสมอง" โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้สูง:

งานซ้ำๆ ที่ต้องใช้ทักษะสูง (Cognitive Routines): นักกฎหมายระดับต้น (Junior Lawyers) ที่ต้องนั่งอ่านเอกสารสัญญาเป็นพันๆ หน้า, นักวิเคราะห์การเงิน (Financial Analysts) ที่ต้องประมวลผลตัวเลข, หรือโปรแกรมเมอร์ที่เขียนโค้ดพื้นฐาน งานเหล่านี้ AI สามารถทำได้เสร็จในเสี้ยววินาทีด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่ามหาศาล

การปรับฐานครั้งใหญ่ (Market Correction): บล็อกกำลังเตือนว่า มูลค่าของบริษัทที่ทำมาหากินกับ "ชั่วโมงการทำงานของมนุษย์" (Billable Hours) รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีที่ปั่นกระแส AI จนเกินจริง อาจจะต้องเผชิญกับการดิ่งลงของมูลค่าอย่างรุนแรงเมื่อความจริงปรากฏ

2. หน้าตาของ "จุดจบสัญญาประชาคม" จะเป็นอย่างไร?

หากคำคาดการณ์นี้เป็นจริง สังคมจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างรุนแรง:

เศรษฐกิจรูปดัมบ์เบลล์ (Barbell Economy): ชนชั้นกลางระดับบนจะหายไป สังคมจะเหลือแค่กลุ่มชนชั้นนำกลุ่มเล็กๆ ที่ถือครองกรรมสิทธิ์และควบคุม AI (Capital Owners) กับกลุ่มแรงงานภาคบริการที่ AI ยังแทนที่ไม่ได้แต่ได้ค่าแรงต่ำ (เช่น งานดูแลผู้สูงอายุ, งานฝีมือ) เกิดความเหลื่อมล้ำแบบสุดขั้ว

วิกฤตภาษีของรัฐบาล: รัฐบาลทั่วโลกพึ่งพารายได้หลักจากภาษีเงินได้ของกลุ่มมนุษย์ออฟฟิศรายได้สูงเหล่านี้ หากคนกลุ่มนี้ตกงานหรือรายได้ลดลง รัฐจะไม่มีงบประมาณมาจุนเจือสวัสดิการ สาธารณูปโภค หรือระบบการศึกษา

การบังคับให้เกิด UBI: รัฐบาลอาจไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องนำระบบ สวัสดิการเงินอุดหนุนพื้นฐาน (Universal Basic Income: UBI) มาใช้ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนสัญญาประชาคมจากการ "ทำงานเพื่อเลี้ยงชีพ" เป็น "รัฐแจกจ่ายเงินจากผลิตผลของ AI เพื่อให้สังคมอยู่รอด"

มุมมองสะท้อนกลับ: "มนุษย์เซนทอร์" (Centaur Workstyle)

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์สายมองโลกในแง่ดีมักจะแย้งว่า บล็อกอาจจะติดกับดักทางความคิดที่เรียกว่า Lump of Labor Fallacy (ความเชื่อผิดๆ ที่ว่างานในโลกนี้มีปริมาณจำกัด)

แทนที่จะเป็นการ "ไล่คนออก" AI อาจถูกใช้เพื่อ "เพิ่มประสิทธิภาพแบบก้าวกระโดด" (Hyper-productivity)

บริษัทอาจจะไม่ไล่นักวิเคราะห์ 10 คนออก แต่จะใช้นักวิเคราะห์ 10 คนเดิม ควบคู่กับ AI เพื่อทำงานที่แต่ก่อนต้องใช้คนถึง 100 คน ทำให้อุตสาหกรรมโตขึ้น ขยายบริการใหม่ๆ ได้มากขึ้น และเกิดอาชีพใหม่ๆ ที่เรายังนึกไม่ถึงในปัจจุบัน (เหมือนที่อินเทอร์เน็ตสร้างอาชีพ Data Scientist หรือ Prompt Engineer ในปัจจุบัน)

สิ่งที่ Carson Block พูดจึงไม่ใช่แค่เรื่องของ "เทคโนโลยี" แต่เป็นคำเตือนเชิงนโยบายว่า ดุลอำนาจระหว่าง "ทุน" (Capital) กับ "แรงงาน" (Labor) กำลังจะเสียสมดุลอย่างรุนแรงในเร็ววัน

คิดว่าในท้ายที่สุดแล้ว สังคมจะสามารถปรับตัวและสร้าง "สัญญาประชาคมฉบับใหม่" ได้ทัน หรือเราจะต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่โกลาหลทางเศรษฐกิจก่อนตามที่เขาคาดไว้?