Ukraine may be starting to turn the tide against Russia. With Kyiv gaining an edge with drones and Russian President Vladimir Putin’s army’s difficulties on the battlefield mounting, analysts see a potential turning point in the war.
— ABC News (@ABC) June 12, 2026
@ReevellP reports. https://t.co/mn2Sj7QYnR pic.twitter.com/qXgAIE5dxu
https://x.com/ABC/status/2065430270740709653
.....
การวิเคราะห์ดังกล่าวสอดคล้องกับสถานการณ์ล่าสุดในสนามรบช่วงกลางปี 2026 ซึ่งชี้ให้เห็นว่ากองทัพยูเครนเริ่มชิงความได้เปรียบทางยุทธวิธีกลับคืนมาได้ในระดับหนึ่ง โดยมีข้อมูลสำคัญที่สนับสนุนว่านี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ดังนี้ครับ:
1. ความได้เปรียบเชิงปริมาณและเทคโนโลยีโดรน (Drone Overmatch)
อัตราส่วนที่เหนือกว่า: พลเอก โอเลกซันดร์ ซีร์สกี (Oleksandr Syrskyi) ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของยูเครน ระบุว่าปัจจุบันโดรนประเภท FPV (First-Person View) ของยูเครนมีจำนวนเหนือกว่าโดรนของรัสเซียในสนามรบถึง 1.5 ต่อ 1 เท่า และช่องว่างนี้กำลังขยายกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
สถิติการโจมตี: เฉพาะในเดือนพฤษภาคม 2026 ยูเครนใช้ระบบไร้คนขับโจมตีเป้าหมายทางทหารของรัสเซียไปเกือบ 180,000 จุด (เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายนถึง 12.7%) รวมถึงการทำลายกองบัญชาการและจุดรวมกำลังพลของรัสเซียไปกว่า 400 แห่ง
2. ยุทธศาสตร์ตัดกำลังบำรุงในระยะกลาง (Middle-Range Strike Campaign)
ยูเครนประสบความสำเร็จในการขยายวงยุทธการโจมตีระยะกลางเพื่อขัดขวางเส้นทางส่งกำลังบำรุงและคลังน้ำมันของรัสเซีย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้และคาบสมุทรไครเมีย ส่งผลให้การรุกคืบภาคพื้นดินของรัสเซียในปี 2026 ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด (เฉลี่ยเหลือเพียงประมาณ 2.9 ตารางกิโลเมตรต่อวันในช่วงต้นปี)
3. ปัญหาการขาดแคลนกำลังพลของรัสเซีย
ข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองชี้ว่า รัสเซียกำลังเผชิญกับปัญหากลืนไม่เข้าคายไม่ออกในหน่วยโดรนและระบบไร้คนขับ โดยในปัจจุบันรัสเซียสามารถเซ็นสัญญาจัดหาบุคลากรเข้าสู่หน่วยนี้ได้เพียง 21% ของเป้าหมายประจำปี เท่านั้น
นอกจากการสูญเสียกำลังพลระดับปฏิบัติการ (เช่น การไล่ล่าทำลายกลุ่มโอเปอเรเตอร์โดรน "Rubikon" ของรัสเซีย) อัตราความสูญเสียในสนามรบโดยรวมที่สูงขึ้นจากโดรนยูเครน ยังเริ่มแซงหน้าอัตราการเกณฑ์ทหารใหม่ของกระทรวงกลาโหมรัสเซียแล้ว
ข้อสังเกตจากนักวิเคราะห์: > แม้ว่ารัสเซียจะยังคงยึดครองพื้นที่ราว 20% ของยูเครนและพยายามใช้อาวุธหนักโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานของยูเครนอย่างต่อเนื่อง แต่ "สงครามโดรน" ได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคที่ระบบอัตโนมัติ (Autonomous Systems) และการต่อต้านการรบกวนสัญญาณ (Anti-jamming) มีบทบาทสูง ซึ่งนวัตกรรมที่รวดเร็วของยูเครนกำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่บั่นทอนเสถียรภาพและโมเมนตัมของกองทัพรัสเซียในระยะยาว